ถ้าพูดถึงผลไม้หน้าร้อนที่หลายคนรอคอย “มะยงชิด” ต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอน ด้วยสีเหลืองทองน่ากิน รสหวานอมเปรี้ยว และเนื้อฉ่ำ ๆ ทำให้หลายคนกินเพลินจนหมดจานแบบไม่รู้ตัว
ช่วงที่มะยงชิดออกสู่ตลาด มักจะกลายเป็นกระแสทุกปี ทั้งเรื่องสายพันธุ์หวานจัด หรือราคาที่บางครั้งพุ่งสูงจนเป็นข่าว แต่สำหรับคนที่กำลังคุมอาหารหรือดูแลสุขภาพ คำถามที่มักจะเกิดขึ้นคือ
มะยงชิดหวาน ๆ แบบนี้ ให้พลังงานกี่แคลอรี? กินเยอะจะทำให้น้ำหนักขึ้นไหม?
มะยงชิด 1 ลูก กี่แคล?
โดยเฉลี่ย
- มะยงชิด 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 55–65 กิโลแคลอรี (ข้อมูลจาก USDA)
- มะยงชิด 1 ลูกขนาดกลาง ประมาณ 25–30 กรัม ให้พลังงานประมาณ 15–20 กิโลแคลอรี
ตัวอย่างปริมาณที่พบได้บ่อย
- มะยงชิด1 ลูก ≈ 15–20 kcal
- มะยงชิด5 ลูก ≈ 75–100 kcal
- มะยงชิด10 ลูก ≈ 150–200 kcal
เมื่อเทียบกับของหวานหลายชนิด มะยงชิดถือว่า พลังงานไม่สูงมาก แต่ก็มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่พอสมควร
พลังงานของมะยงชิดมาจากอะไร?
พลังงานของมะยงชิดส่วนใหญ่ มาจาก คาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้
โภชนาการโดยประมาณต่อ 100 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต ประมาณ 14–16 กรัม
- ใยอาหาร ประมาณ 1–2 กรัม
นอกจากนี้ยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น
- วิตามินซี
- เบต้าแคโรทีน
- โพแทสเซียม
ซึ่งช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวม
ทำไมมะยงชิดบางครั้งแคลอรีสูงกว่าที่คิด?
แม้ตัวผลไม้เองจะให้พลังงานไม่สูงมาก แต่แคลอรีอาจเพิ่มขึ้นได้จากพฤติกรรมการกิน เช่น
1. กินเพลินจนเกินปริมาณ
เพราะลูกเล็ก กินง่าย ทำให้บางครั้งเผลอกินทีละ 10–20 ลูก
2. กินคู่กับน้ำปลาหวาน
น้ำปลาหวานมักมีน้ำตาลเพิ่ม ทำให้พลังงานรวมของมื้อเพิ่มขึ้น
3. แปรรูปเป็นของหวาน
เช่น มะยงชิดลอยแก้ว มะยงชิดเชื่อม มะยงชิดปั่น
เมนูเหล่านี้มักมีน้ำตาลเพิ่ม ทำให้พลังงานสูงขึ้น
เคล็ดลับกิน มะยงชิด ให้สบายใจสุขภาพดี
ถ้าอยากกินมะยงชิดแบบเอนจอยและยังบาลานซ์ได้ ลองวิธีง่าย ๆ เหล่านี้
- กำหนดปริมาณต่อครั้ง ประมาณ 5–8 ลูก จะให้พลังงานประมาณ 80–120 kcal
- กินเป็นของว่างแทนขนมหวาน ช่วยลดพลังงานจากขนมที่มีไขมันสูงได้
- เพิ่มความสมดุลในมื้ออาหาร กินร่วมกับมื้อหลักหรือหลังอาหาร จะช่วยให้ระดับน้ำตาลขึ้นช้ากว่าการกินตอนท้องว่าง
คนเป็นโรคประจำตัว กินมะยงชิดต้องระวังอะไร?
- เบาหวาน ควรจำกัดประมาณ 4–6 ลูกต่อครั้ง และหลีกเลี่ยงมะยงชิดแช่น้ำหวานหรือเชื่อม
- โรคอ้วน / ควบคุมน้ำหนัก กำหนดปริมาณการกินต่อวัน และใช้เป็นของว่างแทนขนมหวาน
- โรคไต มะยงชิดมีโพแทสเซียมในระดับหนึ่ง ควรกินในปริมาณพอเหมาะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องจำกัดโพแทสเซียม
- ความดันโลหิตสูง สามารถกินได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการจิ้มกับน้ำปลาหวานที่มีโซเดียมสูง
- ไขมันในเลือดสูง ผลไม้ชนิดนี้ไขมันต่ำ สามารถกินได้ แต่ควรระวังเมนูที่มีน้ำตาลเพิ่ม
- กรดไหลย้อน โดยทั่วไปไม่กระตุ้นอาการมาก แต่ควรกินในปริมาณพอดี และไม่กินตอนท้องว่างมากเกินไป
มะยงชิดเป็นผลไม้หน้าร้อนที่ทั้งหวาน สดชื่น และกินง่าย 1 ลูก ให้พลังงานประมาณ 15–20 กิโลแคลอรีหากกินในปริมาณพอดี เช่น 5–8 ลูกต่อครั้ง ก็ถือเป็นของว่างที่ให้พลังงานไม่สูงมาก และยังให้วิตามินจากผลไม้อีกด้วย สุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องงดของอร่อยเสมอไป แค่รู้ปริมาณและปรับสมดุลในแต่ละมื้อ ก็สามารถ เอนจอยกับมะยงชิดได้อย่างสบายใจในช่วงฤดูกาลนี้
ส่วนใครที่มีโรคประจำตัวหรืออยากลดน้ำหนัก แล้วสงสัยว่ากินอันนี้ได้ไหม หรืออาหารอื่นๆกินอะไรดี ประมาณเท่าไรให้เหมาะสมกับตัวเอง สามารถปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพกับEatwellconcept ได้ค่ะ
สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
ไม่พลาดบทความด้านโภชนาการ
ของ อีทเวลล์คอนเซปต์ ก่อนใคร
แหล่งอ้างอิง
- Institute of Nutrition Mahidol University. Program INMUCAL Version 4.0