คอลลาเจน คืออะไร ?
คอลลาเจน คือ โปรตีนประเภทหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งเอ็น ข้อ กระดูกอ่อน ผิวหนัง ซึ่งรูปแบบการเรียงตัวของคอลลาเจนนั้นที่พบในร่างกายได้จะมีอยู่สามแบบ กระจายกันไปอยู่ทั่วตัว ซึ่งคอลลาเจนนี้ร่างกายจะมีการสร้างและสลายเป็นปกติ หากมีปัจจัยใดที่มากระตุ้นการสลายหรือสร้างน้อยลง ก็เป็นที่มาของความแข็งแรงและโครงสร้างที่เปลี่ยน อย่างที่เห็นได้ชัดคือ หากคอลลาเจนของผิวหนังสลายตัวไปก็จะเกิดริ้วรอย ย่นหรือไม่ตึงเกิดขึ้นได้
โครงสร้างของคอลลาเจนนั้น จะประกอบด้วย “กรดอะมิโน” ทั้งหมด 19 ชนิด แต่หลัก ๆ จะเป็น Hydroxyproline glycine และ proline ซึ่งโปรตีนอื่น ๆ ในร่างกายนั้นจะพบ hydroxyproline น้อยมาก กระนั้นโปรตีนคอลลาเจนเองก็ถูกจัดว่าเป็น “โปรตีนที่ไม่สำคัญ” เพราะว่าขาดกรดอะมิโนจำเป็นไปหลายตัว เช่น Tryptophan
คอลลาเจนที่มีวางขายให้เราซื้อกิน มีประโยชน์จริงหรือ ?
ถ้าถามว่ามีประโยชน์ไหม ตอบได้ว่ามี แต่ถ้าถามว่า ประโยชน์นั้นชี้เฉพาะเจาะจงไปในประเด็นที่ต้องการหรือไม่ ? ตอบเลยว่า “ไม่มีใครตอบได้”
คอลลาเจนถูกปรับและพัฒนาให้ย่อยและดูดซึมง่ายขึ้นผ่านหลายวิธี ซึ่งรูปแบบการดูดซึมหลังกินจริง ๆ จะเป็นลักษณะชิ้นส่วนกรดอะมิโนต่อกัน (เรียกว่า เปปไทด์) แล้วเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของ “สต๊อก(หรือคลัง) ของกรดอะมิโนในร่างกาย (amino acid pool)” แล้ว “ร่างกายเราเอง” จะเป็นตัวตัดสินใจว่าจะเอากรดอะมิโนเหล่านี้ไปใช้หรือไม่ ใช้กับเรื่องอะไร ใช้ในการสร้าง ซ่อมแซมหรือทำสิ่งใด เราจึงไม่สามารถบังคับได้ว่า กินคอลลาเจนแล้ว จงวิ่งไปก่อตัวใต้ถุงตาซ้ายให้เต่งตึงเหมือนเคย ฉันใดฉันนั้น
จากงานวิจัยคอลลาเจนมีประโยชน์อย่างไร?
ในการวิเคราะห์และตัดสินว่า สารใด ยาใดได้ผลในการรักษาหรือป้องกันโรคได้ ก็ต้องว่ากันด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจากการค้นงานประเภท Meta-analysis ของการใช้ Collagen เพื่อรักษาภาวะข้อเสื่อม หรือข้ออักเสบ ก็พบผลที่พอจะสรุปเป็นข้อๆ ได้ ดังนี้
- ในนักกีฬา แม้จะมีงานวิจัยในการใช้คอลลาเจนลดการปวดข้อจากการใช้งานเล่นกีฬาอยู่บ้าง แต่หลักฐานเหล่านั้นก็ไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า “เสริมคอลลาเจนช่วยลดการบาดเจ็บหรือทำให้ความเร็วในการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บในนักกีฬาได้” (Heaton LE et al. 2017, Rawson ES et al. 2018)
- ในผู้ที่มีการปวดข้อจากภาวะข้อเสื่อมและอักเสบ พบว่าการใช้ hydrolyzed collagen ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ในระยะสั้น แต่หลักฐานถือว่าค่อนข้างคุณภาพไม่ดีและไม่มีหลักฐานของผลดีในการใช้ระยะยาว
- มีการศึกษาอื่นๆ ที่ใช้ collagen ในรูปแบบ UC-II (จุดประสงค์หลักคือให้ร่างกายทนต่อการกินได้ดีขึ้น) พบว่างานวิจัยที่ศึกษาผลของการรักษาคนไข้ที่มีภาวะข้อเสื่อมนั้น มักมีขนาดตัวอย่างที่เล็ก จำนวนคนที่วิจัยน้อย ซึ่งผลที่ออกมาคือ อาจจะพอมีผลต่อการบรรเทาอาการปวดและอาการของข้อเสื่อมได้บ้าง แต่ไม่สามารถสรุปให้เป็นข้อแนะนำให้ใช้ได้ เนื่องจากหลักฐานยังน้อยเกินไป
สรุปสั้น ๆ คอลลาเจนใช้รักษาข้อเสื่อมได้หรือไม่?
- ถ้าเหตุผลหลักของการใช้คอลลาเจนคือ ต้องการรักษาหรือบรรเทาปัญหาข้อเสื่อม ขอให้เป็น “ตัวเลือกต่อ ๆ ไป” หลังจากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลและนักกายภาพบำบัดเสียก่อน เพราะคอลลาเจนไม่จัดเป็นตัวช่วยหรือการรักษาลำดับแรกๆ เมื่อเกิดปัญหาข้อเสื่อม แล้วถ้าจะซื้อมากิน ขอให้ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรและนักกำหนดอาหารให้เรียบร้อย เพราะต้องประเมินถึงความรุนแรง ยาที่ใช้และสภาพของคนใช้ด้วยทุกครั้ง
- ถ้าเหตุผลของคุณคือ ไม่รู้ว่าดีจริงไหม แต่คนอื่นบอกว่าดี เลยซื้อมากิน อยากเตือน “หยุดเถอะ ไม่คุ้มมากๆ และเสี่ยงจะเกิดปัญหามากกว่าประโยชน์”
สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
อ้างอิง
1. Bakilan F, Armagan O, Ozgen M, Tascioglu F, Bolluk O, Alatas O. Effects of native type II collagen treatment on knee osteoarthritis: a randomized controlled trial. Eurasian J Med. 2016;48(2):95-101.
2. Heaton LE, Davis JK, Rawson ES, et al. Selected in-season nutritional strategies to enhance recovery for team sport athletes: a practical overview. Sports Med. 2017;47(11):2201-2218
3. Liu X, Machado GC, Eyles JP, Ravi V, Hunter DJ. Dietary supplements for treating osteoarthritis: a systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med. 2018;52(3):167-175.
4. Rawson ES, Miles MP, Larson-Meyer DE. Dietary supplements for health, adaptation, and recovery in athletes. Int J Sport Nutr Exerc Metab. 2018;28(2):188-199.
5. Woo T, Lau L, Cheung N, Chan P, Tan K, Gardner A. Efficacy of oral collagen in joint pain — osteoarthritis and rheumatoid arthritis. J Arthritis. 2017;6:233.