“ อีทเวลล์คอนเซปต์
(Eat well concept)
แหล่งความรู้โภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ”
จัดตั้งขึ้นมาจากกลุ่มนักกำหนดอาหารที่ปรารถนาจะเห็น อาหาร เป็นเรื่องง่าย ๆ เมนูอาหาร ง่าย ๆ ที่ถูกต้องตามหลักโภชนการ อาหารครบถ้วน 5 หมู่ ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง และหาซื้อยาก เราต้องการให้ความรู้ที่ถูกต้อง หลากหลาย รวมถึงบริการ นักกำหนดอาหาร ในด้านต่าง ๆ

คอร์สอาหารสุขภาพสำหรับผู้ป่วย
ไม่มีเวลาเตรียมอาหารทานเองใช่ไหม? Wello Food มีบริการส่งอาหารหลากหลายคอร์สให้คุณและคนที่คุณรักถึงบ้านทุกเช้า เสมือนมีนักกำหนดอาหารที่ช่วยคิดเมนู คำนวณสารอาหารให้เรียบร้อยแบบส่วนตัว เพื่อช่วยให้การคุมอาหารเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยังดูแลสุขภาพได้ทุกวัน
โปรแกรมสำหรับโภชนาการส่วนบุคคล
โปรแกรมโภชนาการในองค์กร “Sakid Application”
ระบบช่วยจัดการข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพพนักงานรายบุคคล และให้คำแนะนำภารกิจสุขภาพแก่พนักงานของท่านให้มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น
ลูกค้าของเรา
OUR PARTNERS
คลังความรู้
แหล่งความรู้ "โรคไต"
สมุนไพรบำรุงไต เรื่องจริงหรือแค่การตลาด
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 สมุนไพรบำรุงไต บำรุง หรือ ทำลาย? คือคำถามที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระวังก่อนเริ่มใช้สมุนไพร แม้จะมีคำกล่าวอ้างว่าช่วยฟื้นฟูไต แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง สมุนไพรหลายชนิดกลับมีสารพิษที่อันตรายต่อไตโดยตรง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสมุนไพรกลุ่มที่มีกรดอะริสโตโลคิก(Aristolochic acid) หรือแม้แต่อาหารพื้นบ้านอย่างถั่วลูกเหนียง(Djenkol Beans) ซึ่งมีงานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) ระบุชัดว่าอาจเร่งให้เกิดภาวะไตวายได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นการเลือกรับประทานจึงต้องอาศัยความเข้าใจมากกว่าเพียงแค่คำบอกเล่า สมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน กรดอะริสโตโลคิกและลูกเหนียงมีพิษต่อไต ควรปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนใช้สมุนไพร เลือกใช้สมุนไพรที่ปลอดภัย สมุนไพรใดที่ผู้ป่วย CKD ควรหลีกเลี่ยง? ผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีพิษต่อไต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างสรรพคุณว่า “ดีท็อกซ์ไต” ที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัย สารเหล่านี้อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันหรือเร่งให้เกิดอาการแย่ลงได้ การหลีกเลี่ยงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน (กรมการแพทย์แผนไทย, 2566) กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) และความเสี่ยงต่อไต กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) เป็นสารพิษที่พบในสมุนไพรตระกูล Aristolochia เช่น กำลังช้างสาร, ไคร้เครือ, กระเช้าสีดา, กระเช้าถุงทอง และสมุนไพรจีนบางชนิด สารนี้สามารถทำลายเซลล์ไตโดยตรง […]
แหล่งความรู้ "โรคไต"
เป็นโรคไต กินไข่เป็ด ได้มั้ย ?
ไข่เป็ดเป็นที่นิยมในครัวไทยมาก ทั้งไข่เป็ดต้ม ไข่เป็ดเจียว หรือไข่เป็ดดาว หลายคนเชื่อว่าไข่เป็ดมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าไข่ไก่ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ความแตกต่างระหว่างไข่เป็ดและไข่ไก่มีความสำคัญมากกว่าที่คิด คำตอบตรงๆ คือ ไข่เป็ดกินได้ แต่ถ้าเลือกได้ ไข่ไก่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ป่วยโรคไต เพราะไข่เป็ดมีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโคเลสเตอรอลสูงกว่าชัดเจน ไข่เป็ด vs ไข่ไก่ — ต่างกันอย่างไรสำหรับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร ไข่เป็ด 1 ฟอง (~70 g) ไข่ไก่ 1 ฟอง (~50 g) ต่างกัน โปรตีน ~9 g ~6 g มากกว่า ~50% ฟอสฟอรัส (รวม) ~154 mg ~86 mg มากกว่า ~80% ฟอสฟอรัส (แค่ไข่แดง) ~116 mg ~66 mg มากกว่า ~75% […]
แหล่งความรู้ "โรคไต"
โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD
โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท โดยปริมาณโพแทสเซียมในอาหารถือว่าสูงเมื่อมีมากกว่า 200–270 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ตามเกณฑ์ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (2566) ผู้ป่วย CKD ควรจำกัด โพแทสเซียม เท่าไร? แนวทางการจำกัด โพแทสเซียม สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (กรมอนามัย 2565) อาหารใดที่มีโพแทสเซียมสูงและควรหลีกเลี่ยง? อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ กล้วยหอม มันฝรั่ง ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ อะโวคาโด ถั่วเหลือง และผลไม้แห้ง เช่น อินทผลัม ลูกพรุน อาหารเหล่านี้หากบริโภคในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมสูงในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วย CKD ระยะ 4–5 ที่ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยลง (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือกอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำหรือปานกลาง ตัวอย่างผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง […]
แหล่งความรู้ "โรคไต"
เป็นโรคไต กินลูกเนียง ได้มั้ย ?
ลูกเนียงหรือลูกเหนียง (Archidendron pauciflorum หรือที่รู้จักในชื่อ Djenkol bean / Jering) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมกินในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มักกินดิบหรือปรุงสุก มีกลิ่นเฉพาะตัว สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำตอบตรงๆ คือ ลูกเนียงเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรงแม้แต่ในคนปกติ ซึ่งต่างจากสะตอ (Parkia speciosa) โดยสิ้นเชิง ลูกเนียง vs สะตอ — ต่างกันอย่างไร คนมักสับสนระหว่างสองชนิดนี้ แต่เป็นพืชและกลไกอันตรายคนละแบบ สะตอ (Parkia speciosa) สารสำคัญ: Organosulfides (ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่น)ผลต่อไต: ไม่มีหลักฐานว่าเป็นพิษโดยตรงปริมาณเล็กน้อย: ผู้ป่วย G1–G3 ยังพอกินได้ ลูกเนียง (Archidendron pauciflorum) สารสำคัญ: Djenkolic Acid (ตกผลึกในไต)ผลต่อไต: Acute Kidney Injury ได้แม้ในคนปกติปริมาณใดก็ตาม: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง Djenkolic Acid คืออะไร และทำร้ายไตอย่างไร Djenkolic Acid เป็นกรดอะมิโนที่มีกำมะถันซึ่งพบเฉพาะในลูกเนียง เมื่อร่างกายเมตาบอไลซ์สารนี้แล้วขับออกทางปัสสาวะ […]
Podcast
EP.8 รู้จักและเข้าใจเทศกาลถือศีลอด ของเพื่อนชาวมุสลิม
เรามาทำความรู้จักและความเข้าใจเทศกาลถือศีลอด ของเพื่อน ๆ ชาวมุสลิม ที่จำเป็นจะต้องถือศีลอดในทุก ๆ ปีกันดีกว่า
EP. 7 ดื่มนมแล้วท้องเสีย เกิดจากอะไร?
นมวัวถือเป็นแหล่งโปรตีนที่สามารถหาดื่มได้สะดวกและง่าย หลายคนมักเข้าใจผิดว่าที่ดื่มนมแล้วท้องเสียเป็นประจำมาจากการแพ้นมวัว แต่จริง ๆ แล้วเราย่อยน้ำตาลในนมได้
ผลงานของเรา
ไม่พลาดบทความใหม่ ๆ ได้ที่
เมื่อวานนี้ทานอะไร?
เล่าเรื่องราวของอาหารในมิติต่าง ๆ ที่น่าสนใจและมีมากกว่าแค่ “น่ากิน”



































