ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร? เข้าใจค่าไขมันในเลือดที่คนไทยมองข้าม

อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) คือไขมันชนิดหนึ่งในเลือด ค่าปกติควรต่ำกว่า 150 mg/dL ค่า 150–199 ถือว่าสูงเล็กน้อย 200–499 สูง และ ≥500 สูงมาก เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดและตับอ่อน สาเหตุหลักมาจากอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวสูง ดื่มแอลกอฮอล์ และขาดการออกกำลังกาย

TAKEAWAYS

  • ไตรกลีเซอไรด์ ≥200 mg/dL เสี่ยงโรคหัวใจ ≥500 mg/dL เสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
  • น้ำตาลและแป้งขัดสี ไม่ใช่แค่ไขมัน คือตัวการหลักทำให้ค่าสูง
  • ปลาทู ปลาซาดีน และถั่วพูช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ตามข้อมูล INMUCAL
  • ลดน้ำหนัก 5–10% และออกกำลังกาย 150 นาที/สัปดาห์ ลดค่าได้อย่างมีนัยสำคัญ

ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ต่างจากคอเลสเตอรอลยังไง

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) คือโมเลกุลไขมันที่ประกอบด้วยกลีเซอรอล 1 โมเลกุลจับกับกรดไขมัน (Fatty Acid) 3 โมเลกุล ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองหลักของร่างกาย เมื่อรับประทานอาหารเกินความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล แป้ง หรือไขมัน ร่างกายจะแปลงพลังงานส่วนเกินเหล่านั้นให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์และเก็บสะสมไว้ในเซลล์ไขมันทั่วร่างกาย เมื่อใดที่ร่างกายต้องการพลังงาน ไตรกลีเซอไรด์จะถูกปลดปล่อยออกมาจากเซลล์ไขมันและถูกย่อยสลายให้เป็นกรดไขมันอิสระเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง

คอเลสเตอรอล (Cholesterol) แม้จะเป็นไขมันในเลือดเช่นกัน แต่มีโครงสร้างและหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คอเลสเตอรอลทำหน้าที่สร้างผนังเซลล์ ผลิตฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนความเครียด และวิตามินดี ในขณะที่ไตรกลีเซอไรด์ทำหน้าที่หลักด้านการสะสมพลังงาน ความแตกต่างสำคัญที่สุดที่คนไทยมักสับสน คือ คอเลสเตอรอลสูงมักสัมพันธ์กับการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง แต่ไตรกลีเซอไรด์สูงมักสัมพันธ์กับการบริโภคน้ำตาลและแอลกอฮอล์มากกว่า

ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 (National Health Examination Survey IV: NHES IV) พบว่าคนไทยมีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงถึงร้อยละ 38.6 และข้อมูลเบื้องต้นจาก NHES VII (พ.ศ. 2567–2568) ระบุว่ากลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ซึ่งมีไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นองค์ประกอบหลัก พบในประชากรไทยถึงร้อยละ 28 สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้แพร่หลายกว่าที่หลายคนคาดคิด ทั้งนี้ทั้งสองค่า คือ ไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล ต้องได้รับการตรวจและดูแลร่วมกัน ไม่ใช่แยกกันพิจารณา

ค่าไตรกลีเซอไรด์เท่าไรถึงอันตราย

เกณฑ์มาตรฐานในการแปลผลระดับไตรกลีเซอไรด์อ้างอิงตาม ATP III ของโครงการการศึกษาคอเลสเตอรอลแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Cholesterol Education Program: NCEP) และแนวทางของสมาคมโรคหัวใจอเมริกา (American Heart Association: AHA) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แพทย์ไทยใช้อ้างอิง แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ระดับค่าไตรกลีเซอไรด์ (mg/dL)ความหมายความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ปกติ< 150อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยต่ำ
สูงเล็กน้อย150–199เริ่มต้องปรับพฤติกรรมปานกลาง
สูง200–499เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง
สูงมาก≥ 500อันตราย เสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันสูงมาก

ในระดับสูงมาก (≥ 500 mg/dL) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เนื่องจากไตรกลีเซอไรด์ที่สูงผิดปกติจะสะสมในตับอ่อนและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต งานวิจัยของ Miller และคณะ (2011) ที่ตีพิมพ์ใน Circulation พบว่าไตรกลีเซอไรด์สูงในผู้หญิงมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดสูงกว่าในผู้ชาย บ่งชี้ว่าผู้หญิงวัยทำงานควรให้ความสำคัญกับการตรวจค่านี้เป็นพิเศษ

การตรวจไตรกลีเซอไรด์ควรทำร่วมกับการตรวจไขมันในเลือดแบบครบชุด (Lipid Profile) ซึ่งครอบคลุม LDL-C, HDL-C, Total Cholesterol และไตรกลีเซอไรด์ โดยต้องงดอาหารและเครื่องดื่ม ยกเว้นน้ำเปล่า อย่างน้อย 9–12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน อ้วนลงพุง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรตรวจทุก 6–12 เดือน

ไตรกลีเซอไรด์สูง เกิดจากอะไร

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในคนไทย คือ เชื่อว่า “ไม่กินมัน = ค่าไขมันปกติ” แต่ในความจริง ไตรกลีเซอไรด์สูงส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไขมันในอาหารโดยตรง สาเหตุหลักมี 5 กลุ่ม ดังนี้

น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี คือสาเหตุอันดับหนึ่ง เมื่อบริโภคน้ำตาล น้ำผลไม้ ข้าวขาว ขนมปัง หรือเครื่องดื่มหวานเกินความต้องการพลังงาน ตับจะแปลงน้ำตาลส่วนเกินให้เป็นไตรกลีเซอไรด์ผ่านกระบวนการ De Novo Lipogenesis และปล่อยออกสู่กระแสเลือด คนที่ไม่ได้กินอาหารมัน แต่ดื่มน้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง หรือชาไข่มุกทุกวัน จึงมีค่าไตรกลีเซอไรด์สูงได้เช่นกัน

แอลกอฮอล์มีผลโดยตรงต่อตับ โดยแม้แต่ปริมาณเล็กน้อยก็กระตุ้นให้ตับผลิตไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นและยับยั้งการสลายไขมัน เบียร์ไทย 1 กระป๋อง (330 mL, 5% แอลกอฮอล์) ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรีจากแอลกอฮอล์ล้วนๆ นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรตจากมอลต์ที่เพิ่มภาระให้ตับอีกด้วย

ภาวะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity) และการดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ทำให้เซลล์ไขมันในช่องท้องปล่อยกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับมากขึ้น กระตุ้นให้ตับผลิตไตรกลีเซอไรด์มากกว่าปกติ ภาวะนี้มักพบร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้

โรคและยาบางชนิด เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) โรคไตเรื้อรัง คอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิดบางประเภท และยาต้านไวรัสสำหรับ HIV อาจเป็นสาเหตุรองที่ต้องพิจารณาหากปรับพฤติกรรมแล้วค่าไม่ดีขึ้น

พันธุกรรม (Familial Hypertriglyceridemia) คือกรณีที่ยีนส์บางตำแหน่งทำให้ตับผลิตไตรกลีเซอไรด์มากผิดปกติ หรือมีการสลายช้ากว่าปกติ กลุ่มนี้จำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจหรืออายุรกรรม

อาหารอะไรช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

กรดไขมันโอเมก้า-3 จากปลาทะเล

กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids) โดยเฉพาะ EPA (Eicosapentaenoic Acid) และ DHA (Docosahexaenoic Acid) พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ 15–30% ตามคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกา ปี 2019 (Skulas-Ray et al., 2019) กลไกหลักคือโอเมก้า-3 ยับยั้งการสังเคราะห์ VLDL (Very Low Density Lipoprotein) ในตับ ซึ่งเป็นโปรตีนพาหะหลักของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด

ในบริบทอาหารไทย ปลาทู นึ่ง 100 กรัม ให้พลังงาน 137 กิโลแคลอรี ไขมันรวม 4.37 กรัม ไขมันอิ่มตัว 1.29 กรัม เป็นแหล่งโอเมก้า-3 ราคาถูกที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศไทย ส่วนปลาซาดีนในน้ำ 100 กรัม ให้ 115 กิโลแคลอรี ไขมันรวมเพียง 2.26 กรัม เป็นตัวเลือกที่ไขมันต่ำกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมแคลอรีด้วย

ใยอาหารและผักพื้นเมืองไทย

ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ลดความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด และส่งสัญญาณให้ตับลดการผลิตไตรกลีเซอไรด์ ถั่วพู ฝักสด 100 กรัม มีใยอาหารสูงถึง 3.9 กรัม ให้พลังงานเพียง 18 กิโลแคลอรี และวิตามินซี 23 มิลลิกรัม เป็นผักท้องถิ่นราคาย่อมเยาที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไตรกลีเซอไรด์

ธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวกล้องพันธุ์หอมมะลิ มีใยอาหาร 3.5 กรัมต่อ 100 กรัม และดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ต่ำกว่าข้าวขาวอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้องอย่างน้อย 1 มื้อต่อวันเป็นก้าวเล็กๆ ที่มีผลต่อการควบคุมไตรกลีเซอไรด์ในระยะยาว

เมนูไทยกับไตรกลีเซอไรด์: ตารางเปรียบเทียบจากข้อมูล INMUCAL

หนึ่งในข้อมูลที่คนไทยขาดมากที่สุดคือตัวเลขจริงของเมนูที่กินทุกวัน ไม่ใช่แค่คำแนะนำกว้างๆ อย่าง “หลีกเลี่ยงอาหารมัน” ตารางด้านล่างรวบรวมข้อมูลโภชนาการจากฐานข้อมูลอาหารไทย ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าเมนูใดส่งผลอย่างไรต่อไตรกลีเซอไรด์

เมนูไทยพลังงาน (kcal/100g)ไขมันรวม (g)ใยอาหาร (g)ผลต่อไตรกลีเซอไรด์
ปลาทู นึ่ง1374.370ลด (โอเมก้า-3 สูง)
ปลาทู นึ่ง ทอด23213.60ลดได้ (โอเมก้า-3 ยังคงอยู่)
ปลาซาดีน ในน้ำ1152.260ลด (ไขมันต่ำ โอเมก้า-3 สูง)
ถั่วพู ฝักสด180.063.9ลด (ใยอาหารสูงมาก)
ข้าวเหนียว นึ่ง2320.210.3เพิ่ม (คาร์บสูง GI สูง)
บะหมี่กึ่งฯ รสไก่ (พร้อมเครื่อง)45720.64.4เพิ่มสูง (ไขมัน+โซเดียมสูง)

หมายเหตุ: ปลาทูทอดแม้จะมีไขมันสูงขึ้นจากการทอด แต่กรดไขมันโพลีอันแซเชอเรต (Polyunsaturated Fatty Acids) ที่รวมถึงโอเมก้า-3 ยังคงอยู่ในปริมาณ 5.87 กรัม ซึ่งยังคงมีประโยชน์ต่อการลดไตรกลีเซอไรด์ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกนึ่งมากกว่าทอดเพื่อควบคุมแคลอรีโดยรวม

สำหรับเมนู ข้าวผัด และ ส้มตำปูปลาร้า ซึ่งเป็นเมนูที่ควรระวัง: ข้าวผัดมีคาร์โบไฮเดรตสูงจากข้าวขาว บวกกับไขมันจากการผัดและโซเดียมสูง ส่วนส้มตำปูปลาร้า แม้จะมีผักสูง แต่น้ำปลาร้า มีโซเดียมสูงถึง 5,647 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม และน้ำตาลที่ใช้ปรุงสามารถกระตุ้นการผลิตไตรกลีเซอไรด์ได้หากบริโภคบ่อย

7 ขั้นตอนลดไตรกลีเซอไรด์โดยไม่ต้องพึ่งยา

สำหรับผู้ที่มีค่าไตรกลีเซอไรด์ในช่วง 150–499 mg/dL การปรับพฤติกรรมอย่างจริงจังสามารถลดค่าได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 4–12 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสมอไป ขั้นตอน 7 ข้อต่อไปนี้อ้างอิงตามแนวทางของ AHA และ Thai DRI 2563

  1. ลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีทันที เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง งดเครื่องดื่มหวาน น้ำอัดลม ชาไข่มุก และขนมหวานไทยที่ใช้น้ำตาลสูง
  2. รับประทานปลาทะเลไขมันสูง 2–3 มื้อต่อสัปดาห์ เน้นปลาทูนึ่ง ปลาซาดีนในน้ำ และปลาแซลมอน เพื่อรับโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ
  3. งดหรือลดแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด แม้แต่เบียร์ 1 กระป๋องต่อวันมีผลกระตุ้นตับให้ผลิตไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก
  4. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) ให้ได้ 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ ได้แก่ เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ซึ่งช่วยเพิ่มการสลายไตรกลีเซอไรด์ในกล้ามเนื้อโดยตรง
  5. ลดน้ำหนักส่วนเกิน การลดน้ำหนักเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัวมีหลักฐานทางคลินิกว่าลดไตรกลีเซอไรด์ได้ 20–30 mg/dL และลด LDL คอเลสเตอรอลได้ด้วย
  6. เพิ่มใยอาหาร ตั้งเป้ารับประทานผักและถั่วให้ได้ใยอาหาร ≥ 25 กรัมต่อวัน ตามเกณฑ์ไทย DRI 2563 โดยเน้นผักใบเขียว ถั่วพู และธัญพืชไม่ขัดสี
  7. ตรวจเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และติดตามผลกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร หากค่า ≥ 500 mg/dL ต้องพบแพทย์ทันทีและอาจต้องใช้ยาควบคู่กับการปรับพฤติกรรม

FAQ

Q: ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ต่างจากคอเลสเตอรอลยังไง

A: ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) คือไขมันในเลือดที่ทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานสำรอง สร้างขึ้นเมื่อร่างกายได้รับพลังงานเกินจากน้ำตาล แป้ง ไขมัน หรือแอลกอฮอล์ ส่วนคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ทำหน้าที่สร้างผนังเซลล์และฮอร์โมน ความแตกต่างหลักคือ ไตรกลีเซอไรด์สูงมักเกิดจากน้ำตาลและแอลกอฮอล์ ขณะที่คอเลสเตอรอลสูงมักเกิดจากไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ทั้งสองค่าต้องตรวจและดูแลร่วมกัน

Q: ค่าไตรกลีเซอไรด์เท่าไรถึงอันตราย

A: ตามมาตรฐาน NCEP ATP III และ AHA ค่าปกติของไตรกลีเซอไรด์ควรต่ำกว่า 150 mg/dL ค่า 150–199 mg/dL ถือว่าสูงเล็กน้อยและควรปรับพฤติกรรม ค่า 200–499 mg/dL สูงและเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด หากถึง ≥ 500 mg/dL ถือว่าอันตรายมาก เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis) ซึ่งเจ็บปวดรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องพบแพทย์ทันที

Q: ไตรกลีเซอไรด์สูง เกิดจากอะไร

A: ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือการบริโภคน้ำตาล แป้งขัดสี และแอลกอฮอล์มากเกินไป ไม่ใช่แค่ไขมันในอาหาร ภาวะอ้วนลงพุง การดื้อต่ออินซูลิน และโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ก็เป็นสาเหตุสำคัญ รวมถึงภาวะไทรอยด์ต่ำ โรคไต ยาบางชนิด และพันธุกรรม หากตรวจพบค่าสูงควรพิจารณาทั้งพฤติกรรมการกินและสภาวะโรคร่วม

Q: อาหารอะไรช่วยลดไตรกลีเซอไรด์

A: อาหารที่ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนที่สุด คือปลาทะเลไขมันสูงที่อุดมด้วยโอเมก้า-3 เช่น ปลาทูนึ่ง ปลาซาดีน และปลาแซลมอน ซึ่งช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ 15–30% และอาหารใยอาหารสูง เช่น ถั่วพู ผักใบเขียว และธัญพืชไม่ขัดสี สิ่งที่ต้องลดคือน้ำตาล แป้งขัดสี เครื่องดื่มหวาน และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

Q: ไตรกลีเซอไรด์สูงต้องกินยาไหม

A: ไม่จำเป็นเสมอไป สำหรับผู้ที่มีค่าไตรกลีเซอไรด์ในช่วง 150–499 mg/dL แพทย์มักแนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อน 3–6 เดือน ได้แก่ ลดน้ำตาล งดแอลกอฮอล์ เพิ่มการออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก ซึ่งในหลายกรณีสามารถลดค่าลงสู่ระดับปกติได้โดยไม่ต้องพึ่งยา อย่างไรก็ตาม หากค่า ≥ 500 mg/dL หรือปรับพฤติกรรมแล้วค่าไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาให้ยากลุ่ม Fibrate หรือ Omega-3 Prescription ร่วมด้วย

Q: ออกกำลังกายช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้จริงไหม

A: ใช่ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) อย่างสม่ำเสมอมีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยลดไตรกลีเซอไรด์และเพิ่ม HDL (ไขมันดี) ได้ กลไกหลักคือกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักจะดึงไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมาใช้เป็นพลังงานโดยตรง AHA แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว วิ่งจ็อก ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อระดับไขมันในเลือด

Q: ทำไมไตรกลีเซอไรด์สูงแม้ไม่กินของมัน

A: เพราะตัวการหลักคือน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ไม่ใช่ไขมัน เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลและแป้งมากเกินความต้องการพลังงาน ตับจะแปลงส่วนเกินเหล่านั้นให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ผ่านกระบวนการ De Novo Lipogenesis ดังนั้นผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้กล่อง ชาไข่มุก หรือกินข้าวขาวมากทุกวัน แม้ไม่ได้กินอาหารมัน ก็มีค่าไตรกลีเซอไรด์สูงได้เช่นกัน

หากตรวจเลือดแล้วพบว่าค่าไตรกลีเซอไรด์สูงกว่าเกณฑ์ การติดตามและปรับมื้ออาหารอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการลดค่าโดยไม่ต้องพึ่งยา Wello แอปพลิเคชันสุขภาพโดย Eatwellconcept ช่วยให้ติดตามค่าไขมันในเลือด วางแผนมื้ออาหารรายสัปดาห์ และรับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพได้ในที่เดียว เริ่มต้นดูแลค่าไขมันของตนเองวันนี้ที่ wello

แหล่งอ้างอิง

  • American Heart Association. (2023). Triglycerides. https://www.heart.org/en/health-topics/cholesterol/hdl-good-ldl-bad-cholesterol-and-triglycerides
  • Miller, M., Stone, N. J., Ballantyne, C., Bittner, V., Criqui, M. H., Ginsberg, H. N., Goldberg, A. C., Howard, W. J., Jacobson, M. S., Kris-Etherton, P. M., Lennie, T. A., Levi, M., Minnibaev, M., & Vafiadis, D. K. (2011). Triglycerides and cardiovascular disease: A scientific statement from the American Heart Association. Circulation, 123(20), 2292–2333. https://doi.org/10.1161/CIR.0b013e3182160726
  • Skulas-Ray, A. C., Wilson, P. W. F., Harris, W. S., Brinton, E. A., Kris-Etherton, P. M., Richter, C. K., Jacobson, T. A., Engler, M. B., Miller, M., Robinson, J. G., Blum, C. B., Rodriguez-Leyva, D., de Ferranti, S. D., & Welty, F. K. (2019). Omega-3 fatty acids for the management of hypertriglyceridemia: A science advisory from the American Heart Association. Circulation, 140(12), e673–e691. https://doi.org/10.1161/CIR.0000000000000709
  • สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2561). ฐานข้อมูลโภชนาการอาหารไทย ออนไลน์เวอร์ชัน 2 (INMUCAL-Nutrients V.4.0). สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2563). ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 (Thai DRI 2020). กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
  • กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (NHES VII) พ.ศ. 2567–2568 ข้อมูลเบื้องต้น. กรมควบคุมโรค.
  • Expert Panel on Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Cholesterol in Adults. (2001). Executive summary of the Third Report of the National Cholesterol Education Program (NCEP) Expert Panel on Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Cholesterol in Adults (Adult Treatment Panel III). JAMA, 285(19), 2486–2497. https://doi.org/10.1001/jama.285.19.2486