ป้ายกำกับจากคลังความรู้ Tag : สุขภาพ อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สรุปสำคัญ : อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ คือการเลือกรับประทานอาหารพิวรีนต่ำเพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือด โดยจำกัดเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ และแอลกอฮอล์ พร้อมเพิ่มผักสด นมพร่องมันเนย และน้ำเปล่าอย่างน้อย 2–3 ลิตรต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงการกำเริบของอาการปวดข้อ จำกัดพิวรีนจากอาหารให้ต่ำกว่า 400 มก. ต่อวันในช่วงที่มีอาการกำเริบ (Choi et al., 2005) นมพร่องมันเนยและโยเกิร์ตไขมันต่ำช่วยลดระดับกรดยูริกในซีรัมได้จริงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอและลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นมาตรการเสริมที่สำคัญควบคู่กับการใช้ยา อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ คืออะไร และทำไมต้องระวังอาหารนี้ อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ คือ รูปแบบการกินอาหารที่ออกแบบมาเพื่อ ควบคุมและลดระดับกรดยูริก (Uric acid) ในเลือดให้ต่ำกว่า 6 มก./ดล. ในระยะยาว ซึ่งเป็นเกณฑ์เป้าหมายสำคัญที่สมาคมโรคข้อแห่งสหรัฐอเมริกา (ACR) และสมาคมอายุรศาสตร์แห่งประเทศไทยแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบและลดการสะสมของผลึกตามข้อต่างๆ ในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมอนามัย (2565) ระบุว่าผู้ป่วยโรคเก๊าท์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความชุกประมาณ 0.5–2% ของประชากรผู้ใหญ่ ซึ่งพฤติกรรมการกินอาหารมีผลโดยตรงต่อการดำเนินโรคนี้ […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สรุปสำคัญ DASH diet ในอาหารไทย คือการปรับรูปแบบการกินให้โซเดียมไม่เกิน 1,500–2,300 mg ต่อวัน ขณะที่เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น เลือกต้มจืดแทนแกงกะทิ ลดน้ำปลาลงครึ่งช้อน และเพิ่มผักใบเขียวทุกมื้อ เพื่อช่วยลดความดันโลหิตอย่างยั่งยืน โซเดียมในอาหารไทยสูงกว่าเป้าหมาย DASH diet เฉลี่ย 2–3 เท่า เราสามารถปรับได้ด้วยการลดน้ำปลาและซอสสำเร็จรูป ผักและผลไม้ไทย เช่น กล้วย มะละกอ และผักบุ้ง เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ราคาถูกและหาง่าย การปรับเมนูตาม DASH diet ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารทั้งหมด เพียงปรับสัดส่วนและวิธีปรุงก็เพียงพอ DASH diet คืออะไร? ทำไมจึงช่วยลดความดัน DASH ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension เป็นรูปแบบการกินที่พัฒนาโดย National Heart, […]
อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 น้ำตาลกับมะเร็ง มีความสัมพันธ์กันในระดับหนึ่ง โดยการบริโภคน้ำตาลมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิดผ่านกลไกของระดับอินซูลินและการอักเสบในร่างกาย เช่น ขนมหวานหรือเครื่องดื่มรสหวานควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม น้ำตาลไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของมะเร็ง การกินหวานมากอาจเพิ่มความเสี่ยงผ่านกลไกทางอ้อม ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลในอาหารประจำวัน เลือกทานอาหารไทยหวานน้อยเพื่อสุขภาพd น้ำตาลกับมะเร็งคืออะไร? น้ำตาล (Sugar) เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยเฉพาะกลูโคส (Glucose) ที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ทุกชนิด รวมถึงเซลล์มะเร็งด้วย ส่วนมะเร็ง (Cancer) คือการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย งานวิจัยพบว่าเซลล์มะเร็งมีการใช้กลูโคสสูงกว่าปกติ แต่การกินน้ำตาลมากไม่ได้ทำให้เซลล์มะเร็งโตเร็วขึ้นโดยตรง อย่างไรก็ตาม การบริโภคน้ำตาลเกินควรอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งบางชนิดซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ (World Health Organization, 2022; กรมอนามัย, 2565) น้ำตาลมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งจริงหรือไม่? กลไกการใช้พลังงานของเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งมีการใช้กลูโคสสูงกว่าปกติผ่านกระบวนการ Warburg Effect คือการเปลี่ยนกลูโคสเป็นพลังงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน แม้จะอยู่ในสภาวะที่มีออกซิเจนก็ตาม หากแต่การจำกัดน้ำตาลในอาหารไม่ได้หยุดการเจริญเติบโตของมะเร็งโดยตรง เพราะร่างกายสามารถเปลี่ยนสารอาหารชนิดอื่นเป็นกลูโคสได้ (Hanahan & Weinberg, 2011) น้ำตาลกับการอักเสบและอินซูลิน การบริโภคน้ำตาลมากทำให้ระดับอินซูลินในเลือดสูงขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบและการแบ่งตัวของเซลล์ในร่างกาย รวมถึงเซลล์มะเร็งบางชนิด […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สารอาหารบำรุงสายตา คือกลุ่มวิตามิน แร่ธาตุ และแคโรทีนอยด์ เช่น ลูทีน ซีแซนทีน เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี และ DHA ที่ช่วยปกป้องเรตินาและแมคูลาจากความเสื่อมที่เกิดตามวัย สามารถพบได้ในอาหารไทยหลายชนิด เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง และปลาทู ซึ่งมีสารเหล่านี้ในระดับที่เห็นผลได้จริง ลูทีนและซีแซนทีนสะสมอยู่ที่แมคูลาโดยตรง ทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตราย การศึกษา AREDS2 พบว่าสูตรสารอาหารรวมช่วยลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อมระยะกลางได้ถึง 25% (AREDS2 Research Group, 2013) อาหารไทยที่กินได้ทุกวัน เช่น ผักบุ้ง ตำลึง และไข่แดง ให้สารบำรุงสายตาในปริมาณที่เหมาะสม สารอาหารบำรุงสายตา คืออะไร? สารอาหารบำรุงสายตา คือสารอาหารที่ร่างกายนำไปใช้ปกป้องโครงสร้างของดวงตา ตั้งแต่กระจกตา เลนส์ตา ไปจนถึงจอประสาทตา (retina) และแมคูลา (macula) ซึ่งเป็นจุดรับภาพที่คมชัดที่สุด องค์การอนามัยโลก (WHO) […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept อาหารก่อมะเร็ง คือ อาหารหรือวิธีปรุงที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง เช่น เนื้อปิ้งย่างไหม้เกรียม เนื้อแปรรูป หรือพริกแห้งที่มีอะฟลาทอกซิน หากกินบ่อย (เช่น มากกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์) จะเพิ่มการสัมผัส PAH, HCA และสาร N-nitroso ซึ่ง IARC โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้ “เนื้อสัตว์แปรรูป (Processed Meat)” เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ซึ่งหมายความว่า “มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอว่าก่อมะเร็งในมนุษย์” WCRF ระบุว่าเนื้อแปรรูป 50 กรัม/วัน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ราว 16% (WCRF/AICR, 2018) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) รายงานว่ามะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย การเปลี่ยนพฤติกรรมการปรุงและเลือกอาหารช่วยลดความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องงดเมนูโปรดทั้งหมด อาหารก่อมะเร็ง คืออะไร และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างไร? อาหารก่อมะเร็ง […]
อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 การดูแลอาหารคือหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูร่างกายในผู้ป่วยมะเร็ง Plant-based Diet หรือการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก กำลังเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง บทความนี้จะมาบอกว่าวิธีการกินรูปแบบนี้ส่งผลดีสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร? Plant-based Diet เน้นอาหารจากพืช ลดเนื้อสัตว์ เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการลดการอักเสบ ควรเสริมวิตามินบี12 และโอเมก้า-3 เมนูอาหารไทยจากพืชมีให้เลือกหลากหลาย Plant-based Diet คืออะไร และเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร? Plant-based Diet หมายถึงรูปแบบการกินที่เน้นอาหารจากพืช เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืช โดยลดหรือหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการลดปัจจัยเสี่ยงจากไขมันอิ่มตัว สารก่อมะเร็งจากเนื้อแดง และเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน (World Cancer Research Fund, 2023) การเลือก Plant-based Diet อย่างเหมาะสมจึงเป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยและสนับสนุนสุขภาพในผู้ป่วยมะเร็ง Plant-based Diet มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร? Plant-based Diet มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งและส่งเสริมการฟื้นฟูร่างกาย โดยอาหารจากพืชมีไฟเบอร์สูง จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ลดสารพิษตกค้าง และมีฟิโตนิวเทรียนท์ (phytonutrients) ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept สรุปสำคัญ: ความดันต่ำต้องดื่มอะไร คำตอบคือน้ำเปล่าให้ได้ 2–2.5 ลิตรต่อวัน ร่วมกับเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์ที่มีโซเดียม 400–600 มก./ลิตร ในกรณีความดันต่ำเฉียบพลัน และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป เนื่องจากอาจจะยิ่งกระตุ้นให้ความดันลดลง ดื่มน้ำเปล่าสม่ำเสมอและเพิ่มโซเดียมในอาหารอย่างมีการควบคุม จะช่วยเพิ่มความดันได้จริงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ผู้ป่วยความดันต่ำระยะเฉียบพลันและระยะเรื้อรังต้องการกลยุทธ์โภชนาการที่แตกต่างกัน ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดต้องระวังปฏิกิริยาระหว่างยากับสารอาหารเป็นพิเศษ ความดันโลหิตต่ำคืออะไร และเมื่อใดต้องใส่ใจโภชนาการ ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) หมายถึง ค่าความดันซิสโตลิกต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท หรือไดแอสโตลิกต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) ในประเทศไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าภาวะนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ โดยสาเหตุหลักได้แก่ภาวะขาดน้ำ การได้รับโซเดียมไม่เพียงพอ และการเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว (Orthostatic Hypotension) ดังนั้นโภชนาการจึงเป็นหนึ่งในเสาหลักของการดูแลตนเองควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ ความดันต่ำ อาการที่ต้องสังเกต อาการที่พบบ่อย ได้แก่ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเมื่อลุกนั่งหรือลุกยืน คลื่นไส้ ใจสั่น และอ่อนเพลียผิดปกติ […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เบื่ออาหาร คือเมนูอาหารที่เน้นโปรตีนสูง ย่อยง่าย และควรแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 ครั้งต่อวัน เช่น โจ๊กอกไก่หรือซุปเต้าหู้ไข่ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูร่างกายระหว่างการรักษาและกระตุ้นความอยากอาหารได้โดยไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไป ผู้ป่วยมะเร็งต้องการโปรตีน 1.2-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ตามแนวทาง ESPEN 2021 การแบ่งมื้ออาหารเล็กลง 5-6 ครั้งต่อวันช่วยลดคลื่นไส้และเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ร่างกายได้รับ เมนูไทยหลายชนิด เช่น โจ๊กปลา ต้มจืดเต้าหู้ไข่ และข้าวต้มไก่ ปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยมะเร็งได้โดยไม่ต้องปรุงรสจัด อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคืออะไร และทำไมต้องปรับเมนูเมื่อเบื่ออาหาร อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หมายถึง แผนโภชนาการที่ออกแบบเพื่อสนับสนุนการรักษา ลดผลข้างเคียง และรักษามวลกล้ามเนื้อในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าภาวะทุพโภชนาการพบได้ใน 40-80% ของผู้ป่วยมะเร็ง และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษา ดังนั้นการปรับเมนูจึงไม่ใช่เพียงเพื่อความอร่อย แต่เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานและโปรตีนที่เพียงพอ แม้ในวันที่ความอยากอาหารลดลง โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งจะต้องได้รับการดูแลโภชนาการอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการรักษา ผู้ป่วยมะเร็งควรเน้นโปรตีนสูงอย่างไร โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบจากเคมีบำบัดและรังสีรักษา […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept ในการตรวจสุขภาพประจำปี นอกเหนือจากค่าความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) หรืออัตราการกรองของเสียของไต คือหนึ่งในสารน้ำสำคัญทางห้องปฏิบัติการที่เป็นหัวใจหลักในการติดตามและประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไตในปัจจุบัน การเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแลตัวเองและปรับเปลี่ยนโภชนาการได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่ไตจะถูกทำลายไปอย่างถาวร ค่า eGFR
อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “น้ำด่าง” (Alkaline Water) กลายเป็นกระแสในกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยมีการอ้างสรรพคุณว่าสามารถ “รักษามะเร็ง” ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลนี้มีข้อเท็จจริงทางการแพทย์รองรับมากน้อยเพียงใด? บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ น้ำด่างมีค่า pH 8–9 และมีแร่ธาตุบางชนิด ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าน้ำด่างรักษามะเร็งได้ ควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณเหมาะสมตามคำแนะนำ การดื่มน้ำด่างมากเกินไปอาจมีผลข้างเคียง น้ำด่าง (Alkaline Water) คืออะไร? น้ำด่างคือน้ำที่มีค่า pH สูงกว่า 7 (โดยทั่วไปจะอยู่ที่ pH 8–9) ในขณะที่น้ำดื่มปกติมีค่า pH เป็นกลางที่ประมาณ 7 ความเป็นด่างนี้เกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก: เกิดขึ้นตามธรรมชาติ: น้ำแร่จากบางแหล่งที่มีการสะสมของแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์: การใช้เครื่องแยกประจุไฟฟ้า (Electrolysis) หรือการเติมแร่ธาตุเพื่อปรับค่า pH ให้สูงขึ้น น้ำด่างรักษามะเร็งได้จริงหรือไม่? คำตอบคือ: ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าน้ำด่างสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ความเชื่อนี้มักอ้างอิงทฤษฎีที่ว่า […]