น้ำตาลในเลือด เท่าไหร่ถึงเป็น เบาหวาน
เบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับ น้ำตาล ในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้จนทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้อย่างเพียงพอหรือไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนนี้ได้ตามปกติ (ภาวะดื้อต่ออินซูลิน) ซึ่งอินซูลินถือว่าเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยตรงนั่นเอง ด้วยภาวะทั้งสองที่กล่าวไป ทำให้ร่างกายหรือเซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างปกติ จนเกิดเป็นการสะสมอยู่ภายในเลือด ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานานก็จะก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนหรือเป็นอันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงจำเป็นต้องควบคุมอาหารให้เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ รู้ได้อย่างไรว่าเป็น เบาหวาน การวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานจะสามารถทำได้ด้วยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก รวมถึงแพทย์จะสอบถามอาการผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและของบุคคลในครอบครัว โดยมีวิธีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลายวิธีและจะแปรผลได้ ดังนี้ แต่การตรวจโดยส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดมักจะถูกรวมอยู่ในการตรวจสุขภาพประจำปีคือ ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง (FPG) ซึ่งหากมีระดับน้ำตาลมากกว่า 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แพทย์จะนัดทำการตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันผล โดยอาจจะใช้การตรวจหลังอดอาหารหรือแบบอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน โดยหากมีค่ามากกว่าเกณฑ์ที่กล่าวไปข้างต้นก็จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานโดยแพทย์ และจะได้รับคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหาร การออกกำลังกาย เพื่อชะลอและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากเบาหวานนั่นเอง ดังนั้นเราจึงควรคุมอาหารอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรเพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากเบาหวานและภาวะอ้วน […]