SLE กิน ผลไม้ อะไรได้บ้าง? 

หลายคนที่เป็น SLE อาจจะมีความกังวลเรื่องการกินผักและ ผลไม้ ในบทความนี้เราจะพามาแนะนำผลไม้ที่กินได้ในระหว่างการรักษาโรคSLEd กัน ถ้าใครเคยได้ยินชื่อโรค SLE หรือ Systemic Lupus Erythematosus หรือที่หลายคนคุ้นกันว่า “โรคพุ่มพวง” คงรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่โรคธรรมดา เพราะมันคือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของเราสับสน และ “หันมาโจมตีตัวเอง” ส่งผลให้เกิดการอักเสบในอวัยวะหลายระบบ เช่น ผิวหนัง ข้อ ไต หัวใจ หรือแม้กระทั่งสมอง 

ผู้ป่วย SLE ส่วนใหญ่ต้องรับการรักษาด้วยยา เช่น ยากดภูมิ, สเตียรอยด์, หรือแม้กระทั่ง เคมีบำบัดระดับอ่อน เพื่อควบคุมการอักเสบ แต่ผลข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือ ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะอ่อนแอลง ทำให้ เสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เพราะเหตุนี้ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยจึงได้รับคำแนะนำให้ “งดกินผักและผลไม้สด” โดยเฉพาะช่วงที่เพิ่งเริ่มใช้ยากลุ่มกดภูมิ ซึ่งแม้จะดูสมเหตุสมผลในทางการแพทย์ แต่ก็มักก่อให้เกิดความกังวลใจไม่น้อยแก่ผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น 

“ผลไม้ที่เคยชอบยังพอกินได้ไหม?” 
“กินแล้วจะติดเชื้อหรือทำให้โรคกำเริบไหม?” 
“แล้วต้องงดไปตลอดเลยหรือเปล่า?” 

แต่จริงๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องงดผลไม้ทุกชนิด และไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่ต้องระวังมากจนเกินเหตุ เพราะผลไม้หลายชนิดยังมีโยชน์ต่อร่างกายของผู้ป่วย SLE หากเลือกกินให้เหมาะสม 

เมื่อเป็น SLE กิน ผลไม้ อะไรดี ?

กลุ่มผลไม้ต้านอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน

ผู้ป่วย SLE มีภาวะการอักเสบเรื้อรังในหลายระบบของร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ การเลือกกินผลไม้ที่มี สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) และสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) จึงช่วยลดกระบวนการอักเสบ และเสริมภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างสมดุลมากขึ้น

ตัวอย่างผลไม้ที่แนะนำ

  • ฝรั่ง : แหล่งวิตามิน C ชั้นดี สูงกว่าส้มหลายเท่า ซึ่งวิตามิน C มีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกัน 
  • กีวี : มีทั้งวิตามิน C และวิตามิน E ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีไฟเบอร์ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และเป็นอาหารที่ดีของจุลินทรีย์ในลำไส้อีกดด้วย 
  • บลูเบอร์รี, เชอร์รี, ทับทิม : อุดมไปด้วยสารกลุ่ม แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ 
  • ส้ม : แหล่งวิตามิน C และฟลาโวนอยด์ เช่น hesperidin ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบในระบบหลอดเลือดและเสริมภูมิคุ้มกัน 

แนะนำให้กินเป็นผลแทนน้ำผลไม้ เพื่อไม่ให้ได้รับน้ำตาลมากเกิน และยังได้รับไฟเบอร์ด้วย 

SLE กินผลไม้อะไรดี-EWC
แนะนำ ผลไม้ SLE กินได้

กลุ่มผลไม้ดีต่อลำไส้ เสริมจุลินทรีย์ดี 

หลายคนอาจคิดว่าลำไส้มีหน้าที่แค่ย่อยอาหาร แต่จริง ๆ แล้ว ลำไส้คือศูนย์กลางสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน เพราะมีจุลินทรีย์หลายล้านล้านตัวที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค ผลิตวิตามิน และควบคุมการทำงานของภูมิคุ้มกัน 

ในผู้ป่วย SLE มักพบว่ามีความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ โดยเฉพาะแบคทีเรียตัวดี ซึ่งอาจกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ดังนั้นการดูแลลำไส้ให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องสำคัญ และหนึ่งในวิธีง่าย ๆ คือ การกินผลไม้ที่มีใยอาหารละลายน้ำและพรีไบโอติก ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ตัวดี ช่วยให้มันเติบโต แข็งแรง และทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ตัวอย่างผลไม้ที่แนะนำ

  • แอปเปิล : (โดยเฉพาะแบบไม่ปอกเปลือก) มี เพคติน (pectin) ซึ่งเป็นใยอาหารละลายน้ำและเป็นแหล่งของ พรีไบโอติกธรรมชาติ 
  • กล้วยหอม : มี อินนูลิน และ ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ (FOS) ซึ่งเป็นพรีไบโอติก ช่วยให้ระบบย่อยสบาย ลดโอกาสท้องเสีย 
  • มะละกอ : แม้พรีไบโอติกจะไม่เด่นเท่ากล้วยหรือแอปเปิล แต่มะละกอช่วย “เตรียมพื้น” ให้จุลินทรีย์ดีเติบโต ด้วยคุณสมบัติช่วยย่อยและป้องกันท้องผูก 

ผลไม้แบบไหนที่ โรคSLE ควรระวัง!

ในช่วงภูมิคุ้มกันต่ำ (เพิ่งให้ยาแรง ๆ หรือมีภาวะติดเชื้อ)

  • หลีกเลี่ยงผลไม้สดที่ไม่ได้ล้างให้สะอาด หรือปอกเปลือกไม่ได้ เช่น องุ่น ชมพู่ ฝรั่ง
  • หลีกเลี่ยงผลไม้ที่ปอกสำเร็จ เช่น รถเข็นผลไม้ หรือผลไม้ตัดแต่งพร้อมกิน ที่ขายตามห้างต่างๆ เนื่องจากอาจไม่สะอาดหรือทำไว้นาน เสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรค

ถ้ามีโรคไตร่วม เช่น โรคไตอักเสบลูปัส (Lupus Nephritis)

  • ระวังผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย, มะม่วงสุก, แตงโม, มะละกอ, ฝรั่ง
  • ควรจำกัดปริมาณหรือปรึกษานักกำหนดอาหารร่วมด้วยเพื่อให้กำหนดปริมาณการกินผลไม้ให้เหมาะสมกับโรค

หลีกเลี่ยงผลไม้แปรรูป

  • บ๊วย, มะม่วงดอง, ผลไม้แช่อิ่ม มีน้ำตาลและโซเดียมสูง
ผลไม้ SLE ควรระวัง-EWC

กินผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัยในแต่ละช่วงของภาวะ SLE

การดูแลตัวเองเมื่อเป็น SLE ไม่ใช่เรื่องของ “งด” อย่างเดียว แต่คือ “เลือกให้เหมาะกับช่วงเวลา” เพราะระดับภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยแต่ละช่วงจะแตกต่างกัน ดังนั้นการกินผลไม้ควรยืดหยุ่นตาม สภาพร่างกาย ณ ขณะนั้น  

ช่วงที่กินผลไม้ได้ตามปกติ (ภูมิคุ้มกันคงที่ ไม่มีภาวะเสี่ยง) 

  • เป็นช่วงที่อาการของโรคอยู่ในภาวะสงบ (remission) 
  • ไม่ได้ใช้ยากดภูมิในขนาดสูง 
  • ไม่มีอาการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจากไต 

สามารถกินผลไม้สดได้เกือบทุกชนิด (ยกเว้นที่มีโพแทสเซียมสูงถ้ามีโรคไตร่วม) เน้นล้างให้สะอาด ปอกเปลือกเมื่อจำเป็น และกินในปริมาณเหมาะสม 

ช่วงที่ควร “เลือกกิน” อย่างระมัดระวัง 

  • ช่วงเริ่มต้นการใช้ ยากดภูมิ, สเตียรอยด์ขนาดสูง หรือ หลังให้ยาเคมีบำบัด 
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือเพิ่งฟื้นจากการติดเชื้อ 

ควรหลีกเลี่ยง: 

  • ผลไม้ที่เปลือกบาง ปอกเปลือกยาก เช่น องุ่น ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิล 
  • ผลไม้ปอกสำเร็จ หรือ เก็บไว้นาน 

ควรเลือก ผลไม้เปลือกหนา

  • ที่สามารถปอกได้และล้างเปลือกได้สะอาดก่อนปอกเสมอ เช่น ส้มโอ แคนตาลูป แตงโม ส้ม 

ถ้ากังวลเรื่องความสะอาด  อาจเปลี่ยนมาใช้วิธี อบหรือนึ่งผลไม้ เพื่อผ่านความร้อน ช่วยฆ่าเชื้อโรค เช่น กล้วยนึ่ง แอปเปิลอบ 

ช่วงที่ควรงดชั่วคราว 

  • ช่วงที่มี ไข้ ติดเชื้อรุนแรง หรือ ภูมิคุ้มกันต่ำมาก 
  • อยู่ในโรงพยาบาล หรือกำลังใช้ยากดภูมิขั้นสูงต่อเนื่อง 
  • มีแผลในปาก ลำคอ หรือระบบย่อยไม่แข็งแรง 

ควรงดผลไม้สดทุกชนิดชั่วคราว และปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารสำหรับการทดแทนวิตามินจากแหล่งอื่น เช่น น้ำผลไม้พาสเจอร์ไรส์ หรือ อาหารทางการแพทย์ 

การเป็นผู้ป่วย SLE ไม่ได้แปลว่าต้องงดผลไม้ไปตลอดชีวิต แต่หมายถึง การเลือกกินอย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้ได้ประโยชน์จากสารอาหารโดยไม่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เพราะผลไม้บางชนิด เป็นทั้งแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และดูแลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง 

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การงด “ทั้งหมด” แต่คือการถามตัวเองว่า 

“ตอนนี้ร่างกายเราอยู่ในช่วงไหน?” 
“กินแบบไหนถึงจะเหมาะกับภูมิคุ้มกันของเราในตอนนี้?” 

หากร่างกายอยู่ในช่วงสงบและไม่มีภาวะเสี่ยง ผลไม้สดที่สะอาดและปลอดภัยก็สามารถเป็นเพื่อนคู่สุขภาพของผู้ป่วย SLE ได้ดี หากอยู่ในช่วงภูมิคุ้มกันต่ำ ก็แค่ เลือกชนิดให้เหมาะ หรือ ผ่านความร้อนกิน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกกินผลไม้ได้อย่างสบายใจ  หากมีปัญหาหลายโรคร่วม หรือมีปัญหาทางด้านโภชนาการสามารถปรึกษานักกำหนดอาหารออนไลน์กับทีม Eatwellconcept ได้เราจะดูผลตรวจประวัติการรักษาเพื่อให้คำแนะนำและแผนอาหารที่เหมาะสมกับโรคอย่างถูกต้อง

สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

แหล่งอ้างอิง 

  1. Hevia, A., Milani, C., López, P., Cuervo, A., Arboleya, S., Duranti, S., … & Margolles, A. (2014). Intestinal dysbiosis associated with systemic lupus erythematosus. MBio, 5(5), 10-1128. 
  1. Khoo, H. E., Azlan, A., Tang, S. T., & Lim, S. M. (2017). Anthocyanidins and anthocyanins: Colored pigments as food, pharmaceutical ingredients, and the potential health benefits. Food & nutrition research, 61(1), 1361779.