ขนมจีนน้ำเงี้ยว เป็นอาหารเหนือที่มีเอกลักษณ์ ด้วยน้ำซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมจากมะเขือเทศ เลือดหมู และเครื่องเทศเฉพาะตัว กินคู่กับขนมจีนและผักสด ทำให้เป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง แม้ว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวจะเป็นเมนูที่ให้พลังงานไม่สูงมากเมื่อเทียบกับข้าวซอย แต่หากกินในปริมาณมาก หรือเติมเครื่องเคียงเพิ่มเติม พลังงานก็อาจเพิ่มขึ้นได้ มาดูกันว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวแต่ละส่วนให้พลังงานเท่าไหร่
ขนมจีนน้ำเงี้ยว 1 จาน กี่แคล?
โดยเฉลี่ย ขนมจีนน้ำเงี้ยว 1 จาน ให้พลังงาน 280-300 กิโลแคลอรี แต่พลังงานอาจเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับปริมาณขนมจีนและเครื่องเคียงที่ใช้
พลังงานจากส่วนประกอบหลัก
- ขนมจีน (150 กรัม หรือ 2 จับ) ให้พลังงานประมาณ 160 กิโลแคลอรี
- เนื้อหมูสับ (50 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 120 กิโลแคลอรี
- เลือดหมู (50 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี
- มะเขือเทศ (50 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 10 กิโลแคลอรี
- พริกแกงน้ำเงี้ยว (1 ช้อนโต๊ะ) ให้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี
- น้ำปลา (1 ช้อนชา) ให้พลังงานน้อยมาก แต่มีโซเดียมประมาณถึง 400 มิลลิกรัม
- น้ำตาล (1 ช้อนโต๊ะ) ให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลอรี
- ถั่วเน่า (1 แผ่น) ให้พลังงานประมาณ 30 กิโลแคลอรี และมีโซเดียมประมาณถึง 240 มิลลิกรัม
พลังงานจากเครื่องเคียง
- กระเทียมเจียว (1 ช้อนโต๊ะ) ให้พลังงานประมาณ 25-50 กิโลแคลอรี
- ถั่วงอก (50 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 20 กิโลแคลอรี
- ผักกาดดอง (50 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 10 กิโลแคลอรี
- แคปหมู (50 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 280 กิโลแคลอรี
หากรับประทานขนมจีนน้ำเงี้ยวแบบจัดเต็ม ใส่เครื่องเคียงครบ พลังงานอาจสูงถึง 600-800 กิโลแคลอรี ต่อจาน
ทำไม ขนมจีนน้ำเงี้ยว ถึงให้พลังงานแตกต่างกัน?
- ปริมาณขนมจีนที่กิน ยิ่งกินเส้นมาก พลังงานก็สูงขึ้น
- ชนิดของเนื้อสัตว์ หากใส่เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง พลังงานก็จะเพิ่มตาม
- เครื่องเคียงและกระเทียมเจียว แคปหมูและกระเทียมเจียวที่น้ำมันฉ่ำๆจะทำให้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เคล็ดลับกิน ขนมจีนน้ำเงี้ยว ให้สุขภาพดี
- ลดปริมาณขนมจีน ควบคุมปริมาณเส้นให้อยู่ที่ 1-2 จับต่อจาน
- เพิ่มผักเคียงให้มากขึ้น เช่น ถั่วงอก กะหล่ำปลีซอย ช่วยเพิ่มไฟเบอร์ได้ดี
- ลดกระเทียมเจียวและหนังหมูทอด เพื่อลดไขมันและพลังงานส่วนเกิน
- เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ใช้หมูสับแบบไม่ติดมัน หรือไก่สับ ช่วยลดไขมันได้มาก
- เลี่ยงการเติมน้ำปลาและน้ำตาลมากเกินไป ควบคุมปริมาณโซเดียมและน้ำตาลในซุป
- เพิ่มไข่ต้มหรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น และช่วยลดการสลายกล้ามเนื้อ
คนเป็นโรคประจำตัว ควรกินขนมจีนน้ำเงี้ยวอย่างไร?
- เบาหวาน คุมเส้นขนมจีนไม่เกิน 2 จับ เพิ่มผักและเนื้อสัตว์เพิ่มมากขึ้น งดกระเทียมเจียวและแคปหมู ช่วยให้คุมน้ำตาลได้ดีขึ้น
- โรคอ้วน จำกัดเส้นไม่เกิน 2 จับ เพิ่มผักให้ได้ 2 เท่าของเส้น เพิ่มไข่ต้ม 1-2 ฟอง เพื่อให้ได้รับโปรตีนเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้อิ่มนานขึ้น ลดการกินจุกจิกระหว่างมื้อ
- โรคไต เลือกเครื่องปรุงโซเดียมต่ำ และลดการปรุงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาและถั่วเน่า ช่วยลดปริมาณโซเดียม หากอยู่ในระยะที่ต้องควบคุมระดับโพแทสเซียมและโซเดียมอย่างจริงจัง แนะนำให้งดหรือหลีกเลี่ยง
- ความดันโลหิตสูง ลดการปรุงเพิ่ม และใช้เทคนิคกินเนื้อเหลือน้ำ เพื่อลดการได้รับโซเดียมจากน้ำเงี้ยว งดผักดอง แทนด้วยผักสด เช่น ถั่วงอกหรือกะหล่ำปลีซอย
- กรดไหลย้อน หลีกเลี่ยงกระเทียมเจียว แคปหมู และกินซุปที่ไม่เผ็ดจัดจ้าน
ขนมจีนน้ำเงี้ยวให้พลังงานประมาณ 280-300 กิโลแคลอรีต่อจาน อาจดูเบา ๆ แต่ถ้าใส่เส้นจัดเต็ม เติมแคปหมู กระเทียมเจียว น้ำปลา น้ำตาล จัดหนักทุกอย่างพลังงานก็พุ่งพรวดไปถึง 600-800 กิโลแคลอรี แบบไม่รู้ตัว
ใครที่มีโรคประจำตัวหรืออยากลดน้ำหนัก แล้วสงสัยว่ากินอันนี้ได้ไหม หรืออาหารอื่นๆกินอะไรดี ประมาณเท่าไรให้เหมาะสมกับตัวเอง สามารถปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพกับEatwellconcept ได้ค่ะ
สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
แหล่งอ้างอิง
- Institute of Nutrition Mahidol University. Program INMUCAL Version 4.0