fbpx

โรคเกาต์ ห้ามกินผลไม้จริงไหม?

โรคเกาต์ ไม่ใช่แค่ต้องลดไก่ แต่กินผลไม้มากไปก็ไม่ดี โรคเกาต์และภาวะยูริกในเลือกสูง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่กำลังพบมากขึ้นในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ชอบกินเนื้อสัตว์และเครื่องในมาก ดื่มน้ำน้อย หรือติดเครื่องดื่มหวานและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

และในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น คำแนะนำอย่าง “งดน้ำหวาน” หรือ “เลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง” กลายเป็นเรื่องคุ้นหูกันมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องโรคเกาต์หรือกรดยูริกสูง แต่สิ่งที่มักสร้างความสับสนให้เราไม่น้อยนั่นก็คือ เรื่องการกินผลไม้ ที่ว่าดีต่อสุขภาพ กลับถูกบางคนมองว่าเป็นของต้องห้ามสำหรับคนที่มีโรคเกาต์หรือมีกรดยูริกสูง จนทำให้มีหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า

“กินผลไม้หวาน ๆ จะทำให้ยูริกในเลือดเพิ่มขึ้นจริงไหม?”
“แล้วคนที่เป็นเกาต์ ควรงดผลไม้หรือเปล่า?”

โรคเกาต์ เกิดขึ้นจากอะไร ? 

โรคเกาต์ (Gout) เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก (Uric acid) ในเลือดมากเกินไป จนเกิดการตกผลึกที่ข้อต่าง ๆ ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด บวม แดง โดยเฉพาะที่ข้อเท้า หัวแม่เท้า หรือเข่า

โดยกรดยูริกมาจากการสลายสารชื่อว่า “พิวรีน (Purine)” ซึ่งมาจาก 2 แหล่งหลักคือ

  1. ร่างกายสร้างเอง (endogenous) — จากการสลายเซลล์เก่า ๆ
  2. อาหารที่กินเข้าไป (exogenous) — เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง เบียร์

ส่วนใหญ่แล้วร่างกายเราผลิตพิวรีนเองถึงประมาณ และอีกส่วนหนึ่งมาจากอาหาร ดังนั้น การควบคุมอาหารมีผล แต่ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมด

ผลไม้เกี่ยวอะไรกับโรคเกาต์?

แม้ผลไม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีพิวรีนต่ำ แต่หลายคนกังวลว่า การกินผลไม้จะทำให้ค่ากรดยูริกในเลือดสูงขึ้น และเสี่ยงให้เกาต์กำเริบ เหตุผลสำคัญก็คือ เพราะผลไม้มีน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ฟรุกโตส (fructose)”

ซึ่ง ฟรุกโตสเป็นน้ำตาลธรรมชาติที่พบในผลไม้ น้ำผึ้ง และน้ำผลไม้ นอกจากนี้ยังพบน้ำตาลฟรุกโตสได้ใน

  • เครื่องดื่มหวาน เช่น น้ำอัดลม ชานม น้ำหวานต่าง ๆ
  • อาหารแปรรูป เช่น ซีเรียล ขนมปังอบกรอบ ขนมเด็ก
  • ซอส เครื่องปรุงต่างๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มบาร์บีคิว
  • ขนมหวาน เช่น เยลลี่ ขนมอบ น้ำแข็งใส
อาหารฟรุกโตส-EWC

เนื่องจากมักมีการเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมข้าวโพด (High Fructose Corn Syrup – HFCS) ลงไป 

ซึ่งน้ำตาลฟรุกโตสที่อันตรายที่สุด มักมาจาก ฟรุกโตสที่เติมลงไปภายหลัง (added fructose) เช่น ในน้ำเชื่อมข้าวโพด (High Fructose Corn Syrup – HFCS) ซึ่งพบได้ทั่วไปใน น้ำอัดลม ขนม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และอาหารแปรรูปต่าง ๆ

แม้น้ำตาลฟรุกโตสจะไม่ใช่พิวรีนโดยตรง แต่ก็มีผลทางอ้อมต่อร่างกาย โดย

  1. ฟรุกโตสกระตุ้นให้ “ตับ” สร้างกรดยูริกเพิ่มขึ้น

เมื่อเรากินฟรุกโตส ตับจะใช้พลังงานในเซลล์อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายสร้างสารที่เป็น “ต้นทางของพิวรีน” มากขึ้น และพิวรีนเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในขั้นตอนต่อไป

แม้ฟรุกโตสไม่ได้เพิ่มพิวรีนจากอาหารโดยตรง แต่ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพิวรีนจากภายใน (endogenous purine) มากขึ้น

  1. ฟรุกโตสทำให้ “ไต” ขับกรดยูริกออกได้น้อยลง

ฟรุกโตสจะไปรบกวนการทำงานของไต  โดยกระตุ้นให้ “ตัวพา (transporters)” ที่ อยู่ในท่อไต  ดึงกรดยูริกจากปัสสาวะ กลับเข้าสู่เลือด มากกว่าปกติ ส่งผลให้ ยูริกในเลือดสูงขึ้น แต่ยูริกในปัสสาวะลดลง

จากงานวิจัยของ Ayoub-Charette et al., 2019 (BMJ Open) ที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลจากคนกว่า 150,000 คน พบว่า เครื่องดื่มหวานและน้ำผลไม้ มีความสัมพันธ์กับ ความเสี่ยงโรคเกาต์ที่เพิ่มขึ้น แต่ ผลไม้สด (ที่กินทั้งลูก) ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเพิ่มความเสี่ยง แถมยังมีใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์อีกด้วย 

นอกจากนี้ในงานวิจัยยังพบว่าการดื่มน้ำผลไม้เพียง 1 แก้ว/สัปดาห์  สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์พิ่มขึ้น 3% และการดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์เพิ่มมากขึ้น หรือพูดได้ว่า “ยิ่งดื่ม ยิ่งเสี่ยง” ในขณะที่การกินผลไม้สด ไม่มีข้อมูลอย่างเพียงพอจะระบุแบบเดียวกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยง

สิ่งที่มีฟรุกโตสฟรุกโตสสูงไหม?มีใยอาหาร?กระตุ้นยูริก?
น้ำผลไม้สูงไม่มีมีผล
เครื่องดื่มหวานสูงมากไม่มีมีผล
ผลไม้สดปานกลางมีมีผลน้อยมาก
(ถ้ากินพอเหมาะ)

สรุปแล้ว เป็นโรคเกาต์ห้ามกินผลไม้จริงไหม ?

คำตอบคือ “ไม่จริง” เรายังสามารถกินผลไม้สดได้  ไม่จำเป็นต้องงด  แต่ควรระวังการดื่มน้ำผลไม้และการกินผลไม้หวานจัดในปริมาณมาก เพราะจะทำให้ได้รับน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณสูง ซึ่งอาจทำให้ยูริกเพิ่มได้จริง

โรคเกาต์สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ-EWC

สิ่งที่ “ควรทำ”

  • กิน ผลไม้สด ครั้งละไม่เกิน 1–2 ส่วนหรือกำปั้น (≈ 100–150 กรัมต่อมื้อ)
  • ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 6–8 แก้ว/วัน
  • เลือกผลไม้ที่หวานน้อย เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว ชมพู่ แตงโม มะละกอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ลดเครียด เพราะส่งผลต่อระดับยูริกได้

สิ่งที่ “ควรหลีกเลี่ยง”

  • น้ำผลไม้ (คั้นสด สกัดเย็น แยกกาก) น้ำปั่น น้ำหวาน น้ำอัดลม
  • ผลไม้รสหวานจัดในปริมาณมาก เช่น ทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก องุ่น
  • การกินผลไม้ร่วมกับน้ำตาลหรือน้ำปลาหวาน

ที่สำคัญ อย่า “กลัวผลไม้” เกินไป เพราะผลไม้สดเป็นแหล่งวิตามิน ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ และดีต่อสุขภาพ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักควบคุม “ปริมาณ” และ เลือก “ชนิดของผลไม้” ให้เหมาะสม ไม่ใช่การงดไปทั้งหมด เพียงเท่านี้เราก็ยังสามารถเอนจอยกับการผลไม้ได้แบบไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ 

สรุปง่าย ๆ สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องโรคเกาต์ท์กับผลไม้

คำถามผลไม้โรคเกาต์-EWC

สำหรับใครที่มีความกังวลอยากลดยูริกหรือมีภาวะโรคอื่นๆร่วมด้วย สามารถปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพออนไลน์กับ อีทเวลล์คอนเซปต์เราได้ นักกำหนดอาหารเราจะช่วยดูแลเรื่องอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับรายบุคคลเพื่อควบคุมค่ายูริกและโรคอื่นๆ เราแนะนำเป็นปรึกษา 1ชั่วโมงหรือ1เดือน เพื่อได้รับรายงานสรุปคำแนะนำการกินอาหารเฉพาะบุคคล โดยสามารถซื้อแพ็คเกจได้ด้านล่างนี้ได้เลย

คำแนะนำปรึกษา 60 นาที-EWC

สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ

ไม่พลาดบทความด้านโภชนาการ

ของ อีทเวลล์คอนเซปต์ ก่อนใคร

แหล่งอ้างอิง

  • Ayoub-Charette, S., Liu, Q., Khan, T. A., Au-Yeung, F., Mejia, S. B., de Souza, R. J., … & Sievenpiper, J. L. (2019). Important food sources of fructose-containing sugars and incident gout: a systematic review and meta-analysis of prospective cohort studies. BMJ open9(5), e024171.
  • โรงพยาบาลเพชรเวช. (ม.ป.ป). น้ำตาลฟรุกโตส…อีกหนึ่งสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่? สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2568, จาก https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Fructose-another-cause-of-Colon-Cancer
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (15 พฤษภาคม 2568). โรคเกาต์ กินอย่างไรไม่ให้กำเริบ? สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2568, จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/โรคเกาต์-กินอย่างไรไม่ใ/