อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569
หลายคนมักเคยได้ยินคำล้อเลียน ว่าที่ผมร่วง ผมบาง เพราะกินผงชูรสเยอะเกินไป แต่จริงๆ แล้ว ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือที่บอกว่าการกินผงชูรส หรือ MSG ทำให้ผมร่วงโดยตรง จาก สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่าสาเหตุผมร่วงที่พบบ่อยกว่ามากคือพันธุกรรม ความเครียด ความผิดปกติของไทรอยด์ ภาวะเจ็บป่วยบางอย่าง รวมถึงการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีน เหล็ก และสังกะสี มากกว่าจะมาจากผงชูรส
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าผมร่วง อย่าเพิ่งรีบโทษผงชูรสอย่างเดียว เพราะเราอาจพลาดสาเหตุจริงที่สำคัญกว่าได้
ผงชูรสคืออะไร?
ผงชูรส หรือ MSG ย่อมาจาก Monosodium Glutamate เป็นเกลือโซเดียมของกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบได้ตามธรรมชาติทั้งในร่างกายและในอาหารหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ ชีส เห็ด และอาหารที่มีรสอูมามิ องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริการะบุว่า MSG เป็นส่วนประกอบอาหารที่คนส่วนใหญ่บริโภคได้อย่างปลอดภัยในปริมาณที่ใช้ทั่วไปในอาหาร
แล้วทำไมคนถึงชอบโยงว่า ผงชูรสทำให้ผมร่วง ?
เพราะเวลาเรามีอาการบางอย่าง เช่น ปวดหัว ใจสั่น รู้สึกไม่สบาย หรือผมร่วง เรามักอยากหา “ตัวร้าย” สักตัวแล้วโยงให้จบง่าย ๆ ซึ่งผงชูรสก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยยอดนิยมมานาน
แต่ถ้ามองตามหลักฐานเรื่องผมร่วงจริง ๆ วงการแพทย์ผิวหนังไม่ได้ระบุผงชูรสเป็นสาเหตุหลักเลย สิ่งที่ต้องมองก่อนกลับเป็นเรื่องการพักผ่อน ความเครียด การลดน้ำหนักเร็วเกินไป การกินโปรตีนไม่พอ ภาวะโลหิตจาง ไทรอยด์ หรือโรคบางชนิดมากกว่า
ผงชูรสทำให้เกิดอาการแพ้หรือไม่?
องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริการ ระบุว่าคนส่วนใหญ่กินผงชูรสได้ แต่บางคนอาจมีอาการไวต่อผงชูรสแบบชั่วคราวได้ เช่น ปวดศีรษะ หน้าแดง ชา รู้สึกเสียวซ่า ใจสั่น หรืออ่อนแรง โดยอาการลักษณะนี้มักพบในบางคนเมื่อได้รับ ปริมาณค่อนข้างมาก โดยเฉพาะราว 3 กรัมขึ้นไปโดยไม่กินพร้อมอาหาร มากกว่าการใช้ปรุงอาหารตามปกติ
ดังนั้น ถ้าใครรู้สึกว่า “กินแล้วไม่สบายตัวจริง” ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนค่ะ สังเกตร่างกายตัวเองสำคัญกว่า แต่ก็ไม่ควรสรุปว่า ผงชูรส ทำให้ทุกคนผมร่วงหรือเป็นอันตรายเสมอไป
ถ้าไม่ใช่ผงชูรส แล้วอะไรทำให้ผมร่วงได้บ่อยกว่า?
1) กินโปรตีนไม่พอ
เส้นผมสร้างจากโปรตีน ถ้ากินน้อยเกินไปนาน ๆ ร่างกายอาจลดการให้ความสำคัญกับเส้นผมก่อน
2) ขาดวิตามิน และแร่ธาตุ เช่น ไบโอติน ธาตุเหล็กหรือสังกะสี
โดยเฉพาะคนที่ประจำเดือนมามาก กินได้น้อย หรือมีภาวะดูดซึมผิดปกติ
3) ความเครียดและพักผ่อนน้อย
ความเครียดสะสมหรือร่างกายเจอเหตุการณ์หนัก ๆ อาจทำให้ผมร่วงมากขึ้นในช่วงหลังได้
4) ลดน้ำหนักเร็วเกินไป
ยิ่งคุมอาหารแบบสุดโต่ง ยิ่งเสี่ยงให้สารอาหารไม่พอ
5) โรคหรือฮอร์โมนบางอย่าง
เช่น ไทรอยด์ผิดปกติ หรือภาวะทางผิวหนังบางชนิด
มุมที่ควรระวังจริงกว่า: โซเดียมรวมทั้งวัน
แม้ประเด็น “ผมร่วง” จะยังไม่โยงกับผงชูรสโดยตรง แต่สิ่งที่ควรระวังกว่าคือ โซเดียมรวมทั้งวัน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่รับโซเดียม น้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน หรือ 1 ช้อนชา เพื่อลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและหลอดเลือด
ดังนั้น ถ้าจะมองเรื่องสุขภาพจากผงชูรส สิ่งสำคัญที่ต้องถามตัวเองคือ
ทั้งวันเรากินเค็มเกินไปหรือเปล่า
ไม่ใช่แค่ ผงชูรสทำให้ผมร่วง ไหม
สำหรับเรื่องนี้ ผู้เขียนมองว่า ผงชูรสไม่ควรถูกทำให้เป็นผู้ร้ายเกินจริง โดยเฉพาะในเรื่องที่ถูกล้อเลียนอย่างสนุกสนาน ในคนที่ผมบาง ผมร่วง เนื่องจากมีหลายสาเหตุที่พบบ่อยกว่าและสำคัญกว่า ในขณะเดียวกัน หากใครทำกับข้าวกินเองที่บ้าน การเติมผงชูรสลงไปเล็กน้อย (อย่างพอดิบพอดี เช่นประมาณปลายช้อนชา) ลงไปในกับข้าว จะทำให้เราปรุงอาหารด้วย เกลือ ซีอิ้ว หรือน้ำปลาน้อยลง ซึ่งทำให้โซเดียมโดยรวมของอาหารจานนั้นลดลง และรสชาติอาหารยังอร่อย กลมกล่อม อยู่
ถ้าผมร่วง อย่ามองแค่ผงชูรส
แต่ควรมองทั้งเรื่องอาหาร การพักผ่อน ความเครียด และสุขภาพโดยรวมด้วย
หลายครั้ง คำตอบของสุขภาพไม่ได้อยู่ที่การหาผู้ร้ายเพียงตัวเดียว แต่อยู่ที่การค่อย ๆ มองภาพรวมของชีวิตเรามากกว่านั่นเอง
สรุป
ผงชูรสทำให้ผมร่วงจริงมั้ย?
คำตอบคือ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้ผมร่วงโดยตรง
สิ่งที่ควรสนใจกว่าคือ
- พันธุกรรม
- ความเครียด
- การพักผ่อน
- การขาดโปรตีน ไบโอติน เหล็ก หรือสังกะสี
- โรคบางอย่าง เช่น ไทรอยด์
ถ้าผมร่วงมากผิดปกติ ร่วงเป็นหย่อม หรือร่วงต่อเนื่องนาน ควรหาสาเหตุจริงจะดีกว่าการโทษผงชูรสอย่างเดียว
เอกสารอ้างอิง
American Academy of Dermatology Association. (n.d.). Hair loss: Who gets and causes. https://www.aad.org/public/diseases/hair-loss/causes/18-causes
U.S. Food and Drug Administration. (2012, November 19). Questions and answers on monosodium glutamate (MSG). https://www.fda.gov/food/food-additives-petitions/questions-and-answers-monosodium-glutamate-msg
Walter, K. (2022). Common causes of hair loss. JAMA, 328(4), 380. https://doi.org/10.1001/jama.2022.10231
World Health Organization. (2023, February 7). Sodium reduction. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sodium-reduction