อาหารสำหรับผู้ป่วย มะเร็งเต้านม ทานอย่างไรให้ปลอดภัย

เมื่อเป็น มะเร็งเต้านม แล้วควรกินอะไรดี โดยหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งเต้านม แล้ว สิ่งสำคัญคือ หลังจากนี้คือการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่แผนการรักษา ซึ่งการรักษานั้นก็ขึ้นอยุ่กับขนิดของเซลล์มะเร็ง และความรุนแรงของตัวโรคด้วยเตรียมภาวะ โภชนาการ เป็นสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่ควรทำก่อน ระหว่าง และ หลังการรักษา

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลากหลาย

การรับประทานอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ เพราะอาหารแต่ละหมู่ ทำให้เราได้รับ “สารอาหาร” ที่หลากหลาย ครบถ้วน และเพียงพอ กับการนำไปต่อสู้กับเจ้า มะเร็ง ตัวร้าย สิ่งสำคัญคือการที่เราพยายามรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ไม่ให้มากเกินไปโดยเฉพาะส่วนที่เป็นไขมันบริเวณช่องท้อง หรือ สิ่งที่เราเรียกว่าพุงนั่นเอง แต่ก็ไม่ควรน้อยเกินไป จนกลายเป็นนางแบบฝรั่งเศส เพราะนั่นอาจทำให้เราขาดกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นแหล่งเก็บรวบรวมพลังงานสำคัญเพื่อใช้ต่อกรกับมะเร็งร้ายในอนาคตได้

หมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ หมู ไก่ ปลา อาหารทะเล ไข่ หรือเต้าหู้  ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีน

โดยควรรับประทานประมาณ 1.2 – 1.5 กรัมของโปรตีน ต่อน้ำหนักตัวต่อวัน คือ ถ้าเราหนัก 50 kg เราจะต้องการโปรตีนประมาณ 60 กรัม ถึง 75 กรัมต่อวัน หรือถ้าเทียบเท่ากับเนื้อไก่สด 200 – 300 กรัมต่อวัน แต่อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถเลือกแหล่งโปรตีนจากเนื้อไก่เพียงอย่างเดียวได้ เราสามารถเลือกรับประทานจากอาหารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ที่มีธาตุเหล็กที่สูงกว่าเนื้อไก่ เนื้อปลาที่มีไขมันที่ดี หรือเต้าหู้แผ่นที่มีแคลเซียมที่สูง

โปรตีน

แหล่งโปรตีนอย่างหนึ่งที่หลายๆ คนถกเถียงว่าคนที่เป็น มะเร็งเต้านม สามารถกินได้มั้ย คือ ถั่วเหลือง ซึ่งมีสารสำคัญอย่าง Isoflavones ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมันจะกระตุ้นเซลล์มะเร็งเต้านมชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนให้เติบโต  แต่สำหรับมะเร็งเต้านมชนิดที่ไม่มีตัวรับจะไม่ส่งผลอะไร แต่อย่างไรก็ตามก็พบว่า Isoflavones ไม่ได้มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์มะเร็งเสมอไป กลับพบว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งด้วยเช่นกัน  ดังนั้นหากอยู่ในช่วงการรักษาตัวเช่นก่อนการผ่าตัด เราอาจต้องระวังการกินถั่วเหลืองในปริมาณสูงมากเกินไป แค่กินในระดับที่พอดีๆ วันละ 1-2 มื้อ และสลับกับแหล่งโปรตีนยอย่างอื่นก็เพียงพอ

หมู่ที่ 2 ข้าวแป้ง ขนมปัง แหล่งสารอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรต

ควรรับประทานประมาณ 55 % ของพลังงานรวมทั้งหมด  ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องมีแหล่งแป้งทุกมื้อ ไม่ว่าจะมาจากข้าว ขนมปัง หรือ เส้นอื่นๆ ถ้าจะให้ดีที่สุด คือเลือกแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวไรซ์เบอรี่ ขนมปังโฮลวีท ข้าวโพด ฟักทอง นอกจากใยอาหารแล้ว ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มากกว่าข้าวแป้งขัดขาว โดยพื้นฐานอาจจะอยู่ที่ 2 ทัพพีต่อมื้อ เป็นอย่างน้อย 

คาร์บโบไฮเดรต

หมู่ที่ 3 – 4 ผัก และ ผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ

ใยอาหาร และพฤกษเคมีต่าง ๆ ที่พบในผัก และ ผลไม้ว่ามีประโยชน์กับ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

  • ควรรับประทานผักและผลไม้อย่างน้อย 5 ส่วนต่อวัน หรืออาจถึง 9 ส่วน โดยผลไม้ 1 ส่วน มีน้ำหนักประมาณ 150 กรัม และผักมีน้ำหนักประมาณ 75 กรัม
  • กระเทียม และ ผักตระกูลกะหล่ำ พบว่าช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งเต้านม และมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย โดยมีงานวิจัยพบว่าการกินผักตระกูลกะหล่ำประมาณ 57 กรัมต่อวัน ช่วยป้องกันการกลับมาเป็นโรคมะเร็งเต้านมซ้ำอีกครั้ง
ผักและผลไม้

หมู่ที่ 5 ไขมัน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญกับร่างกาย

  • ควรรับประทานน้ำมันประมาณ 30 % ของพลังงานโดยรวมทั้งหมด สมมติหากเราต้องการพลังงาน 1800 kcal เราจะต้องพลังงานจากไขมันราวๆ 60 กรัมต่อวัน หรือ 12 ช้อนชาต่อวัน แต่เราก็ยังมีการกินน้ำมันจากอาหารประเภทอื่นๆ อีก เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ติดมัน จึงต้องลดทอนลงมาให้เหลือซัก 6 – 9 ช้อนชาต่อวัน
  • ควรเลือกน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือ MUFA และ แบบไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนหรือ PUFA มากกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งพบได้ในอาหารทะเล น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
ไขมัน

อีทเวลล์คอนเซปต์ ให้บริการนักกำหนดอาหารวิชาชีพ

ปรึกษาการควบคุมอาหารแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็ง ในระยะต่าง ๆ กำหนดอาหารเฉพาะโรค รายบุคคล ตามความต้องการใช้พลังงานและสารอาหาร หากสนใจ คลิกเพื่อดูรายละเอียด

สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

อ้างอิง

Limon-Miro AT et al, Dietary Guidelines for Breast Cancer Patients: A Critical ReviewAdv Nutr. 2017;8(4):613-623.