fbpx

Nutrition Solution & Corporate Wellness Management

น้ำผึ้ง ทำให้ ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ?

เมื่อพูดน้ำผึ้งทุกคนต้องรู้จักกันอย่างดี และยังได้รับการยกย่องว่าเป็น “ยาอายุวัฒนะ” ที่มักใช้ในการปรุงยาตามแพทย์แผนโบราณ และนอกจากใช้เป็นยาต่าง ๆ แล้วก็ยังเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ผสมอาหารเพื่อสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าน้ำผึ้งถือเป็นยาที่ดี หรือเป็นอาหารที่มีสรรพคุณที่ดีกับร่างกาย แต่ตามหลักของโภชนาการ น้ำผึ้งมีน้ำตาลที่มีชื่อว่า “ฟรุกโตส” เป็นส่วนประกอบสำคัญและจากการศึกษาต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ำตาลชนิดนี้ได้แสดงให้เราเห็นว่าการกินน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณมาก ๆ ทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นและไปทำให้ไขมัน HDL ในร่างกายของเราลดลงนั่นเอง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจนั่นเอง แล้วแบบนี้น้ำตาลฟรุกโตสที่อยู่ใน “น้ำผึ้ง” ทำให้ ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ลองไปหาคำตอบกัน

รู้จักกับ น้ำผึ้ง ให้มากขึ้น

น้ำผึ้ง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำหวานของดอกไม้โดยผึ้ง  ซึ่งจะมีกลิ่นและรสที่แตกต่างกันไปตามชนิดของดอกไม้ เช่น น้ำผึ้งดอกลำไย น้ำผึ้งดอกทานตะวัน น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ เป็นต้น โดยเรามักจะนิยมใช้เป็นสารที่ให้รสหวานในอาหาร เครื่องดื่ม หรือใช้เป็นส่วนผสมในยาตามแพทย์แผนจีน โดยน้ำผึ้งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลหลากหลายชนิด ได้แก่

  • น้ำตาลฟรุกโตส 35 – 40 %
  • กลูโคส 30 – 35%  
  • ซูโครสอีกเล็กน้อย

จะเห็นได้ว่าน้ำผึ้งนั้นมีน้ำตาลฟรุกโตสเป็นส่วนประกอบหลัก ดังนั้นน้ำผึ้งถือว่าเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตเหมือนกันกับน้ำตาล และถูกนับเป็นน้ำตาลเติม (Added Sugar) เมื่อมีการเติมลงไปในอาหารหรือเครื่องดื่ม แล้วแบบนี้น้ำตาลฟรุกโตสจะส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไรกัน

การกิน น้ำผึ้ง ส่งผลให้ ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้

จากการศึกษาทั้งหมดสามารถตอบคำถาม “น้ำผึ้งทำให้ ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ได้ว่าเราไม่ควรได้รับน้ำตาลฟรุกโตสเกินวันละ 50 กรัมหรือไม่เกิน 10% ต่อวัน เมื่อเทียบกับน้ำผึ้งก็คือกินได้ไม่เกิน 8 ช้อนโต๊ะต่อวันเมื่อคิดจากปริมาณฟรุกโตสที่ควรได้รับต่อวันทุกคนอาจจะคิดว่ากินได้ตั้ง 8 ช้อนโต๊ะต่อวันไม่เกินหรอก แต่อย่าลืมว่าเราไม่ได้รับฟรุกโตสจากน้ำผึ้งเพียงเท่านั้นเพราะการกินน้ำผลไม้ น้ำหวาน ขนมอบต่าง ๆ ก็มีส่วนประกอบของฟรุกโตสอยู่เช่นกันจึงอาจจะทำให้ได้รับฟรุกโตสในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ควรได้รับต่อวัน ดังนั้นเราควรกินน้ำผึ้งวันนึงไม่ควรเกิน 2 ช้อนชาต่อวัน เพราะเมื่อเทียบกันระหว่างน้ำตาลและน้ำผึ้งถือว่ามีส่วนประกอบเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเช่นกัน จึงสามารถกินได้ปกติ แต่ต้องควบคุมปริมาณและต้องระวังการเติมน้ำตาลอื่น ๆ ได้รวมกันไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวันด้วยเพื่อป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรค และจนเกิดเป็นผลเสียต่อร่างกายในที่สุด ด้วยความห่วงใยจากเรานักกำหนดอาหารจากอีทเวลล์คอนเซปต์

ติดตามบทความด้านโภชนาการต่าง ๆ

จากนักกำหนดอาหารของ อีทเวลล์คอนเซปต์ ก่อนใคร ที่นี่

เมื่อวานนี้ทานอะไร?

เล่าเรื่องราวของอาหารในมิติต่าง ๆ ที่น่าสนใจและมีมากกว่าแค่ “น่าดื่ม”

ฮ้าอิง

  • Choo, V. L., Viguiliouk, E., Blanco Mejia, S., Cozma, A. I., Khan, T. A., Ha, V., Wolever, T., Leiter, L. A., Vuksan, V., Kendall, C., de Souza, R. J., Jenkins, D., & Sievenpiper, J. L. (2018). Food sources of fructose-containing sugars and glycaemic control: systematic review and meta-analysis of controlled intervention studies. BMJ (Clinical research ed.)363, k4644. https://doi.org/10.1136/bmj.k4644
  • Bobiş, O., Dezmirean, D. S., & Moise, A. R. (2018). Honey and Diabetes: The Importance of Natural Simple Sugars in Diet for Preventing and Treating Different Type of Diabetes. Oxidative medicine and cellular longevity2018, 4757893. https://doi.org/10.1155/2018/4757893
  • Raatz, S. K., Johnson, L. K., & Picklo, M. J. (2015). Consumption of Honey, Sucrose, and High-Fructose Corn Syrup Produces Similar Metabolic Effects in Glucose-Tolerant and -Intolerant Individuals. The Journal of nutrition, 145(10), 2265–2272. https://doi.org/10.3945/jn.115.218016
Amnad Chittiwasurat
นักกำหนดอาหารที่อยากให้ทุกคนสามารถควบคุมอาหารได้อย่างมีความสุข

อ่านเพิ่มเติม