อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept
สรุปสำคัญ: ความดันต่ำต้องดื่มอะไร คำตอบคือน้ำเปล่าให้ได้ 2–2.5 ลิตรต่อวัน ร่วมกับเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์ที่มีโซเดียม 400–600 มก./ลิตร ในกรณีความดันต่ำเฉียบพลัน และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป เนื่องจากอาจจะยิ่งกระตุ้นให้ความดันลดลง
- ดื่มน้ำเปล่าสม่ำเสมอและเพิ่มโซเดียมในอาหารอย่างมีการควบคุม จะช่วยเพิ่มความดันได้จริงตามหลักฐานเชิงประจักษ์
- ผู้ป่วยความดันต่ำระยะเฉียบพลันและระยะเรื้อรังต้องการกลยุทธ์โภชนาการที่แตกต่างกัน
- ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดต้องระวังปฏิกิริยาระหว่างยากับสารอาหารเป็นพิเศษ
ความดันโลหิตต่ำคืออะไร และเมื่อใดต้องใส่ใจโภชนาการ
ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) หมายถึง ค่าความดันซิสโตลิกต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท หรือไดแอสโตลิกต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2023)
ในประเทศไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าภาวะนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ โดยสาเหตุหลักได้แก่ภาวะขาดน้ำ การได้รับโซเดียมไม่เพียงพอ และการเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว (Orthostatic Hypotension) ดังนั้นโภชนาการจึงเป็นหนึ่งในเสาหลักของการดูแลตนเองควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์
ความดันต่ำ อาการที่ต้องสังเกต
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเมื่อลุกนั่งหรือลุกยืน คลื่นไส้ ใจสั่น และอ่อนเพลียผิดปกติ อาการเหล่านี้เกิดจากปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราว (Freeman et al., 2011, NEJM) หากมีอาการหมดสติหรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย ควรพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะวิกฤต
ความดันต่ำ สาเหตุที่โภชนาการเข้ามาเกี่ยวข้อง
สาเหตุที่แก้ไขได้ด้วยโภชนาการมีหลายประการ ได้แก่
- การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้ปริมาตรเลือดลดลง
- การบริโภคโซเดียมต่ำเกินไปโดยเฉพาะในผู้ควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
- การขาดวิตามิน B12 และโฟเลตซึ่งส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง
- ภาวะทุพโภชนาการโปรตีนที่ลดแรงดันออสโมติกในหลอดเลือด (WHO/FAO TRS 916, 2003)
ความดันต่ำต้องดื่มอะไร: มุมมองจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพ
คำถามว่าความดันต่ำต้องดื่มอะไรมีคำตอบที่ต่างกันตามระยะและสาเหตุ นักกำหนดอาหารวิชาชีพแบ่งแนวทางออกเป็น 3 กลุ่มเครื่องดื่มหลัก ได้แก่
1. น้ำเปล่าและการจัดการปริมาตรน้ำในร่างกาย
ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ไทยคือ 2.0–2.5 ลิตรต่อวัน ตาม Thai DRI (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) โดยกระจายการดื่มทุก 2–3 ชั่วโมง ไม่ควรดื่มปริมาณมากในครั้งเดียว เนื่องจากอาจทำให้ความดันลดลงชั่วคราวจากภาวะ postprandial hypotension ได้
2. เครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์ในภาวะเฉียบพลัน
เมื่อมีอาการความดันต่ำเฉียบพลันจากการสูญเสียเหงื่อมาก หรือท้องเสีย ควรดื่มเครื่องดื่มทดแทนเกลือแร่ที่มีโซเดียม 400–600 มก./ลิตร และโพแทสเซียม 150–300 มก./ลิตร ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูปริมาตรเลือดได้เร็วกว่าน้ำเปล่า (WHO Oral Rehydration Solution guideline, 2006) อย่างไรก็ตาม ควรเลือกสูตรที่มีน้ำตาลต่ำ และไม่แนะนำในผู้ที่มีโรคไตร่วมด้วย
3. เครื่องดื่มที่ควรระวัง
- แอลกอฮอล์ ขยายหลอดเลือดส่วนปลายและลดความดันโลหิต ดังนั้นห้ามผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำดื่มโดยเด็ดขาด
- คาเฟอีนในปริมาณสูง (มากกว่า 400 มก./วัน) กระตุ้นการขับปัสสาวะและอาจทำให้ขาดน้ำ
- ชาสมุนไพรบางชนิด เช่น ชาหญ้าหวานหรือชาดอกคำฝอย มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตเล็กน้อย จึงควรหลีกเลี่ยงในผู้มีความดันต่ำอยู่แล้ว
ความดันต่ำ ควรกินอะไร: เป้าหมายสารอาหารสำหรับคนไทย
ข้อมูลจาก INMUCAL (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) และ Thai DRI กำหนดเป้าหมายสารอาหารสำคัญสำหรับผู้มีความดันต่ำ ดังนี้
ตารางเป้าหมายสารอาหารในผู้มีความดันต่ำ (อ้างอิง: INMUCAL / Thai DRI)| สารอาหาร | เป้าหมายต่อวัน | แหล่งอาหารไทยที่แนะนำ | หมายเหตุ |
|---|
| โซเดียม | 1,500–2,300 มก. | น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำซุปกระดูก | เพิ่มได้หากไม่มีโรคไตหรือหัวใจ |
| โพแทสเซียม | 2,600–3,400 มก. | กล้วย มันเทศ ถั่วเขียว | สมดุลกับโซเดียม |
| วิตามิน B12 | 2.4 ไมโครกรัม | ตับไก่ ปลาทู ไข่ | ป้องกันโลหิตจางจากขาด B12 |
| โฟเลต | 400 ไมโครกรัม DFE | ผักใบเขียว ถั่วแดง | สนับสนุนการสร้างเม็ดเลือดแดง |
| โปรตีน | 0.8–1.0 กรัม/กก.น้ำหนักตัว | เนื้อปลา ไข่ เต้าหู้แข็ง | รักษาแรงดันออสโมติก |
การจัดการโภชนาการตามระยะ: เฉียบพลันเทียบกับเรื้อรัง
ในระยะเฉียบพลัน เช่น ผู้ที่มีอาการวิงเวียนฉับพลันหลังลุกนั่ง ควรนั่งพักทันที ดื่มน้ำเปล่าหรือเกลือแร่ 200–300 มล. และรับประทานอาหารเค็มเล็กน้อย เช่น แครกเกอร์กับเนยเค็มหรือซุปใสที่มีเกลือ เพื่อดึงน้ำกลับสู่หลอดเลือดอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงอายุ 28 ปีน้ำหนัก 52 กิโลกรัม มีอาการหน้ามืดช่วงเช้าหลังออกกำลังกาย หลังได้รับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารให้ดื่มน้ำเกลือแร่ 250 มล. และรับประทานกล้วยหอม 1 ผล (โพแทสเซียม ~360 มก.) ร่วมกับไข่ต้ม 2 ฟอง (โปรตีน ~12 กรัม) เป็นอาหารเช้า อาการดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์ของการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง
ปฏิกิริยาระหว่างยากับสารอาหาร: สิ่งที่ผู้รับประทานยาต้องรู้
- ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) เพื่อรักษาโรคหัวใจหรือความดันสูง และต่อมาความดันลดต่ำเกินไป อาจสูญเสียโพแทสเซียมและโซเดียมมากกว่าปกติ จึงต้องติดตามระดับอิเล็กโทรไลต์อย่างสม่ำเสมอ
- ยากลุ่ม Alpha-blockers และ Beta-blockers ก็ส่งผลต่อการตอบสนองของหลอดเลือดต่อปริมาตรน้ำ การดื่มน้ำมากเกินไปในผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้อาจทำให้เกิดภาวะ hyponatremia ได้ (American Heart Association, 2021)
ดังนั้นการปรับแผนโภชนาการควรทำร่วมกับทีมแพทย์และนักกำหนดอาหารวิชาชีพเสมอ ไม่แนะนำให้ปรับด้วยตนเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันต่ำต้องดื่มอะไร
- ความดันต่ำต้องดื่มอะไรเป็นอันดับแรก?
- น้ำเปล่าสะอาดเป็นสิ่งแรกที่ควรดื่มทันทีเมื่อมีอาการ โดยแนะนำ 200–300 มล. ในครั้งเดียว หากมีการสูญเสียเหงื่อหรือท้องเสียร่วมด้วย ให้เปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีโซเดียม 400–600 มก./ลิตร ตามแนวทางของ WHO (2006)
- ความดันต่ำ ควรกินอะไรเพื่อให้ความดันขึ้นเร็ว?
- อาหารที่ช่วยได้เร็ว ได้แก่ อาหารเค็มเล็กน้อย เช่น ซุปใสมีเกลือ แครกเกอร์เค็ม หรือน้ำซุปกระดูก ร่วมกับโปรตีนย่อยง่าย เช่น ไข่ต้มหรือเต้าหู้แข็ง เพื่อรักษาแรงดันออสโมติกในหลอดเลือด
- ความดันต่ำ อาการมีอะไรบ้าง?
- อาการหลักคือ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเมื่อเปลี่ยนท่า ใจสั่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และในรายรุนแรงอาจหมดสติ อาการเหล่านี้เกิดจากปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราว (Freeman et al., 2011)
- ความดันต่ำ สาเหตุหลักมาจากอะไร?
- สาเหตุหลักที่แก้ไขได้ด้วยโภชนาการคือภาวะขาดน้ำ การบริโภคโซเดียมต่ำเกินไป การขาดวิตามิน B12 และโฟเลต รวมถึงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ที่ทำให้เลือดไปกระจุกที่ระบบย่อยอาหาร
- ดื่มกาแฟได้ไหมถ้าความดันต่ำ?
- คาเฟอีนในปริมาณน้อย (ไม่เกิน 200 มก./วัน หรือกาแฟดำประมาณ 1–2 ถ้วยเล็ก) อาจช่วยกระตุ้นความดันได้ชั่วคราวในบางคน อย่างไรก็ตามปริมาณมากเกินไปกระตุ้นการขับปัสสาวะและทำให้ขาดน้ำได้ ควรปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
- น้ำมะพร้าวช่วยความดันต่ำได้จริงไหม?
- น้ำมะพร้าวมีโพแทสเซียมสูง (~600 มก./240 มล.) แต่มีโซเดียมต่ำ จึงไม่เหมาะเป็นเครื่องดื่มหลักในภาวะความดันต่ำที่ต้องการโซเดียมเพิ่ม อย่างไรก็ตามดื่มเสริมได้ในกรณีที่ขาดโพแทสเซียมร่วมด้วย (USDA FoodData Central, 2023)
- ผู้สูงอายุที่มีความดันต่ำควรจัดการอาหารอย่างไร?
- ผู้สูงอายุควรแบ่งมื้ออาหารเป็น 4–5 มื้อเล็กต่อวัน หลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ที่ทำให้เกิด postprandial hypotension และนอนพักศีรษะสูงหลังอาหาร 30 นาที รวมถึงดื่มน้ำ 1 แก้ว (200–250 มล.) ก่อนลุกจากเตียงทุกเช้า
- ความดันต่ำต้องงดอาหารอะไรบ้าง?
- ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกชนิด อาหารคาร์โบไฮเดรตสูงในมื้อเดียว ชาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดความดัน เช่น ดอกคำฝอยและหญ้าหวาน รวมถึงอาหารที่ผ่านการขัดสีสูงซึ่งย่อยเร็วและทำให้เลือดกระจุกในระบบย่อยอาหาร
สรุป
ความดันต่ำต้องดื่มอะไรนั้นพิจารณาตามระยะและสาเหตุของแต่ละบุคคล มีหลักการสำคัญคือดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ 2–2.5 ลิตรต่อวัน เพิ่มโซเดียมในอาหารอย่างมีการควบคุม เลือกเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์ในภาวะเฉียบพลัน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และสมุนไพรลดความดัน
ดังนั้นการวางแผนโภชนาการร่วมกับนักกำหนดอาหารวิชาชีพจะช่วยให้การดูแลตนเองมีความปลอดภัยและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานยาร่วมด้วย ดาวน์โหลดแอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหารและปรึกษานักกำหนดอาหารออนไลน์ได้เลย หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ โปรแกรมโภชนาการส่วนบุคคล
เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบข้อมูลโดย นักกำหนดอาหารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโภชนาการ
ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางโภชนาการทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้มีภาวะความดันต่ำร่วมกับโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม
อ้างอิง
- World Health Organization. (2006). WHO Oral Rehydration Salts: Production of the new ORS. WHO Press.
- World Health Organization & Food and Agriculture Organization. (2003). Diet, nutrition and the prevention of chronic diseases: Report of a joint WHO/FAO expert consultation (TRS 916). WHO Press.
- Freeman, R., Wieling, W., Axelrod, F. B., Benditt, D. G., Benarroch, E., Biaggioni, I., … & van Dijk, J. G. (2011). Consensus statement on the definition of orthostatic hypotension, neurally mediated syncope and the postural tachycardia syndrome. Clinical Autonomic Research, 21(2), 69–72.
- American Heart Association. (2021). Understanding blood pressure readings. https://www.heart.org
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2563). ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย (INMUCAL-Nutrients). มหาวิทยาลัยมหิดล.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ข้อกำหนดสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (Thai DRI). กรมอนามัย.
ไม่อยากคำนวณแคลอรี่เอง ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องอาหาร
Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ