เป็นโรคไตกินซีอิ๊วได้มั้ย

อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 | ตรวจสอบโดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept

ผู้ดูแลที่ปรุงอาหารให้ผู้ป่วยโรคไตทุกวันมักสงสัยว่า ซีอิ๊วโรคไต ใช้ได้แค่ไหน และจะทดแทนด้วยอะไรได้บ้าง คำตอบสั้นคือ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ (15 mL) ให้โซเดียมสูงถึง 1,200–1,680 mg ซึ่งอาจเกินครึ่งหนึ่งของโควตาโซเดียมต่อวันในผู้ป่วย CKD บทความนี้รวบรวมข้อมูลจาก INMUCAL (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) สมาคมโรคไตไทย พ.ศ. 2565 และ KDIGO 2024 เพื่อให้ผู้ดูแลตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย สำหรับเมนูโรคไตครบ 100 รายการ ดูได้ที่ 100 เมนูโรคไต

ซีอิ๊วโรคไต คืออะไร และส่งผลอย่างไรต่อผู้ป่วย

ซีอิ๊วขาว (Light Soy Sauce) ผลิตจากถั่วเหลืองหมักกับเกลือในกระบวนการที่ใช้เวลาหลายเดือน โซเดียมที่ละลายอยู่ในผลิตภัณฑ์คือปัญหาหลักสำหรับผู้ป่วยไตเรื้อรัง (CKD) เนื่องจากไตที่ทำงานลดลงจะขับโซเดียมส่วนเกินได้น้อยลง ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง บวม และเร่งการเสื่อมของไตได้เร็วขึ้น (KDIGO, 2024) องค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) แนะนำให้ประชากรทั่วไปบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 mg/วัน และสำหรับผู้ป่วย CKD ระยะ G3 ขึ้นไป เป้าหมายควรเข้มงวดยิ่งขึ้นตามคำแนะนำของอายุรแพทย์โรคไต

ซีอิ๊วขาวมีโซเดียมกี่มิลลิกรัมต่อช้อนชา

ข้อมูลจาก INMUCAL (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) ระบุว่าซีอิ๊วขาวมาตรฐาน 100 g มีโซเดียมประมาณ 5,720–7,325 mg ขึ้นกับสูตรและยี่ห้อ เมื่อคำนวณต่อหน่วยบริโภคจริง ผลลัพธ์ที่ได้แสดงในตารางด้านล่าง ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลวางแผนการปรุงอาหารได้ทันที ปริมาณโซเดียมต่อช้อนชา (5 mL) อยู่ในช่วง 286–366 mg สำหรับซีอิ๊วขาวปกติ และลดลงเหลือ 80–130 mg สำหรับสูตรลดโซเดียม (reduced-sodium) ที่ผ่านการตรวจสอบฉลาก

ตารางเปรียบเทียบซีอิ๊วและเครื่องปรุงรสต่อ 100 g และต่อหน่วยบริโภค

เครื่องปรุงรสNa (mg)/100gK (mg)/100gP (mg)/100gProtein (g)/100gNa (mg)/1 ช้อนชา (5mL)Na (mg)/1 ช้อนโต๊ะ (15mL)
ซีอิ๊วขาวปกติ5,720–7,325212–380130–1806.8–9.0286–366858–1,099
ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม (<40% Na)2,100–3,000350–600*120–1706.0–8.5105–150315–450
ซีอิ๊วดำ/ซีอิ๊วหวาน3,200–4,800180–30080–1203.5–6.0160–240480–720
น้ำปลามาตรฐาน7,300–8,100160–22060–1005.0–7.5365–4051,095–1,215
น้ำปลาลดโซเดียม2,800–3,500400–700*55–904.5–7.0140–175420–525

*หมายเหตุ: ผลิตภัณฑ์ลดโซเดียมที่ใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) ทดแทน NaCl จะมีโพแทสเซียมสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ ค่า K ที่ระบุเป็นช่วงประมาณการจากฉลากผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ควรตรวจสอบฉลากแต่ละยี่ห้อก่อนใช้ — แหล่งข้อมูล: สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (INMUCAL); USDA FoodData Central 2023

ซีอิ๊วขาวกับน้ำปลา: อันไหนเค็มกว่าสำหรับผู้ป่วยไต

เปรียบเทียบโซเดียมต่อหน่วยบริโภค

เมื่อเปรียบเทียบต่อช้อนชา น้ำปลามาตรฐานมีโซเดียมสูงกว่าซีอิ๊วขาวเล็กน้อย (365–405 mg เทียบกับ 286–366 mg ต่อ 5 mL) ตามข้อมูล INMUCAL อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ผู้ดูแลมักใช้น้ำปลาในปริมาณน้อยกว่าซีอิ๊วขาวต่อการปรุง 1 ครั้ง ดังนั้นโซเดียมสะสมในมื้ออาหารจริงจึงขึ้นกับพฤติกรรมการปรุงเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ตัวเลขต่อ 100 g

เมื่อควรเลือกใช้ซีอิ๊วหรือเลี่ยง ขึ้นกับระยะ CKD

สำหรับผู้ป่วย CKD G1–G2 สามารถใช้ซีอิ๊วขาวปกติในปริมาณน้อยได้ โดยนับรวมโซเดียมทั้งหมดของมื้อ ส่วน G3 ขึ้นไป ควรเลือกสูตรลดโซเดียมและควบคุมปริมาณไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อมื้อ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบฉลากโพแทสเซียมด้วยเสมอ เนื่องจากซีอิ๊วและน้ำปลาลดโซเดียมหลายยี่ห้อใช้ KCl ทดแทน ซึ่งอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินในผู้ป่วย G4–G5 (สมาคมโรคไตไทย, 2565)

ผู้ป่วยโรคไตกินซีอิ๊วได้ไหม — คำแนะนำตามระยะ CKD

CKD ระยะ G1–G2 (eGFR มากกว่า 60 mL/min)

ในระยะนี้ไตยังทำงานได้ในระดับดี แต่การสะสมพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมสูงจะเร่งการเสื่อมได้ แนะนำให้ผู้ดูแลวางเป้าหมายโซเดียมรวมไม่เกิน 2,000 mg/วัน ซีอิ๊วขาวปกติสามารถใช้ได้ไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อมื้อ โดยต้องลดเกลือและเครื่องปรุงรสอื่นในมื้อเดียวกัน การควบคุมตั้งแต่ระยะแรกช่วยชะลอการดำเนินโรคได้อย่างมีนัยสำคัญตามหลักฐานของ KDIGO 2024

CKD ระยะ G3a–G3b (eGFR 30–59 mL/min)

ระยะนี้ไตเริ่มขับโซเดียมส่วนเกินได้น้อยลงชัดเจน เป้าหมายโซเดียมรวมควรอยู่ที่ 1,500–2,000 mg/วัน ผู้ดูแลควรเปลี่ยนมาใช้ซีอิ๊วลดโซเดียม (ที่ไม่ใช้ KCl) หากหาได้ หรือลดปริมาณซีอิ๊วขาวปกติเหลือไม่เกิน 0.5 ช้อนชาต่อมื้อ และเพิ่มการใช้น้ำมะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนเพื่อเพิ่มรสชาติโดยไม่เพิ่มโซเดียม

CKD ระยะ G4–G5 และผู้ที่ฟอกไต (eGFR น้อยกว่า 30 mL/min)

แนะนำให้หลีกเลี่ยงซีอิ๊วขาวปกติ และระมัดระวังซีอิ๊วลดโซเดียมที่มี KCl สูง เนื่องจากภาวะโพแทสเซียมเกิน (Hyperkalemia) อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในระยะนี้ การวางแผนเครื่องปรุงรสต้องอยู่ภายใต้การดูแลของนักกำหนดอาหารวิชาชีพและอายุรแพทย์โรคไตเท่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่ปลอดภัยสำหรับไตได้ที่ เครื่องดื่มที่ดีต่อไต

บริบทอาหารไทย: เมนูที่มักใส่ซีอิ๊วและโซเดียมจริงในจาน

เมนูไทยที่มักใส่ซีอิ๊วขาว เช่น ข้าวผัด ผัดผักบุ้งไฟแดง และหมูสามชั้นต้มซีอิ๊ว อาจมีซีอิ๊วขาว 1–3 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ คิดเป็นโซเดียมจากซีอิ๊วเพียงอย่างเดียว 858–3,297 mg ซึ่งอาจเกินโควตาทั้งวันในผู้ป่วย CKD G3 ขึ้นไป นักกำหนดอาหารควรช่วยผู้ดูแลออกแบบสูตรลดโซเดียมของเมนูเดิมที่ครอบครัวคุ้นเคย แทนที่จะห้ามกินเด็ดขาด ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำได้จริงในระยะยาว (Kalantar-Zadeh et al., PubMed 2017)

เคล็ดลับปรุงอาหารลดโซเดียมสำหรับผู้ดูแล: วิธีทำจริง

  1. ตวงซีอิ๊วทุกครั้ง: ใช้ช้อนตวงแทนการเทโดยประมาณ เป้าหมายไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อมื้อสำหรับ CKD G3 และไม่เกิน 0.5 ช้อนชาสำหรับ G4–G5
  2. เพิ่มรสชาติด้วยกรด: น้ำมะนาว 1–2 ช้อนชาแทนซีอิ๊วบางส่วน ช่วยให้อาหารรู้สึก “ครบรส” โดยไม่เพิ่มโซเดียม
  3. ใช้สมุนไพรสดเพิ่มกลิ่นหอม: สามเกลอ อย่าง กระเทียม พริกไท รากผักชี  ขิง ตะไคร้ และใบมะกรูดช่วยทดแทนรสเค็มได้บางส่วนตามหลักการ Flavor Substitution
  4. ต้มผักก่อนปรุง: สำหรับผักที่มีโพแทสเซียมสูง การลวกและเทน้ำทิ้งช่วยลดโพแทสเซียมได้ 30–50% อ่านรายละเอียดที่ ผักดิบกับโรคไต
  5. ตรวจฉลากซีอิ๊วลดโซเดียมทุกครั้ง: ดูรายละเอียดโซเดียม (Na) และโพแทสเซียม (K) ต่อหน่วยบริโภคก่อนซื้อ ไม่ใช่แค่อ่านคำว่า “ลดโซเดียม” บนบรรจุภัณฑ์
  6. นับโซเดียมสะสมทั้งวัน: รวมโซเดียมจากทุกแหล่ง ได้แก่ เครื่องปรุงรส อาหารแปรรูป ขนม และยา บางชนิด ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงที่ใช้ปรุงเอง
  7. บันทึกและปรึกษา: ใช้แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหารและรับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารออนไลน์ได้ทันที

คำเตือนสำคัญ: ซีอิ๊วลดโซเดียมและน้ำปลาลดโซเดียมที่ใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) เป็นส่วนผสมหลัก ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วย CKD G4–G5 และผู้ที่รับยาประเภท ACE inhibitor, ARB หรือยาขับปัสสาวะที่รักษาโพแทสเซียม (potassium-sparing diuretics) เนื่องจากยาเหล่านี้ทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้นอยู่แล้ว การบริโภค KCl เพิ่มเติมอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ (สมาคมโรคไตไทย, 2565)

การวางแผนงบโซเดียมประจำวันสำหรับครัวไทย

ผู้ดูแลสามารถใช้หลักการ “โซเดียม 3 ส่วน” ดังนี้: แบ่งโควตาโซเดียมทั้งวันเป็น 3 ส่วนเท่ากัน (มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น) สำหรับ CKD G3 โควตา 1,500 mg/วัน หมายความว่าแต่ละมื้อมีงบ 500 mg ซีอิ๊วขาวปกติ 1 ช้อนชาใช้โซเดียมไปแล้ว 286–366 mg คิดเป็น 57–73% ของงบต่อมื้อ จึงต้องลดหรือยกเลิกเครื่องปรุงอื่นทั้งหมดในมื้อนั้น การจัดการเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอสามารถลดความดันโลหิตซิสโตลิกได้ 3–5 mmHg ตามการทบทวนของ He et al. (PubMed, 2013)

ตัวอย่างแผนอาหาร 3 วันสำหรับผู้ป่วย CKD G3 (ผู้ดูแลปรุงเอง)

วันที่ 1: เช้า — ข้าวต้มไก่ไม่ใส่เกลือ (ข้าว 150 g ไก่ต้ม 60 g) โรยด้วยขิง กระเทียมเจียว อาจมีจิ้มซีอิ๊วขาว 0.5 ช้อนชา (Na ~143–183 mg); กลางวัน — ต้มจืดเต้าหู้หมูสับไม่ปรุงเกลือ ซีอิ๊วขาว 0.5 ช้อนชา  รอยผักชี ต้นหอม กระเทียมเจียว (Na ~143–183 mg); เย็น — ผัดผักบุ้งหมูชิ้น ผัดกับ น้ำมันมะกอก กระเทียม น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไม่ใช้เครื่องปรุงรส (Na ~30 mg จากผัก) รวมโซเดียมจากเครื่องปรุง ~316–396 mg + โซเดียมจากวัตถุดิบ ~400–600 mg = รวมประมาณ 716–996 mg/วัน ยังต่ำกว่าเป้า 1,500 mg

วันที่ 2: เช้า — โจ๊กข้าวกล้องไก่ฉีก (ข้าวกล้อง 40 g ไก่ 50 g) ปรุงรสด้วยขิงซอย กระเทียมเจียว ไม่ใส่ซีอิ๊ว (Na ~120–180 mg); กลางวัน — ไข่ตุ๋นไม่ปรุงเกลือ + ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา (Na ~286–366 mg) ตกแต่งด้วยแครอท และเห็ดหอมชิ้นเล็กๆ + ข้าวสวย 150 g; เย็น — แกงจืดวุ้นเส้นหมูสับ ซีอิ๊วขาว 0.5 ช้อนชา (Na ~143–183 mg) รวมโซเดียมจากเครื่องปรุง ~429–549 mg + วัตถุดิบ ~350–500 mg = รวมประมาณ 779–1,049 mg/วัน

วันที่ 3: เช้า — ข้าวสวย 150 g + ปลานึ่งมะนาว 80 g (Na จากปลา ~120 mg น้ำมะนาว + กระเทียม ไม่ใส่ซีอิ๊ว); กลางวัน — ต้มข่าไก่ไม่ใส่น้ำปลา ใส่มะนาว + เกลือ 1/8 ช้อนชา (Na ~290 mg); เย็น — ผัดบวบไก่ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา (Na ~286–366 mg) + น้ำมะนาว รวมโซเดียมจากเครื่องปรุง ~576–656 mg + วัตถุดิบ ~350–450 mg = รวมประมาณ 926–1,106 mg/วัน เพื่อวางแผนเมนูโรคไตเพิ่มเติม ดูที่ มื้ออาหารโรคไตพร้อมทาน

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับซีอิ๊วโรคไต

คนเป็นโรคไตกินซีอิ๊วขาวได้ไหม?
กินได้ในปริมาณจำกัดสำหรับ CKD G1–G3 โดยไม่เกิน 0.5–1 ช้อนชาต่อมื้อ และต้องนับรวมโซเดียมทั้งหมดของมื้อ ผู้ป่วย G4–G5 ควรหลีกเลี่ยงและปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนใช้
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา มีโซเดียมกี่มิลลิกรัม?
ซีอิ๊วขาวปกติ 1 ช้อนชา (5 mL) มีโซเดียมประมาณ 286–366 mg ตามข้อมูล INMUCAL (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) ซีอิ๊วลดโซเดียมอยู่ที่ 105–150 mg ต่อช้อนชา แต่ควรตรวจสอบฉลากโพแทสเซียมด้วยเสมอ
ซีอิ๊วกับน้ำปลา อันไหนเค็มกว่าสำหรับผู้ป่วยไต?
น้ำปลามาตรฐานมีโซเดียมสูงกว่าซีอิ๊วขาวเล็กน้อยต่อ 100 mL แต่ในทางปฏิบัติ ปริมาณที่ใช้ต่อมื้อและวิธีปรุงต่างหากที่กำหนดโซเดียมสะสมจริง ทั้งสองชนิดต้องจำกัดเท่ากันในผู้ป่วย CKD
มีซีอิ๊วสูตรลดโซเดียมที่ปลอดภัยสำหรับ CKD หรือไม่?
ซีอิ๊วลดโซเดียมที่ไม่ใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) ทดแทน NaCl ถือว่าปลอดภัยกว่าสำหรับ CKD G1–G3 แต่สำหรับ G4–G5 ต้องปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนเสมอ ไม่ควรเชื่อคำว่า “ลดโซเดียม” บนฉลากเพียงอย่างเดียว
จะลดโซเดียมจากการใช้ซีอิ๊วอย่างไรเวลาปรุงอาหารให้ผู้ป่วย?
ให้ใช้ช้อนตวงแทนการเทโดยประมาณ เพิ่มน้ำมะนาวและสมุนไพรสดเพื่อทดแทนรสเค็ม และลดหรือยกเลิกเครื่องปรุงอื่นทุกชนิดในมื้อที่ใช้ซีอิ๊ว การปรับทีละน้อยทุก 1–2 สัปดาห์ช่วยให้ผู้ป่วยปรับรับรสได้โดยไม่รู้สึกขาดรสชาติ
ควรใช้ซีอิ๊วปริมาณเท่าไรต่อมื้อให้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยระยะต่างๆ?
CKD G1–G2: ไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อมื้อ; G3a–G3b: ไม่เกิน 0.5 ช้อนชาต่อมื้อ; G4–G5 และฟอกไต: หลีกเลี่ยง หรือใช้ตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหารวิชาชีพเท่านั้น (สมาคมโรคไตไทย, 2565)
ซีอิ๊วลดโซเดียมมีโพแทสเซียมสูงจริงไหม และอันตรายแค่ไหน?
ใช่ ซีอิ๊วลดโซเดียมที่ใช้ KCl ทดแทนมีโพแทสเซียมสูงกว่าสูตรปกติชัดเจน ในผู้ป่วย CKD G4–G5 โพแทสเซียมส่วนเกินอาจสะสมและทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ถ้าต้องการแทนซีอิ๊วทั้งหมด จะใช้อะไรปรุงอาหารไทยให้น่ากินอยู่?
ทดแทนได้ด้วยส่วนผสมต่อไปนี้ร่วมกัน: น้ำมะนาว 1 ช้อนชา + กระเทียมสับ + ขิงสับ + น้ำซุปกระดูกไม่ใส่เกลือ ซึ่งให้ความซับซ้อนของรสชาติโดยโซเดียมน้อยกว่าซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชาอย่างมาก

สรุป: ซีอิ๊วโรคไต ใช้ได้แค่ไหน และทดแทนอะไรได้บ้าง

ซีอิ๊วโรคไต เป็นประเด็นที่ผู้ดูแลต้องเข้าใจให้ชัดเจน เนื่องจากซีอิ๊วขาวปกติเพียง 1 ช้อนชาให้โซเดียมถึง 286–366 mg ซึ่งอาจใช้โควตาโซเดียมต่อมื้อไปมากกว่าครึ่งในผู้ป่วย G3 การตวงปริมาณ เลือกสูตรที่เหมาะกับระยะโรค และใช้น้ำมะนาวกับสมุนไพรทดแทน คือสามขั้นตอนปฏิบัติที่ทำได้ทันทีในครัวไทย สำหรับ G4–G5 การปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพและตรวจสอบฉลากโพแทสเซียมในผลิตภัณฑ์ลดโซเดียมทุกครั้งเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการแผนเมนูที่ออกแบบเฉพาะผู้ป่วย สามารถปรึกษาได้ผ่าน Wello app หรือดูโปรแกรม โภชนาการส่วนบุคคล ของ Eatwellconcept

บทความนี้เขียนและตรวจสอบโดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ (Registered Dietitian) Eatwellconcept ซึ่งมีประสบการณ์ด้านโภชนบำบัดโรคไตเรื้อรังในบริบทอาหารไทย

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์โรคไตและนักกำหนดอาหารวิชาชีพก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร

อ้างอิง

  1. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2566). ตารางองค์ประกอบอาหารไทย (INMUCAL). นครปฐม: สถาบันโภชนาการ.
  2. สมาคมโรคไตไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง (CKD) ในผู้ใหญ่. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคไตไทย.
  3. KDIGO. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1–117. https://doi.org/10.1016/j.kisu.2023.07.001
  4. World Health Organization. (2023). Salt reduction. Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/salt-reduction
  5. He, F. J., Li, J., & Macgregor, G. A. (2013). Effect of longer-term modest salt reduction on blood pressure: Cochrane systematic review and meta-analysis of randomised trials. BMJ, 346, f1325. https://doi.org/10.1136/bmj.f1325
  6. Kalantar-Zadeh, K., Fouque, D. (2017). Nutritional Management of Chronic Kidney Disease. New England Journal of Medicine, 377(18), 1765–1776. https://doi.org/10.1056/NEJMra1700312