หนึ่งวันควร ดื่มน้ำเปล่า วันละกี่แก้ว?
ดื่มน้ำเปล่าควรดื่มให้เพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย 6-8 แก้ว ต่อวัน หรือ วันละ 2 ลิตร ถ้าถามถึงปริมาณนี่ก็ตอบได้เกือบจะทันทีใช่ไหม
ดื่มน้ำเปล่าควรดื่มให้เพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย 6-8 แก้ว ต่อวัน หรือ วันละ 2 ลิตร ถ้าถามถึงปริมาณนี่ก็ตอบได้เกือบจะทันทีใช่ไหม
ฟรุคโตส Fructose
วิตามินดี เป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ถ้าเอามาจากตำราเรียนวิทยาศาสตร์สมัยเป็นนักเรียนแล้วล่ะก็ จะให้ข้อมูลว่า “เสริมสร้างกระดูก ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม” แต่รู้ไหมว่าในระยะให้หลังมานี้มี การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ วิตามินดีว่า มันมีผลมากกว่าแค่เรื่องกระดูกแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใหม่มากเลยทีเดียว สำหรับการค้นพบตำแหน่งใหม่ในร่างกายที่วิตามินดีไปกระตุ้นให้ทำงานได้ นั่นคือกลุ่มเซลล์ “เม็ดเลือดขาว” ซึ่งทำหน้าที่ในการทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่รุกรานร่างกายของเรา เมื่อเกิดการเชื่อมโยงระหว่างวิตามินดีกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเข้า ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจแล้วว่า หากเราได้รับวิตามินดีเพียงพอ ก็น่าจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรือหากเราเสริมวิตามินดีในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้วล่ะก็… ภูมิคุ้มกันน่าจะดีเป็นทวีคูณ ใช่ไหมครับ ? จากการศึกษาผลการเสริมวิตามินดีที่มีต่อการป้องกันการเกิดไข้หวัดนั้น สรุปได้ว่า “ไม่มีหลักฐานใดๆ สนับสนุนว่า การเสริมวิตามินดีจะช่วยในการป้องกันหวัดได้จริง” แม้เราจะมีรายงานว่าผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเขตเหนือเส้นศูนย์สูตรไปมากๆ เช่น ยุโรปตอนเหนือ จะพบปัญหาโดนแสงแดดน้อย ซึ่งมีผลต่อการสังเคราะห์วิตามินดีลดลง ส่งผลให้ระดับวิตามินดีในกระแสเลือดลดลง และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ประสิทธิภาพลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสได้มากขึ้น แต่การศึกษาหลายๆ ชิ้นซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในการป้องกันการติดเชื้อนั้น ผลการศึกษากลับไม่ได้ผลอย่างที่คาดการณ์ไว้ ฉะนั้นการกล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นนี้สามารถเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้นั้น ดูจะเป็นการกล่าวเกินจริงไปครับ มีงานวิจัยถึง 25 ชิ้นที่ต้องการดูผลของการป้องกันภาวะ “ติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน” ซึ่งพบว่าผลการป้องกันอาการข้างต้นก็ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ฉะนั้นแล้ว หากเจอคนขายใดๆ ก็ตามที่เคลม หรือกล่าวอ้างว่า “ซื้ออาหารเสริมตัวนี้สิ กินเพิ่มภูมิได้ ป้องกันหวัดได้” ไม่จริงด้วยประการทั้งปวง!! แหล่งอ้างอิง […]
เรื่องของความเชื่อเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพค่อนข้างมีมากมาย รวมถึงการบอกกันปากต่อปากก็เช่นกัน แต่เคยคิดกันบ้างไหมว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องจริง เรื่องไหนเป็นแค่การบอกโดยไม่มีหลักฐานและพูดเพียงว่า “เค้าบอกว่า….” เท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการบอกต่อเฉย ๆ นะครับ กินปลาเยอะๆ แล้วจะฉลาด ฟังกันมาตั้งนานนมแล้ว เรามาคุยด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ดีกว่าว่า สรุปแล้วช่วยหรือไม่ช่วยกันแน่ ? ประเด็นเรื่องที่ชอบบอกเด็ก ๆ ว่า “กินปลาแล้วฉลาด” เรื่องนี้เป็น “เรื่องจริง” อยู่ครับ เพราะพัฒนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงประมาณ 5 ขวบ มีผลการศึกษายืนยันว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 มีบทบาทในการพัฒนาของระบบประสาทและการทำงานของสมอง และในเด็กที่มีอายุ 2 – 9 ปี พบว่าโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการสนับสนุนการรักษาเด็กที่มีพัฒนาการช้าได้ ซึ่งในความเป็นจริงเด็กเหล่านี้ควรได้รับโอเมก้า 3 ตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดาด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังพอมีโอกาสเพิ่มเติมให้เด็กได้รับหลังจากคลอดออกมาก็ยังได้ แล้วผู้ใหญ่กินแล้วไม่ฉลาดได้ไง ในเมื่อเด็กยังได้ผลเลย? อาจมีคนที่กำลังคิดเช่นนี้อยู่ ขออธิบายว่าพัฒนาการเจริญเติบโตของสมอง ทั้งในแง่ขนาด รอยหยักและการพัฒนาของเส้นใยประสาทจะพัฒนาอย่างรวดเร็วและเพิ่มจำนวนได้เร็วที่สุดในวัยเด็ก (เฉลี่ยจนถึงอายุประมาณ 5 ปี) หลังจากนั้นแล้วจะค่อยๆ เจริญช้าลงจนถึงอายุประมาณ 30 หลังจากจุดนี้ไปร่างกายจะเน้นไปที่การรักษาสภาพและฟื้นฟูเมื่อเสียหายมากกว่าการสร้างใหม่ เรายังมีความหวังที่จะให้โอเมก้า […]
ประโยชน์ของ กระเทียม มีมากมาย อาจเป็นอาหารที่มีกลิ่นแรงสำหรับบางคน แต่หากเราลองนำไปปรุงดี ๆ จะพบประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ คือ ลดการอักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกัน การนำไปผ่านความร้อน ใช้น้ำมันแต่พอควร จะทำให้ความแรงของกลิ่นกลายเป็นความหอมอร่อยได้ ในบรรดาเครื่องเทศสมุนไพรทั้งหมดที่หลายๆ คนเคยได้ยิน “กระเทียม” เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีการศึกษาและวิจัยถึงประโยชน์ที่พิสูจน์ได้ชัดเจน กระนั้นก็ยังมีใครหลายคนที่ยังคงไม่ชอบกระเทียม เนื่องจากกลิ่นที่รุนแรงและรสชาติที่เผ็ดแสบหากกินดิบๆ วันนี้ได้รวบรวม ประโยชน์ของกระเทียม มาไล่เรียงให้อ่านกันดังนี้ 1.เพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย มีการศึกษาในกลุ่มคนที่รับประทานกระเทียมในรูปแบบต่างๆ สามารถลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ โดยจากการศึกษาในหญิงที่อาศัยในไอโอวา พบว่าผู้หญิงที่รับประทานกระเทียม ผักและผลไม้เป็นประจำ มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงถึง 35% ซึ่งเป็นประโยชน์จากการรับประทานกระเทียมที่เป็นอาหาร ไม่ใช่สารสกัดจากกระเทียม 2.ลดการอักเสบ จากการใช้กระเทียมเป็นยาแผนโบราณ ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ ปวดหรือบวม สามารถใช้กระเทียมตำให้แหลกและพอกไว้ได้ จะบรรเทาอาการอักเสบได้ หรืออาจเลือกซื้อน้ำมันกระเทียมสำเร็จรูปก็สามารถใช้ได้เช่นกัน 3.ดูแลและรักษาระบบหัวใจและหลอดเลือด กระเทียมมักได้รับความสนใจในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งมีงานวิจัยรองรับด้วยว่า กระเทียมมีผลดีต่อหลอดเลือดแดงโดยปกป้องหลอดเลือดจากการอักเสบระดับเซลล์ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดภาวะการเกิดหลอดเลือดตีบตัน นอกจากนี้กระเทียมยังดีต่อระบบความดันโลหิตของร่างกายอีกด้วย โดยกำมะถันหรือซัลเฟอร์สามารถถูกเปลี่ยนเป็นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์โดยเม็ดเลือดแดงได้ (ปริมาณเล็กน้อย) ซึ่งเป็นผลดีต่อการคลายตัวของหลอดเลือดแดง ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ 4.ถนอมอาหาร เนื่องจากสารฆ่าเชื้อในกระเทียมที่เรานำมาใช้ลดสิวอักเสบนั้น สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในอาหารได้ โดยเฉพาะเชื้อ Salmonella […]
มุมมองจากคนที่มอง สู่คนที่กิน บางครั้งเราจะเห็นได้เสมอว่า พอคนที่รูปร่าง อ้วน กินขนมจุบจิบ ขนมหวาน ๆ มัน ๆ แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ก็เพราะกินแบบนั้นไง ถึงได้อ้วนน่ะ” ซึ่งหากแค่คิดก็จบในตัวเรา แต่เมื่อใดที่โพล่งออกไปให้ได้ยินนี่ แทบจะเกิดเหตุทุ่มจานเขวี้ยงส้อมได้เลยทีเดียว แต่จากข้างบนที่ได้พูดแล้วว่า “สุขภาพที่ได้รับผลจากพฤติกรรมนั้น ใช้เวลาพอสมควร” ฉะนั้นฮันนี่โทสที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ไม่ได้ทำให้เขาอ้วนหรือป่วยแต่อย่างใด เมื่อเรามองส่วนประกอบในเมนูนี้แล้ว ไม่ว่าใครจะรูปร่างแบบไหน “น้ำตาล ไขมันและสารอื่นๆ ก็เข้าตัวไม่แตกต่างกัน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความไวในการกิน” แล้วเรามาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง ขนมหวานมัน ฮันนี่โทสต์นั้นหรือคือนิพพาน ของอ้วน ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวที่กรอบ มัน อาหารหวานที่หอม หวาน ฉ่ำเนย ต้องกลายเป็น “จำเลย” สำหรับคนทุกคนเสมอ กินทีก็ต้องบ่นว่า “อ้วน” ที ทั้งที่ความจริงแล้ว ผลของอาหารต่อสุขภาพนั้น ไม่ได้แสดงออกฉับพลันทันทีเฉกเช่น กินยาลดน้ำมูกแล้วง่วงนอน แต่สุขภาพนั้นจะเกิดจากผลของพฤติกรรมโดยรวม ทั้งการกิน การมีกิจวัตรประจำวันที่แตกต่างกัน รวมทั้งการออกกำลังกาย แต่กระนั้น […]
ภาวะความดันโลหิตสูง เกิดจากการมีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน การดื่มแอลกอฮอลล์ กินอาหารไม่เหมาะสม จึงควรเพิ่มกินผักและผลไม้ ออกกำลังกาย ลดกินเหล้า ไม่เครียด
เชื่อว่าทุกคนรู้จักนูเทลล่าอย่างแน่นอนรู้หรือไม่ว่าวันนี้คือวัน นูเทลล่า โลก(World Nutella Day) แอดจะมาเล่าให้ฟังกันถึงเรื่องราวเกี่ยวกับนูเทลล่าและปิดท้ายด้วยคำแนะนำด้านสุขภาพกัน จุดเริ่มต้นของวันเฉลิมฉลองนูเทลล่าโลก ที่จริงแล้ววันฉลองนูเทลล่านี้เพิ่มเริ่มต้นในปี2007 โดยSara Rossoได้ริเริ่มงานอีเวนท์สำหรับบล๊อกเกอร์อาหารคู่รักและชาวอิตาเลียนที่อาศัยอยู่นอกประเทศเพื่อบอกกล่าวถึงอาหารหนึ่งที่เธอชื่นชอบก็คือ นูเทลล่าซึ่งเธอเป็น Food blogger และได้รู้จักนูเทลล่าตอนที่ไปอิตาลีการเขียนบล็อกเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและแบ่งปันประสบการณ์นั้นนับว่าการสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เนตที่แพร่หลายก่อนยุคของสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์เสียอีกในครั้งแรกที่มีการเฉลิมฉลองนั้น Food blogger และ เพื่อน ๆ ของSaraได้พากันส่งสูตรอาหารและขนมหวานที่ใช้นูเทลล่าเป็นส่วนประกอบซึ่งนับว่าได้รับการตอบรับอย่างดีมากและเกิดเป็นความสุขที่มีให้กันโดยมีนูเทลล่าเป็นสื่อกลางและทุกปีหลังจากนั้นก็มีการเฉลิมฉลองวันนูเทลล่ามาโดยตลอดและมีสูตรอาหารนูเทลล่าเพิ่มขึ้นมาก จึงมีการรวบรวมไวในเวบไซต์ด้วย ลองค้นหากันได้จาก “Nutella recipe” นูเทลล่า คืออะไร จุดเริ่มต้นของนูเทลล่ามาจากช่วงที่ขาดแคลนเมล็ดโกโก้เพื่อการบริโภค (หลังสงครามโลกครั้งที่สอง) ถูกผลิตขึ้นในอิตาลีเมื่อปี 1946โดย Pietro Ferrero ซึ่งผสมระหว่างเฮเซลนัทน้าตาลโกโก้ที่หาได้ยากในเวลานั้นและส่วนผสมอื่น ๆ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นครีมเหนียวรสหอมหวานซึ่งสามารถใช้ทาขนมปังรับประทานเป็นอาหารมื้อเช้าได้หลังจากนั้นก็ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยปรับชนิดของเฮเซลนัทส่วนผสมของครีมโกโก้และอื่นๆมาโดยตลอดท าให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องและมีอายุครบรอบ 50 ปีผ่านไปไม่นานนี้เอง เห็นบางคนบอกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ จะกินดีไหม ส่วนผสมหลักของนูเทลล่าคือน้ำตาลน้ำมันปาล์มถั่วเฮเซลนัทนมผงเมล็ดโกโก้สูตรที่ลดไขมันลงเลซิตินจากถั่วเหลืองและกลิ่นวานิลลาซึ่งคุณค่าทางสารอาหารต่อ 1 ช้อนโต๊ะ (หนัก 15 กรัม) จะให้ไขมันประมาณ 5 กรัม คาร์บ 9 กรัมและโปรตีน 1 กรัม โดยประมาณ […]