เป็นโรคไตกินซีอิ๊วได้มั้ย
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 | ตรวจสอบโดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สรุปสั้น: ซีอิ๊วโรคไต กินได้ไหม? ระยะ CKD ซีอิ๊วขาวปกติ ซีอิ๊วลดโซเดียม หมายเหตุ G1–G2 กินได้ในปริมาณน้อย กินได้ เป้าหมายโซเดียมรวม
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 | ตรวจสอบโดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สรุปสั้น: ซีอิ๊วโรคไต กินได้ไหม? ระยะ CKD ซีอิ๊วขาวปกติ ซีอิ๊วลดโซเดียม หมายเหตุ G1–G2 กินได้ในปริมาณน้อย กินได้ เป้าหมายโซเดียมรวม
การวางแผนจัดมื้ออาหารโรคไต : CKD ระยะ 3-4-5 อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 การวางแผนจัดมื้ออาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) ซึ่งควรเน้นเรื่องการควบคุมสารอาหารสำคัญ ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละระยะของโรคไต โดยเฉพาะใน CKD ระยะ 3-4-5 ที่ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่องปริมาณเกลือและแร่ธาตุในแต่ละมื้อ เพื่อช่วยลดภาระไตและเพิ่มความหลากหลายในการกิน ตัวอย่างการจัดมื้ออาหารโรคไต ช่วยควบคุมโซเดียมและฟอสฟอรัส เลือกโปรตีนคุณภาพสูง ลดปริมาณโพแทสเซียม วางแผนอาหารแต่ละมื้อช่วยลดความกังวล ตัวอย่างเมนูไทยปรับใช้ได้จริงทุกวัน เมนูอาหารโรคไต กินอะไรดี? การเลือกชนิดอาหารสำหรับการวางแผนจัดเมนูอาหารโรคไต ควรเน้นอาหารที่มีโซเดียมต่ำ เช่น ข้าวสวย ผักลวก ไข่ขาว ปลาอบหรือปลาเผา และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง ฯลฯ รวมถึงควบคุมปริมาณผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ส้ม แตงโม ฯลฯ(สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล) ปรุงรสด้วยสมุนไพรทดแทนการใช้เกลือ และเน้นกินโปรตีนคุณภาพสูงในปริมาณที่เหมาะสม โปรตีนคุณภาพสูงที่เหมาะกับผู้ป่วย CKD […]
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept ในการตรวจสุขภาพประจำปี นอกเหนือจากค่าความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) หรืออัตราการกรองของเสียของไต คือหนึ่งในสารน้ำสำคัญทางห้องปฏิบัติการที่เป็นหัวใจหลักในการติดตามและประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไตในปัจจุบัน การเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแลตัวเองและปรับเปลี่ยนโภชนาการได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่ไตจะถูกทำลายไปอย่างถาวร ค่า eGFR
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept Featured Snippet: อาหารแปรรูป (Ultra-Processed Foods หรือ UPFs) คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรมหลายขั้นตอนและมีสารเติมแต่งสังเคราะห์ การบริโภค UPFs มากกว่า 10% ของพลังงานต่อวันสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 12% และความเสี่ยงอัมพฤกษ์เพิ่มขึ้น 9% (Srour et al., BMJ 2019) เนื่องจาก UPFs มีโซเดียม น้ำตาล และไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิต คอเลสเตอรอล LDL และระบบหลอดเลือด การกิน UPFs ทุก 10% ของพลังงานที่เพิ่มขึ้น เชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจ +12% และอัมพฤกษ์ +9% (Srour et al., BMJ 2019) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) […]
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 สมุนไพรบำรุงไต บำรุง หรือ ทำลาย? คือคำถามที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระวังก่อนเริ่มใช้สมุนไพร แม้จะมีคำกล่าวอ้างว่าช่วยฟื้นฟูไต แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง สมุนไพรหลายชนิดกลับมีสารพิษที่อันตรายต่อไตโดยตรง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสมุนไพรกลุ่มที่มีกรดอะริสโตโลคิก(Aristolochic acid) หรือแม้แต่อาหารพื้นบ้านอย่างถั่วลูกเหนียง(Djenkol Beans) ซึ่งมีงานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) ระบุชัดว่าอาจเร่งให้เกิดภาวะไตวายได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นการเลือกรับประทานจึงต้องอาศัยความเข้าใจมากกว่าเพียงแค่คำบอกเล่า สมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน กรดอะริสโตโลคิกและลูกเหนียงมีพิษต่อไต ควรปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนใช้สมุนไพร เลือกใช้สมุนไพรที่ปลอดภัย สมุนไพรใดที่ผู้ป่วย CKD ควรหลีกเลี่ยง? ผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีพิษต่อไต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างสรรพคุณว่า “ดีท็อกซ์ไต” ที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัย สารเหล่านี้อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันหรือเร่งให้เกิดอาการแย่ลงได้ การหลีกเลี่ยงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน (กรมการแพทย์แผนไทย, 2566) กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) และความเสี่ยงต่อไต กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) เป็นสารพิษที่พบในสมุนไพรตระกูล Aristolochia เช่น กำลังช้างสาร, ไคร้เครือ, กระเช้าสีดา, กระเช้าถุงทอง และสมุนไพรจีนบางชนิด สารนี้สามารถทำลายเซลล์ไตโดยตรง […]
ไข่เป็ดเป็นที่นิยมในครัวไทยมาก ทั้งไข่เป็ดต้ม ไข่เป็ดเจียว หรือไข่เป็ดดาว หลายคนเชื่อว่าไข่เป็ดมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าไข่ไก่ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ความแตกต่างระหว่างไข่เป็ดและไข่ไก่มีความสำคัญมากกว่าที่คิด คำตอบตรงๆ คือ ไข่เป็ดกินได้ แต่ถ้าเลือกได้ ไข่ไก่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ป่วยโรคไต เพราะไข่เป็ดมีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโคเลสเตอรอลสูงกว่าชัดเจน ไข่เป็ด vs ไข่ไก่ — ต่างกันอย่างไรสำหรับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร ไข่เป็ด 1 ฟอง (~70 g) ไข่ไก่ 1 ฟอง (~50 g) ต่างกัน โปรตีน ~9 g ~6 g มากกว่า ~50% ฟอสฟอรัส (รวม) ~154 mg ~86 mg มากกว่า ~80% ฟอสฟอรัส (แค่ไข่แดง) ~116 mg ~66 mg มากกว่า ~75% […]
โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท โดยปริมาณโพแทสเซียมในอาหารถือว่าสูงเมื่อมีมากกว่า 200–270 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ตามเกณฑ์ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (2566) ผู้ป่วย CKD ควรจำกัด โพแทสเซียม เท่าไร? แนวทางการจำกัด โพแทสเซียม สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (กรมอนามัย 2565) อาหารใดที่มีโพแทสเซียมสูงและควรหลีกเลี่ยง? อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ กล้วยหอม มันฝรั่ง ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ อะโวคาโด ถั่วเหลือง และผลไม้แห้ง เช่น อินทผลัม ลูกพรุน อาหารเหล่านี้หากบริโภคในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมสูงในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วย CKD ระยะ 4–5 ที่ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยลง (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือกอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำหรือปานกลาง ตัวอย่างผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง […]
ลูกเนียงหรือลูกเหนียง (Archidendron pauciflorum หรือที่รู้จักในชื่อ Djenkol bean / Jering) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมกินในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มักกินดิบหรือปรุงสุก มีกลิ่นเฉพาะตัว สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำตอบตรงๆ คือ ลูกเนียงเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรงแม้แต่ในคนปกติ ซึ่งต่างจากสะตอ (Parkia speciosa) โดยสิ้นเชิง ลูกเนียง vs สะตอ — ต่างกันอย่างไร คนมักสับสนระหว่างสองชนิดนี้ แต่เป็นพืชและกลไกอันตรายคนละแบบ สะตอ (Parkia speciosa) สารสำคัญ: Organosulfides (ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่น)ผลต่อไต: ไม่มีหลักฐานว่าเป็นพิษโดยตรงปริมาณเล็กน้อย: ผู้ป่วย G1–G3 ยังพอกินได้ ลูกเนียง (Archidendron pauciflorum) สารสำคัญ: Djenkolic Acid (ตกผลึกในไต)ผลต่อไต: Acute Kidney Injury ได้แม้ในคนปกติปริมาณใดก็ตาม: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง Djenkolic Acid คืออะไร และทำร้ายไตอย่างไร Djenkolic Acid เป็นกรดอะมิโนที่มีกำมะถันซึ่งพบเฉพาะในลูกเนียง เมื่อร่างกายเมตาบอไลซ์สารนี้แล้วขับออกทางปัสสาวะ […]
อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 อาหารโรคไตที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมอาการบวมน้ำ ความดันโลหิต และป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพเพื่อปรับเมนูให้เหมาะกับแต่ละบุคคล จำกัดโปรตีน 0.6–0.8 กรัม/กก./วัน เลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว ปลา ควบคุมโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม เมนูไทยปรับได้ตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 คืออะไร? อาหารโรคไตระยะ 3–5 คือแนวทางโภชนาการที่ออกแบบเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ลดภาระการทำงานของไต และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน โดยเน้นจำกัดโปรตีนคุณภาพดี (0.6–0.8 กรัม/กก./วัน) ลดโซเดียม (
เป็นโรคไต กินขนมปัง ได้มั้ย ? แล้วควรเลือกแบบไหนถึงจะปลอดภัย คำถามที่พบประจำในคนไข้โรคไต เพราะ ขนมปังเป็นอาหารเช้าที่หลายคนคุ้นเคย แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ไม่ใช่ทุกชนิดที่กินได้อย่างสบายใจ เพราะขนมปังบางประเภทมีโซเดียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าที่คิด ขนมปังแต่ละชนิดมีอะไรที่ต้องระวัง ชนิดขนมปัง โซเดียม (mg/1 แผ่น) ฟอสฟอรัส (mg/1 แผ่น) เหมาะสำหรับ CKD ขนมปังขาว (White bread) ~130–150 ~25–30 ดี ขนมปังโฮลวีต (Whole wheat) ~130–150 ~65–80 จำกัดใน G3b+ ขนมปังมัลติเกรน ~130–170 ~70–100 จำกัดใน G3b+ ขนมปังกรอบ/แครกเกอร์ ~100–300/ชิ้น ~20–40 ระวังโซเดียม ขนมปังขาวมีฟอสฟอรัสต่ำกว่าขนมปังโฮลวีตเพราะรำข้าวสาลีถูกนำออก ทำให้เหมาะกับผู้ป่วย CKD ที่ต้องจำกัดฟอสฟอรัสมากกว่า แม้ว่าจะมีใยอาหารน้อยกว่า สิ่งที่ต้องดูบนฉลากขนมปัง โซเดียมต่อแผ่น — เลือกที่ต่ำกว่า 150 mg […]