fbpx

Nutrition Solution & Corporate Wellness Management

“เวย์โปรตีน” ผงโปรตีนสกัด จำเป็นต้องทานจริงหรือไม่?

ใครหลายคนก็ยังมีคำถามเสมอ ๆ ว่า “จำเป็นต้องกินเวย์ไหม” หรือไม่ก็ “จะกินเวย์ ต้องกินยังไงบ้าง”
วันนี้จะมาเคลียร์ข้อสงสัยกันให้กระจ่างกันไปเลย

เวย์โปรตีน

เวย์ หรือโปรตีนผง

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารแบบหนึ่ง ที่มีเป้าหมายในการ “เสริมให้เราบริโภคโปรตีนได้ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้” เพราะรูปแบบและวิธีการบริโภคถือว่าง่ายแสนง่าย “เพียงชงเครื่องดื่มหรือน้ำให้ละลายแล้วดื่ม” ซึ่งลักษณะเครื่องดื่มก็จะคล้ายนมนั่นเอง

ซึ่งเดิมที โปรตีนผงมักผลิตจาก “นมวัว” โดยสกัดและระเหยส่วนของน้ำออกไป ซึ่งโปรตีนจากนมวัวจะมีส่วนของทั้ง Whey และ Casein แต่นิยมเหลือแต่ส่วนของโปรตีน “เวย์” ซึ่งสามารถทำเป็นผง แล้วเก็บแยกเป็นผลิตภัณฑ์ผงได้ดังกล่าว

ปัจจุบัน มีการผลิตโปรตีนผงจากทั้งนมวัว และพืชต่าง ๆ เราจึงขออนุญาตเรียกรวมกันว่า โปรตีนผง เพื่อความง่ายต่อความเข้าใจ

ที่สำคัญ สารอาหารที่ได้จากโปรตีนผงเหล่านี้ ไม่แตกต่างจากการกินอาหารปกติ ที่ให้สารอาหารกลุ่มโปรตีนแต่อย่างใด ฉะนั้นก็ควรให้คุณค่าว่า ไม่แตกต่างจากอาหาร แต่เป็นเพียงตัวช่วยเฉย ๆ ในกรณีที่จำเป็น

เวย์โปรตีน

หากอ้างอิงถึงความต้องการสารอาหารกลุ่มโปรตีน ปกติแล้วจะกระจายสารอาหารให้ได้รับประมาณ 15% ของสารอาหารที่ให้พลังงานทั้งหมด หรือ กำหนดโดยคำนวณอิงตามน้ำหนักตัวก็ได้
ซึ่งปกติจะคิดที่ 0.8-1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

เพื่อความเข้าใจโดยง่าย จะใช้เป็นตัวเลข 1.0 ก็จะอิงได้เลยว่า “หนักเท่าไหร่ก็ควรกินโปรตีน “เท่านั้น” กรัม” ไปเลยก็ได้
เช่น หนัก 60 กิโลกรัม ก็ควรกินโปรตีนวันละ 60 กรัม

ทว่า…โปรตีน 60 กรัมมันหน้าตาเป็นยังไง ต้องกินอะไรบ้าง ?

เวย์โปรตีน

อาหารที่ให้โปรตีนได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เครื่องใน เต้าหู้ ไข่และถั่วต่าง ๆ ซึ่งหากเราอ้างอิงถึง “กับข้าว” จะเห็นภาพมากขึ้น

โปรตีนวันละ 60 กรัม เฉลี่ยให้เข้าใจง่าย ๆ จะต้องกินกับข้าวหมวดเนื้อสัตว์ วันละ 16 ช้อนกินข้าว ซึ่งเมื่อรวมกับอาหารอื่นๆ ในหมวดแป้ง ผักและอื่นๆ แล้ว ก็จะได้โปรตีนประมาณ 60 กรัมพอดีๆ

ในหนึ่งช้อนโต๊ะของเนื้อสัตว์ จะมีปริมาณพอดีๆ สูงจากช้อนเล็กน้อย ไม่พูนอัดแน่น หรือ ไม่โหวงโหรงเหรงในช้อน

เวย์โปรตีน

ใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ

เนื้อสัตว์ 16 ช้อนโต๊ะนั้น ในชีวิตจริง เราจะบริหารโดยแบ่งออกเป็นสามมื้อหลัก ๆ เช่น

เช้า กินเนื้อ 3 ช้อนโต๊ะ ก็อาจเป็น “โจ๊กหมูก้อน” ที่มีหมูก้อนทั้งหมด 6 ก้อน (ใส่ช้อนได้ ช้อนละ 2 ก้อน)

เที่ยง 4 ช้อนโต๊ะ มาจาก “กะเพราะหมูชิ้นไข่ต้ม” โดยเนื้อหมูชิ้น 2 ช้อนโต๊ะ และ ไข่ 1 ฟอง ให้หั่นครึ่งถึงจะตีเป็น 1 ช้อนได้

มื้อเย็น อีก 4 ช้อนโต๊ะ ก็อาจจะเป็นปลาทูทอด 1 ตัว (เฉลี่ย 3 ช้อนโต๊ะ) และไข่ชะอมอีก 1 ช้อน กินพร้อมผักและน้ำพริกก็ได้

ขนาดนี้ทั้งวัน ก็น่าจะจุกแล้ว แต่เชื่อไหมว่า “ยังไม่ครบ 16 ช้อน” เลย…

เวย์โปรตีน

จึงเป็นช่องทางที่จะใช้ โปรตีนผง ตรงนี้

ใครที่กินอาหารจากมื้อหลักแล้วอัดเนื้อสัตว์ไม่ไหว
การใช้โปรตีนผง ก็อาจจะเหมาะสมตรงนี้ เพราะว่า 1 ช้อนตวง (มักเรียกว่าช้อนสกู๊ป scoop) ของโปรตีนผง มักกำหนดให้มีปริมาณโปรตีนที่ 17-20 กรัม บางยี่ห้อก็มีไปถึง 30 กรัมได้

ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวในช่วงต้นว่า รูปแบบการบริโภคโปรตีนผงนี้ ถือว่าค่อนข้างง่ายต่อการใช้ชีวิต เพราะเพียงชงและดื่มเท่านั้น ก็ทำให้เราได้รับโปรตีนถึงเป้าหมายที่ต้องการได้โดยง่ายแล้ว

เวย์โปรตีน

แล้วเราจำเป็นต้องใช้โปรตีนผงหรือไม่ ?

  1. แม้จะกินง่าย แต่ความอยู่ท้องหรืออิ่มท้องนานนั้น โปรตีนผงค่อนข้างทำได้น้อย ในขณะที่การกินอาหารหมวดโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ จะทำให้อิ่มท้องได้นานกว่า ไม่หิวไว
  2. เมื่อเทียบหน่วยราคาแล้ว โปรตีนจากมื้ออาหารหลักจะราคาถูกกว่าการใช้โปรตีนผงส่วนใหญ่
  3. การกินโปรตีนจากอาหารหลักนั้น จะมีรายละเอียดที่มากกว่า ต้องปรุงอย่างไร ต้องเตรียมอย่างไร หากินได้ที่ไหนอีก จึงเสียเวลาในการปรุง และยังใช้เวลาในการกินนานกว่าอีกด้วย ในขณะที่โปรตีนผง เพียงชงแล้วดื่ม เท่านั้น
  4. สารอาหารที่ได้จากอาหารกลุ่มโปรตีน จะให้ทั้งวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารอื่นๆ ในขณะที่โปรตีนผง จำเป็นต้องดูฉลากโภชนาการประกอบว่า ให้สารอาหารใดบ้าง
เวย์โปรตีน

สรุปแล้ว จำเป็นต้องใช้หรือไม่ ?

  1. อยู่ที่แต่ละคน บางคนกระเพาะเล็ก กินอาหารเยอะๆ ไม่ไหว ก็ใช้โปรตีนผงจะสะดวกกว่า แต่บางคนชงโปรตีนผงกิน กะแก้หิวแล้ว ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็หิวอีกรอบ แนะนำว่ากินอาหารแล้วคุณภาพชีวิตจะดีกว่าแยะ
  2. แม้จะอยากใช้โปรตีนผงเพราะสะดวก แต่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมาในแต่ละเดือนด้วย (เฉลี่ยเดือนละ 1,200 – 2,500 บาท แล้วแต่คน)
  3. ความพึงพอใจแต่ละคน สามารถตัดสินใจเองได้ แต่ควรศึกษาข้อมูลในละเอียดและถี่ถ้วนก่อนซื้อ อย่าเพิ่งรีบเชื่อคนขาย
Phasit Kanasirichainon
Phasit Kanasirichainon
นักกำหนดอาหารทาสแมวที่หลุดพ้นจากวงจรดำมืดของการไดเอทจน Binging มาแล้ว สุขกับการยกเวท โยคะและคาร์ดิโอ (เป็นสิ่งสุดท้าย) แสวงหาร้านอาหารใหม่ๆ กินทุกสัปดาห์ รักเรื่องสังคมและมนุษย์ เพื่อเอามาบูรณาการในการเข้าใจ “มนุษย์” ให้มากขึ้นและลากคนออกจาก “หลุมดำ” ของการไดเอทที่แสนเฮงซวยสำหรับ "ทุกชีวิตที่เกิดมาบนโลกนี้"

อ่านเพิ่มเติม