fbpx

อ้วน หรือ ผอม ทุกคนก็มีสิทธิ์กินของอร่อย

มุมมองจากคนที่มอง สู่คนที่กิน

บางครั้งเราจะเห็นได้เสมอว่า พอคนที่รูปร่าง อ้วน กินขนมจุบจิบ ขนมหวาน ๆ มัน ๆ แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ก็เพราะกินแบบนั้นไง ถึงได้อ้วนน่ะ” ซึ่งหากแค่คิดก็จบในตัวเรา แต่เมื่อใดที่โพล่งออกไปให้ได้ยินนี่ แทบจะเกิดเหตุทุ่มจานเขวี้ยงส้อมได้เลยทีเดียว แต่จากข้างบนที่ได้พูดแล้วว่า “สุขภาพที่ได้รับผลจากพฤติกรรมนั้น ใช้เวลาพอสมควร” ฉะนั้นฮันนี่โทสที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ไม่ได้ทำให้เขาอ้วนหรือป่วยแต่อย่างใด เมื่อเรามองส่วนประกอบในเมนูนี้แล้ว ไม่ว่าใครจะรูปร่างแบบไหน “น้ำตาล ไขมันและสารอื่นๆ ก็เข้าตัวไม่แตกต่างกัน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความไวในการกิน” แล้วเรามาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ขนมหวานมัน ฮันนี่โทสต์นั้นหรือคือนิพพาน

ของอ้วน ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวที่กรอบ มัน อาหารหวานที่หอม หวาน ฉ่ำเนย ต้องกลายเป็น “จำเลย” สำหรับคนทุกคนเสมอ กินทีก็ต้องบ่นว่า “อ้วน” ที ทั้งที่ความจริงแล้ว ผลของอาหารต่อสุขภาพนั้น ไม่ได้แสดงออกฉับพลันทันทีเฉกเช่น กินยาลดน้ำมูกแล้วง่วงนอน แต่สุขภาพนั้นจะเกิดจากผลของพฤติกรรมโดยรวม ทั้งการกิน การมีกิจวัตรประจำวันที่แตกต่างกัน รวมทั้งการออกกำลังกาย แต่กระนั้น คนก็ยังติดปากคำว่า “กินเค้กแล้วอ้วน” อยู่ดี

ขนมจานนั้น ของหวานจานนี้ไม่ได้ทำให้ “ อ้วน ”

ลองคิดตามนะว่า เคยมีคนรู้จักที่รูปร่างอ้วนกว่าเรา แต่ผลการตรวจไขมันในเลือดก็ปกติ ความดันก็ปกติ แถมบางทียังแอบเห็นเขาวิ่งเร็วกว่าเราวิ่งเสียอีก มีคนคนนี้ในชีวิตเราบ้างไหม ? หรืออีกคนหนึ่ง เป็นคนที่รูปร่างผอม กินอะไรก็ไม่เห็นอ้วน วันนั้นยังเห็นกินเค้กไปร่วมปอนด์ก็ไม่เห็นอ้วน แต่เราพอได้ยินมาบ้างว่า คอเลสเตอรอลในเลือดเขาสูงผิดปกติ ไหนจะน้ำตาลในเลือดที่เริ่มไม่ปกติแล้วอีก สรุปแล้ว ใครกันแน่ที่สุขภาพมีปัญหา ? จะเห็นได้เลยว่า รูปร่างของคนไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกสุขภาพ แต่กลับเป็น “พฤติกรรมการใช้ชีวิต” ทั้งการกิน และกิจวัตรประจำวันต่างหาก ที่ส่งผลชัดเจนกว่า อย่างนั้นแล้วสิทธิ์โดยชอบธรรมในการกินขนม ของหวานหรือจานโปรดต่าง ๆ ก็ควรเป็นของทุกคนจริงไหม ?

Man weightlifting a fried chicken drumstick illustration

ทางสายกลาง คือคำตอบที่ฟังดูเชย แต่ดีที่สุดแล้ว

กินขนมให้ความสุขกับเราได้ แต่กินคนเดียวหมดจานก็ทำให้ได้รับน้ำตาล ไขมันมากเกินไป ซึ่งของหวานบางอย่างดูสารอาหารพังพินาศมาก แต่เอาเข้าจริงถ้ามันหนักเกินไป เราก็กินไม่หมดอยู่แล้ว ใช่หรือไม่ ? กินให้เข้าใจ พอใจแล้วหยุดก็เท่านั้นเอง คำแนะนำคือ หากอยากกินของหวานจานโปรดนี้ แนะนำให้กินช้าๆ ให้เราได้เสพความสุขจากการกินของที่ชอบ ไม่ใช่การพยายามกวาดกอบโกยอัดเข้าปากเยอะๆ แล้วแก้ตัวว่า “ก็เป็นของที่ชอบนี่” แล้วใครบอกว่าชอบแล้วต้องกินเยอะ จริงไหม ?

การได้กินในสิ่งที่ชอบและมีความสุข เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนมีสิทธิ์ในการทำ หากมีใครบางคนมากำหนดว่า อย่ากิน ห้ามกิน ขัดขวางเราด้วยคำว่า “อ้วนแล้ว อย่ากินเลย” ดูเหมือนว่าน่าจะลงเอยด้วยการ กินคนที่พูดเข้าไปด้วยอยู่แล้ว จริงไหม ? เราทุกคนควรเข้าใจในการกินอย่างแท้จริงกันมากกว่าการจับผิดกัน กินให้พอดีและมีความสุข สังคมนี้จะได้มีความสุขกันทุกคนอย่างเท่าเทียม

สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

ไม่พลาดบทความด้านโภชนาการ

ของ อีทเวลล์คอนเซปต์ ก่อนใคร