fbpx

Nutrition Solution & Corporate Wellness Management

ประโยชน์ของการกินกิมจิ

ก่อนจะไปทำอะไรกินกันเย็นนี้ คิดว่าบางคนจะทำเมนูยอดฮิตช่วงนี้แน่นอนจากที่ระยะนี้ ได้ข่าวว่ากิมจิ ซอสโคชูจังขาดตลาด (แม้แมคโครจะแบกมาขายเป็นกิโลแล้วก็ตาม) จากกระแสซีรี่ย์ย่านอีแตวอน ประชาชนชาวไทยเลยฮิตทำเมนูจากกิมจิกัน แล้วกิมจิมันนอกจากจะอร่อยแล้ว มีประโยชน์รวมถึงคุณสมบัติอะไรบ้าง วันนี้จะมาเล่าให้ฟังกัน

กิมจิให้โปรไบโอติค (Probiotics) ควบคู่ใยอาหาร

กิมจิเป็นอาหารหมวดผักหมักดอง ซึ่งมีแบคทีเรียเป็นส่วนประกอบแน่นอน โดยจะเป็นกลุ่ม Lactic acid bacteria ซึ่งให้รสเปรี้ยวของกิมจิ พร้อมกลิ่นเฉพาะ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปอาศัยเป็นแบคทีเรียเจ้าถิ่นในบริเวณลำไส้ใหญ่เป็นหลัก ทำให้ลดการติดเชื้อจากแบคทีเรียก่อโรคในบริเวณลำไส้ลงได้ รวมทั้งมีการกระตุ้นในระดับเซลล์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาแทรกซ้อนของลำไส้ใหญ่ลงได้

กิมจิ จัดเป็นผักดอง แล้วโซเดียมล่ะ?

กระบวนการผลิตกิมจิ จะใช้เกลือในการหมักร่วมด้วย ทำให้ประเด็นของโซเดียมก็สำคัญไม่แพ้กัน ข้อมูลปริมาณโซเดียมสามารถตรวจสอบได้จากบรรจุภัณฑ์ของกิมจิที่ซื้อมา เพราะแต่ละยี่ห้อย่อมมีสูตรที่ไม่เหมือนกัน แต่จากค่าเฉลี่ยแล้ว ประมาณ 1 ถ้วยตวง (หนัก 150 กรัม) ของกิมจินั้น มีโซเดียมประมาณ 750 มิลลิกรัม ซึ่งคำแนะนำในแต่ละวันคือ ไม่ควรได้รับโซเดียมเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับโซเดียมมากเกินไป

โซเดียมขนาดนี้ หากชั่งน้ำหนักกับประโยชน์ต่อลำไส้แล้วจะคุ้มที่จะกินไหม?

ยังไงก็คุ้ม เพราะอร่อย และอย่าลืมว่าหากเรา “แบ่งออกมาใช้หรือบริโภค” ก็จะได้รับโซเดียมลดหลั่นกันลงไป เช่น หากใครตักออกมารับประทานกับข้าวไว้แก้เลี่ยนสัก 2 ช้อนโต๊ะ (หนัก 30 กรัม) ก็จะได้โซเดียมเพียง 150 มิลลิกรัมเท่านั้น หรือ หากนำไปทำซุปกิมจิโดยใช้ปริมาณมากขึ้น ก็ให้กะสัดส่วนตามสูตรและลดการซดน้ำซุปกิมจิลง อย่านำมาราดข้าวจนหมด ก็จะลดปริมาณโซเดียมลงได้ไม่น้อยทีเดียว

อีกสูตรหนึ่งคือ หากเราจะใช้กิมจิประมาณมากในการปรุงอาหาร หากนำกิมจิมาล้างน้ำผ่านก่อน เพื่อลดเกลือส่วนเกินออก แล้วนำผักดองมาปรุงต่อ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ลดโซเดียมได้เช่นกัน และอย่าลืมว่า เมนูที่ทำจากกิมจินี้ ควรมีการเติมแหล่งโปรตีน เช่น เต้าหู้ เนื้อสัตว์ลงไปด้วย เพื่อที่จะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

กินกิมจิประจำ เพื่อลดน้ำหนักดีหรือไม่ ?

มาสู่ประเด็นสุดท้ายแล้ว แนะนำว่ากินให้มีรสชาติได้ แต่ควรสมดุลกับแหล่งอาหารอื่นๆ ได้แก่ โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตด้วย ใครที่ต้องการลดน้ำหนัก แนะนำให้ลดปริมาณไขมันจากการปรุงและคาร์โบไฮเดรตจากข้าวแป้งที่มากเกินไป และน้ำตาลในเครื่องดื่มลง จะมีกิมจิช่วยให้อาหารอร่อยขึ้นก็ได้ หากทำต่อเนื่องแล้วน้ำหนักก็จะค่อยๆ ลดลงอย่างช้า ๆ มั่นคงและไม่เด้งกลับมาได้อย่างแน่นอน

Phasit Kanasirichainon
Phasit Kanasirichainon
นักกำหนดอาหารทาสแมวที่หลุดพ้นจากวงจรดำมืดของการไดเอทจน Binging มาแล้ว สุขกับการยกเวท โยคะและคาร์ดิโอ (เป็นสิ่งสุดท้าย) แสวงหาร้านอาหารใหม่ๆ กินทุกสัปดาห์ รักเรื่องสังคมและมนุษย์ เพื่อเอามาบูรณาการในการเข้าใจ “มนุษย์” ให้มากขึ้นและลากคนออกจาก “หลุมดำ” ของการไดเอทที่แสนเฮงซวยสำหรับ "ทุกชีวิตที่เกิดมาบนโลกนี้"

อ่านเพิ่มเติม