อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept
ในการตรวจสุขภาพประจำปี นอกเหนือจากค่าความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) หรืออัตราการกรองของเสียของไต คือหนึ่งในสารน้ำสำคัญทางห้องปฏิบัติการที่เป็นหัวใจหลักในการติดตามและประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไตในปัจจุบัน
การเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแลตัวเองและปรับเปลี่ยนโภชนาการได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่ไตจะถูกทำลายไปอย่างถาวร
- ค่า eGFR <60: ต้องเริ่มปรับโปรตีน โซเดียม และฟอสฟอรัสในอาหาร
- ค่า eGFR <30: จำกัดโพแทสเซียมอย่างเข้มงวด ปรึกษานักกำหนดอาหารทันที
- ค่า eGFR <15: เตรียมพร้อมสำหรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกเลือด/ปลูกถ่ายไต)
อัตราการกรองของไต eGFR คืออะไรและคำนวณอย่างไร?
อัตราการกรองของไต eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณอัตราที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ต่อพื้นที่ผิวกายมาตรฐาน 1.73 ตารางเมตร ค่านี้ได้จากสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ระดับครีเอตินินในเลือด ร่วมกับอายุ เพศ และบางสูตรใช้เชื้อชาติ โดยไม่ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานสะดวกในทางคลินิก (KDIGO 2024, Kidney International Supplements 14(1))
สูตรที่ใช้บ่อย: CKD-EPI และ Cockcroft-Gault
สูตร CKD-EPI 2021 (ไม่รวมตัวแปรเชื้อชาติ) เป็นมาตรฐานปัจจุบันที่องค์กร KDIGO แนะนำ เนื่องจากแม่นยำกว่าในช่วง eGFR สูง และสูตร Cockcroft-Gault นิยมใช้ปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังคงเป็น “gold standard” แต่สูตรนี้มีความคลาดเคลื่อนจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ดังนั้นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ใช้สูตร CKD-EPI เป็นหลักสำหรับผู้ใหญ่
ข้อจำกัดของ eGFR ในผู้สูงอายุและผู้มีมวลกล้ามเนื้อน้อย
ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ หรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ จะมีระดับครีเอตินินต่ำกว่าปกติตามธรรมชาติ ทำให้ค่า eGFR อาจสูงเกินจริง ในทางตรงกันข้าม นักกีฬาหรือผู้ที่บริโภคโปรตีนสูงมากอาจมีค่า eGFR ต่ำกว่าที่ควร ดังนั้นแพทย์จึงควรพิจารณาร่วมกับค่า Cystatin C หรือ albuminuria เพื่อความแม่นยำในการประเมินการทำงานของไต
การแบ่งระยะโรคไตเรื้อรัง (CKD) ตามเกณฑ์ KDIGO ล่าสุด
แนวทางเวชปฏิบัติสากล KDIGO ได้แบ่งระยะโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะใหญ่ (6 ระยะย่อย) ตามระดับค่า eGFR และความหมายทางคลินิก ดังนี้
| ระยะ (Stage) | ค่า eGFR (mL/min/1.73m²) | ความหมายทางคลินิก |
| G1 | >= 90 | ไตทำงานปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่อาจเริ่มมีหลักฐานว่าไตโดนทำลาย (เช่น พบโปรตีน/ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ) |
| G2 | 60 – 89 | ไตทำงานลดลงเล็กน้อย |
| G3a | 45 – 59 | ไตทำงานลดลงปานกลาง (ระยะเริ่มต้น) |
| G3b | 30 – 44 | ไตทำงานลดลงปานกลางถึงมาก |
| G4 | 15 – 29 | ไตทำงานลดลงมาก (เสี่ยงต่อภาวะไตวายสูง) |
| G5 | < 15 | ภาวะไตวาย (Kidney Failure) ต้องเตรียมตัวหรือรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต/เปลี่ยนไต) |
จากข้อมูลของกรมอนามัย พบว่าประชากรไทยราว 8 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะไตเรื้อรังในระยะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะ G2 และ G3 และที่น่ากลัวคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการทางร่างกายออกมาอย่างชัดเจน
อายุและมวลกล้ามเนื้อ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่า eGFR เปลี่ยนไป
การแปลผลค่า eGFR ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ ได้ แพทย์และนักกำหนดอาหารจำเป็นต้องประเมินร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นๆ เสมอ โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยนี้:
1. อายุที่มากขึ้น (Aging Kidney)
โดยธรรมชาติแล้ว ค่า eGFR จะลดลงตามอายุประมาณ 1 mL/min/1.73m² ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปีเป็นต้นไป
ตัวอย่าง: หากผู้สูงอายุวัย 75 ปี ตรวจพบค่า eGFR อยู่ที่ 55 (ซึ่งตรงกับระยะ G3a) แต่ตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบอัลบูมินรั่ว และไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ของไตเลย กรณีนี้อาจเกิดจากความเสื่อมตามวัย ไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ต้องรับการรักษาอย่างรุนแรง
2. มวลกล้ามเนื้อ
เนื่องจากค่า eGFR คำนวณมาจากสารครีอะตินีน ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างมาจากกล้ามเนื้อ
คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก (เช่น นักเพาะกาย) อาจมีค่าครีอะตินีนสูง ทำให้คำนวณ eGFR ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อลีบหรือผู้ป่วยติดเตียง อาจมีค่าครีอะตินีนต่ำ ทำให้ค่า eGFR ดูสูงเกินจริงได้
eGFR ต่ำหรือสูงแค่ไหนถึงอันตราย? เจาะลึกงานวิจัย U-Shape
หลายคนเข้าใจว่าค่า eGFR ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป
งานวิจัยขนาดใหญ่ในประชากรกว่า 500,000 ราย พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างค่า eGFR กับอัตราการเสียชีวิตมีลักษณะเป็น U-shape curve (เส้นโค้งรูปตัว U) หมายความว่า ทั้งกลุ่มที่ค่า eGFR ต่ำเกินไป และ สูงเกินไป ต่างมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่าปกติ (75 – 105 mL/min/1.73m²)
eGFR ต่ำกว่า 60: ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามการทำงานของไตที่ลดลง
eGFR สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 105 – 135 ขึ้นไป): มักพบในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรก ซึ่งเกิดภาวะที่เรียกว่า Hyperfiltration (ไตกรองหนักเกินไป) มันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไตกำลังทำงานหนักเกินกำลัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือควบคุมอาหารโปรตีนและโซเดียม ไตจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วในอนาคต
สารอาหารสำคัญในอาหารไทยที่ผู้ป่วย eGFR ต่ำต้องรู้
ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในเมนูไทยที่พบบ่อยต่อหน่วยบริโภค (ที่มา: INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล / USDA FoodData Central 2023)| เมนู | ขนาดบริโภค (ก.) | โซเดียม (มก.) | โพแทสเซียม (มก.) | ฟอสฟอรัส (มก.) | โปรตีน (ก.) |
|---|
| ข้าวต้มไก่ (ไม่ใส่ซีอิ้ว) | 300 | 320 | 210 | 130 | 14 |
| แกงจืดเต้าหู้หมูสับ | 250 | 580 | 290 | 150 | 12 |
| ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย | 150 | 620 | 380 | 55 | 4 |
| ปลานึ่งมะนาว | 120 | 490 | 320 | 210 | 22 |
| ไข่ต้ม (1 ฟอง) | 50 | 65 | 65 | 95 | 6 |
eGFR กับโภชนาการผู้ป่วยโรคไตแต่ละระยะ
G1-G2: eGFR 60-89 ขึ้นไป
ระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี เป้าหมายหลักคือ “ชะลอไม่ให้เสื่อมเร็ว”
- โปรตีนแนะนำที่ 0.8 g/kg/วัน ตามค่า Thai DRI (กรมอนามัย 2563)
- โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำปลา และซอสปรุงรส
- ยังไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด แต่ควรติดตามค่าเลือดทุก 6-12 เดือน
G3a-G3b: eGFR 30-59
ระยะนี้ต้องปรับโภชนาการอย่างจริงจัง
- โปรตีนลดเหลือ 0.6-0.8 g/kg/วัน หากมี albuminuria ร่วมด้วย (KDIGO 2024)
- ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800-1,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงนม ชีส และเครื่องดื่มโซดาที่มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์
- โพแทสเซียมเริ่มต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีค่าเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L
- พลังงานที่ได้รับต่อวันต้องเพียงพอที่ 30-35 kcal/kg/วัน เพื่อป้องกัน protein-energy wasting
G4-G5 และผู้ที่ฟอกเลือด: eGFR ต่ำกว่า 30
ระยะนี้ต้องจำกัดอาหารอย่างเข้มงวด
- โปรตีนลดเหลือ 0.6 g/kg/วันสำหรับผู้ยังไม่ฟอกเลือด แต่หากฟอกเลือดแล้วให้เพิ่มเป็น 1.2 g/kg/วัน
- ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
- โพแทสเซียมอย่างเข้มงวดที่ 2,000-3,000 มก./วัน
- ต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์กำหนด
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี น้ำหนัก 65 กก. มีค่า eGFR 22 รับประทานข้าวต้มไก่ไม่ใส่ซีอิ้ว (โซเดียม 320 มก.) + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แกงจืดเต้าหู้ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่ม รวมโปรตีน ~32 ก./วัน (0.49 g/kg) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย หลังปรับเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร 3 เดือน พบว่าค่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 ต้องหลีกเลี่ยงสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น กระวาน ชะเอม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากมีรายงานพิษต่อไตในผู้ป่วย CKD ระยะท้าย (WHO Drug Information 2023) อ่านเพิ่มเติมที่ สมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับผู้ป่วยโรคไต
วิธีเลือกและปรุงอาหารให้ปลอดภัยเมื่อ eGFR ต่ำ
- ลดโซเดียม: ใช้มะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนน้ำปลาและซอสปรุงรส เพื่อให้ได้รส ดูเพิ่มที่ สมุนไพรทดแทนเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ลดโพแทสเซียมในผัก: ต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วทิ้งน้ำ (leaching) ลดโพแทสเซียมได้ 30-50% ตามข้อมูล USDA FoodData Central 2023
- เลือกโปรตีนคุณภาพดี: ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และเต้าหู้แข็ง มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม ดูตัวอย่างเมนูเพิ่มเติมที่ 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ระวังอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: ฟอสฟอรัสสังเคราะห์ (phosphate additives) ดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้ 40-60% ดูอาหารสำเร็จรูปที่ปลอดภัยได้ที่ อาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ระวังผักดิบโพแทสเซียมสูง: มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักโขม ควรผ่านความร้อนและทิ้งน้ำก่อนรับประทานเสมอ อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยโรคไตกับผักดิบ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ห้ามปรับอาหารเองโดยไม่มีนักกำหนดอาหารดูแล เพราะความผิดพลาดทางโภชนาการอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมสูงจนหัวใจหยุดเต้นได้ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
ตัวอย่างเมนูประจำวันแยกตามระยะ eGFR (3 วัน)
ตัวอย่างแผนมื้ออาหารสำหรับผู้มี eGFR ต่างระยะ (ปริมาณสำหรับน้ำหนัก 60 กก.) — ที่มา: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อ้างอิง INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล| ระยะ eGFR | มื้อเช้า | มื้อกลางวัน | มื้อเย็น | โปรตีนรวม (ก./วัน) |
|---|
| G2 (eGFR 60-89) | ข้าวต้มไก่ 300 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟอง | ข้าวสวย 180 ก. + ปลานึ่งมะนาว 120 ก. + ผักต้ม | ข้าวสวย 180 ก. + แกงจืดเต้าหู้ + ผัดผักบุ้ง (ผ่านน้ำร้อน) | ~48 (0.8 g/kg) |
| G3b (eGFR 30-44) | โจ๊กข้าวไม่ใส่เครื่องใน + ไข่ขาว 2 ฟอง | ข้าวสวย 150 ก. + ปลาเนื้อขาวนึ่ง 80 ก. + ผักต้มทิ้งน้ำ | ข้าวสวย 150 ก. + แกงจืดเต้าหู้แข็ง (ไม่ใส่น้ำปลา) + แตงกวา | ~36 (0.6 g/kg) |
| G4-G5 (eGFR <30) | ข้าวต้มใส 200 ก. + ไข่ขาว 2 ฟอง (ไม่ใส่เกลือ) | ข้าวสวย 150 ก. + ปลาทับทิมนึ่ง 60 ก. + ผักต้มสุก (ทิ้งน้ำ) | ข้าวสวย 150 ก. + เต้าหู้แข็งผัด + แตงกวาดิบล้างสะอาด | ~36 (0.6 g/kg) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องอัตราการกรองของไต eGFR
- eGFR คืออะไรและวัดอย่างไร?
- eGFR คือค่าประมาณอัตราการกรองเลือดของไต หน่วย mL/min/1.73m² วัดจากระดับครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยใช้สูตร CKD-EPI 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานตาม KDIGO 2024 ไม่ต้องอดน้ำหรือเก็บปัสสาวะ เพียงเจาะเลือดตรวจปกติก็ทราบค่าได้
- ค่า eGFR ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
- ค่า eGFR ปกติในผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรอยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป อย่างไรก็ตามค่านี้ลดลงตามอายุประมาณ 1 หน่วยต่อปี ดังนั้น ผู้สูงอายุ 70 ปีที่มีค่า 65-70 อาจยังถือว่าปกติหากไม่มี albuminuria หรือ kidney damage ร่วมด้วย
- eGFR ต่ำเท่าไหร่ถือว่าอันตราย?
- eGFR ต่ำกว่า 60 ติดต่อกันนาน 3 เดือน บ่งชี้ CKD ที่ต้องรักษา ต่ำกว่า 30 ถือว่าอันตรายและต้องปรึกษาแพทย์โรคไต ต่ำกว่า 15 คือภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเตรียมการบำบัดทดแทนไต (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
- eGFR กับความเสี่ยงการตายสัมพันธ์อย่างไร?
- งานวิจัย PMID 41931339 (2568) พบรูปแบบ U-shape: ทั้งกลุ่ม eGFR ต่ำกว่า 60 และกลุ่ม eGFR สูงเกินปกติ (อาจบ่งชี้ hyperfiltration) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตและโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่มีค่าอยู่ในช่วง 75-105 ดังนั้น การมี eGFR สูงมากในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรละเลย
- ผู้ป่วย CKD ควรกินอาหารแบบไหนเมื่อ eGFR ต่ำ?
- ควรปรับโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6-0.8 g/kg/วันตามระยะ จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน ลดฟอสฟอรัสโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มโซดา และระวังโพแทสเซียมสูงในระยะ G4-G5 เมนูแนะนำคือข้าวต้มไก่ ปลานึ่งมะนาว และเต้าหู้แข็งแทนเนื้อแดง
- ควรพบแพทย์เมื่อไรถ้า eGFR ลดลง?
- ควรพบแพทย์ทันทีหาก eGFR ลดลงมากกว่า 5 หน่วยใน 1 ปี หรือลดลงเกิน 25% จากค่าเดิม หรือมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้บ่งชี้การเสื่อมของไตเร็วกว่าปกติ
- กินโปรตีนเท่าไหร่เมื่อ eGFR ต่ำและยังไม่ฟอกเลือด?
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024 แนะนำโปรตีน 0.6-0.8 g/kg/วัน สำหรับผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 และยังไม่ได้รับการฟอกเลือด ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาวและปลาเนื้อขาว โดยไม่ควรลดโปรตีนต่ำเกินกว่า 0.6 g/kg เพราะเสี่ยงต่อ protein-energy wasting
- eGFR เปลี่ยนแปลงได้ชั่วคราวหรือไม่?
- ได้ ค่า eGFR อาจลดลงชั่วคราวได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ การใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบ การกินโปรตีนสูงมากก่อนเจาะเลือด หรือการออกกำลังกายหนักมาก ดังนั้นการวินิจฉัย CKD ต้องอาศัยค่าต่ำกว่า 60 ติดต่อกัน 3 เดือน ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว
สรุปและขั้นตอนถัดไปสำหรับผู้ที่มีอัตราการกรองของไต eGFR ต่ำ
อัตราการกรองของไต eGFR ต่ำขนาดไหนถึงเสี่ยงอันตราย?
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept
หากคุณเพิ่งไปตรวจสุขภาพมา แล้วพบค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) ในใบรายงานผลแล็บ แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเลขเหล่านั้นบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพไตของคุณ
- eGFR <60: ต้องเริ่มปรับโปรตีน โซเดียม และฟอสฟอรัสในอาหาร
- eGFR <30: จำกัดโพแทสเซียมอย่างเข้มงวด ปรึกษานักกำหนดอาหารทันที
- eGFR <15: เตรียมพร้อมสำหรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกเลือด/ปลูกถ่ายไต)
อัตราการกรองของไต eGFR คืออะไรและคำนวณอย่างไร?
อัตราการกรองของไต eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณอัตราที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ต่อพื้นที่ผิวกายมาตรฐาน 1.73 ตารางเมตร ค่านี้ได้จากสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ระดับครีเอตินินในเลือด ร่วมกับอายุ เพศ และบางสูตรใช้เชื้อชาติ โดยไม่ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานสะดวกในทางคลินิก (KDIGO 2024, Kidney International Supplements 14(1))
สูตรที่ใช้บ่อย: CKD-EPI และ Cockcroft-Gault
สูตร CKD-EPI 2021 (ไม่รวมตัวแปรเชื้อชาติ) เป็นมาตรฐานปัจจุบันที่องค์กร KDIGO แนะนำ เนื่องจากแม่นยำกว่าในช่วง eGFR สูง และสูตร Cockcroft-Gault นิยมใช้ปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังคงเป็น “gold standard” แต่สูตรนี้มีความคลาดเคลื่อนจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ดังนั้นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ใช้สูตร CKD-EPI เป็นหลักสำหรับผู้ใหญ่
ข้อจำกัดของ eGFR ในผู้สูงอายุและผู้มีมวลกล้ามเนื้อน้อย
ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ หรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ จะมีระดับครีเอตินินต่ำกว่าปกติตามธรรมชาติ ทำให้ค่า eGFR อาจสูงเกินจริง ในทางตรงกันข้าม นักกีฬาหรือผู้ที่บริโภคโปรตีนสูงมากอาจมีค่า eGFR ต่ำกว่าที่ควร ดังนั้นแพทย์จึงควรพิจารณาร่วมกับค่า Cystatin C หรือ albuminuria เพื่อความแม่นยำ
การแบ่งระยะโรคไตเรื้อรัง (CKD) ตามเกณฑ์ KDIGO ล่าสุด
แนวทางเวชปฏิบัติสากล KDIGO ได้แบ่งระยะโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะใหญ่ (6 ระยะย่อย) ตามระดับค่า eGFR และความหมายทางคลินิก ดังนี้ครับ
| ระยะ (Stage) | ค่า eGFR (mL/min/1.73m²) | ความหมายทางคลินิก |
| G1 | >= 90 | ไตทำงานปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่อาจเริ่มมีหลักฐานว่าไตโดนทำลาย (เช่น พบโปรตีน/ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ) |
| G2 | 60 – 89 | ไตทำงานลดลงเล็กน้อย |
| G3a | 45 – 59 | ไตทำงานลดลงปานกลาง (ระยะเริ่มต้น) |
| G3b | 30 – 44 | ไตทำงานลดลงปานกลางถึงมาก |
| G4 | 15 – 29 | ไตทำงานลดลงมาก (เสี่ยงต่อภาวะไตวายสูง) |
| G5 | < 15 | ภาวะไตวาย (Kidney Failure) ต้องเตรียมตัวหรือรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต/เปลี่ยนไต) |
จากข้อมูลของกรมอนามัย พบว่าประชากรไทยราว 8 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะไตเรื้อรังในระยะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะ G2 และ G3 และที่น่ากลัวคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการทางร่างกายออกมาอย่างชัดเจน
อายุและมวลกล้ามเนื้อ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่า eGFR เปลี่ยนไป
การแปลผลค่า eGFR ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ ได้ แพทย์และนักกำหนดอาหารจำเป็นต้องประเมินร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นๆ เสมอ โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยนี้:
1. อายุที่มากขึ้น (Aging Kidney)
โดยธรรมชาติแล้ว ค่า eGFR จะลดลงตามอายุประมาณ 1 mL/min/1.73m² ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปีเป็นต้นไป
ตัวอย่าง: หากผู้สูงอายุวัย 75 ปี ตรวจพบค่า eGFR อยู่ที่ 55 (ซึ่งตรงกับระยะ G3a) แต่ตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบไข่ขาวรั่ว และไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ของไตเลย กรณีนี้อาจเกิดจากความเสื่อมตามวัยตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ต้องรับการรักษาอย่างรุนแรง
2. มวลกล้ามเนื้อ
เนื่องจากค่า eGFR คำนวณมาจากสารครีอะตินีน ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างมาจากกล้ามเนื้อ
คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก (เช่น นักเพาะกาย) อาจมีค่าครีอะตินีนสูง ทำให้คำนวณ eGFR ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อลีบหรือผู้ป่วยติดเตียง อาจมีค่าครีอะตินีนต่ำ ทำให้ค่า eGFR ดูสูงเกินจริงได้
eGFR ต่ำหรือสูงแค่ไหนถึงอันตราย? เจาะลึกงานวิจัย U-Shape
หลายคนเข้าใจว่าค่า eGFR ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป!
งานวิจัยขนาดใหญ่ในประชากรกว่า 500,000 ราย พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างค่า eGFR กับอัตราการเสียชีวิตมีลักษณะเป็น U-shape curve (เส้นโค้งรูปตัว U) หมายความว่า ทั้งกลุ่มที่ค่า eGFR ต่ำเกินไป และ สูงเกินไป ต่างมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่าปกติ (75 – 105 mL/min/1.73m²)
eGFR ต่ำกว่า 60: ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามการทำงานของไตที่ลดลง (ตามคาด)
eGFR สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 105 – 135 ขึ้นไป): มักพบในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรก ซึ่งเกิดภาวะที่เรียกว่า Hyperfiltration (ไตกรองหนักเกินไป) มันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไตกำลังทำงานหนักเกินกำลัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือควบคุมอาหารโปรตีนและโซเดียม ไตจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วในอนาคต
สารอาหารสำคัญในอาหารไทยที่ผู้ป่วย eGFR ต่ำต้องรู้
ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในเมนูไทยที่พบบ่อยต่อหน่วยบริโภค (ที่มา: INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล / USDA FoodData Central 2023)| เมนู | ขนาดบริโภค (ก.) | โซเดียม (มก.) | โพแทสเซียม (มก.) | ฟอสฟอรัส (มก.) | โปรตีน (ก.) |
|---|
| ข้าวต้มไก่ (ไม่ใส่ซีอิ้ว) | 300 | 320 | 210 | 130 | 14 |
| แกงจืดเต้าหู้หมูสับ | 250 | 580 | 290 | 150 | 12 |
| ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย | 150 | 620 | 380 | 55 | 4 |
| ปลานึ่งมะนาว | 120 | 490 | 320 | 210 | 22 |
| ไข่ต้ม (1 ฟอง) | 50 | 65 | 65 | 95 | 6 |
eGFR กับโภชนาการผู้ป่วยโรคไตแต่ละระยะ
G1-G2: eGFR 60-89 ขึ้นไป
ระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี เป้าหมายหลักคือ “ชะลอไม่ให้เสื่อมเร็ว”
- โปรตีนแนะนำที่ 0.8 g/kg/วัน ตามค่า Thai DRI (กรมอนามัย 2563)
- โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำปลา และซอสปรุงรส
- ยังไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด แต่ควรติดตามค่าเลือดทุก 6-12 เดือน
G3a-G3b: eGFR 30-59
ระยะนี้ต้องปรับโภชนาการอย่างจริงจัง
- โปรตีนลดเหลือ 0.6-0.8 g/kg/วัน หากมี albuminuria ร่วมด้วย (KDIGO 2024)
- ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800-1,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงนม ชีส และเครื่องดื่มโซดาที่มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์
- โพแทสเซียมเริ่มต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีค่าเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L
- พลังงานที่ได้รับต่อวันต้องเพียงพอที่ 30-35 kcal/kg/วัน เพื่อป้องกัน protein-energy wasting
G4-G5 และผู้ที่ฟอกเลือด: eGFR ต่ำกว่า 30
ระยะนี้ต้องจำกัดเข้มงวด
- โพแทสเซียมอย่างเข้มงวดที่ 2,000-3,000 มก./วัน
- โปรตีนลดเหลือ 0.6 g/kg/วันสำหรับผู้ยังไม่ฟอกเลือด แต่หากฟอกเลือดแล้วให้เพิ่มเป็น 1.2 g/kg/วัน
- ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
- ต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์กำหนด
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี น้ำหนัก 65 กก. มีค่า eGFR 22 รับประทานข้าวต้มไก่ไม่ใส่ซีอิ้ว (โซเดียม 320 มก.) + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แกงจืดเต้าหู้ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่ม รวมโปรตีน ~32 ก./วัน (0.49 g/kg) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย หลังปรับเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร 3 เดือน พบว่าค่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 ต้องหลีกเลี่ยงสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น กระวาน ชะเอม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากมีรายงานพิษต่อไตในผู้ป่วย CKD ระยะท้าย (WHO Drug Information 2023) อ่านเพิ่มเติมที่ สมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับผู้ป่วยโรคไต
วิธีเลือกและปรุงอาหารให้ปลอดภัยเมื่อ eGFR ต่ำ
- ลดโซเดียม: ใช้มะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนน้ำปลาและซอสปรุงรส เพื่อให้ได้รส ดูเพิ่มที่ สมุนไพรทดแทนเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ลดโพแทสเซียมในผัก: ต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วทิ้งน้ำ (leaching) ลดโพแทสเซียมได้ 30-50% ตามข้อมูล USDA FoodData Central 2023
- เลือกโปรตีนคุณภาพดี: ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และเต้าหู้แข็ง มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม ดูตัวอย่างเมนูเพิ่มเติมที่ 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ระวังอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: ฟอสฟอรัสสังเคราะห์ (phosphate additives) ดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้ 40-60% ดูอาหารสำเร็จรูปที่ปลอดภัยได้ที่ อาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ระวังผักดิบโพแทสเซียมสูง: มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักโขม ควรผ่านความร้อนและทิ้งน้ำก่อนรับประทานเสมอ อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยโรคไตกับผักดิบ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ห้ามปรับอาหารเองโดยไม่มีนักกำหนดอาหารดูแล เพราะความผิดพลาดทางโภชนาการอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมสูงจนหัวใจหยุดเต้นได้ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
ตัวอย่างเมนูประจำวันแยกตามระยะ eGFR (3 วัน)
ตัวอย่างแผนมื้ออาหารสำหรับผู้มี eGFR ต่างระยะ (ปริมาณสำหรับน้ำหนัก 60 กก.) — ที่มา: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อ้างอิง INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล| ระยะ eGFR | มื้อเช้า | มื้อกลางวัน | มื้อเย็น | โปรตีนรวม (ก./วัน) |
|---|
| G2 (eGFR 60-89) | ข้าวต้มไก่ 300 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟอง | ข้าวสวย 180 ก. + ปลานึ่งมะนาว 120 ก. + ผักต้ม | ข้าวสวย 180 ก. + แกงจืดเต้าหู้ + ผัดผักบุ้ง (ผ่านน้ำร้อน) | ~48 (0.8 g/kg) |
| G3b (eGFR 30-44) | โจ๊กข้าวไม่ใส่เครื่องใน + ไข่ขาว 2 ฟอง | ข้าวสวย 150 ก. + ปลาเนื้อขาวนึ่ง 80 ก. + ผักต้มทิ้งน้ำ | ข้าวสวย 150 ก. + แกงจืดเต้าหู้แข็ง (ไม่ใส่น้ำปลา) + แตงกวา | ~36 (0.6 g/kg) |
| G4-G5 (eGFR <30) | ข้าวต้มใส 200 ก. + ไข่ขาว 2 ฟอง (ไม่ใส่เกลือ) | ข้าวสวย 150 ก. + ปลาทับทิมนึ่ง 60 ก. + ผักต้มสุก (ทิ้งน้ำ) | ข้าวสวย 150 ก. + เต้าหู้แข็งผัด + แตงกวาดิบล้างสะอาด | ~36 (0.6 g/kg) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องอัตราการกรองของไต eGFR
- eGFR คืออะไรและวัดอย่างไร?
- eGFR คือค่าประมาณอัตราการกรองเลือดของไต หน่วย mL/min/1.73m² วัดจากระดับครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยใช้สูตร CKD-EPI 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานตาม KDIGO 2024 ไม่ต้องอดน้ำหรือเก็บปัสสาวะ เพียงเจาะเลือดตรวจปกติก็ทราบค่าได้
- ค่า eGFR ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
- ค่า eGFR ปกติในผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรอยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป อย่างไรก็ตามค่านี้ลดลงตามอายุประมาณ 1 หน่วยต่อปี ดังนั้น ผู้สูงอายุ 70 ปีที่มีค่า 65-70 อาจยังถือว่าปกติหากไม่มี albuminuria หรือ kidney damage ร่วมด้วย
- eGFR ต่ำเท่าไหร่ถือว่าอันตราย?
- eGFR ต่ำกว่า 60 ติดต่อกันนาน 3 เดือน บ่งชี้ CKD ที่ต้องรักษา ต่ำกว่า 30 ถือว่าอันตรายและต้องปรึกษาแพทย์โรคไต ต่ำกว่า 15 คือภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเตรียมการบำบัดทดแทนไต (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
- eGFR กับความเสี่ยงการตายสัมพันธ์อย่างไร?
- งานวิจัย PMID 41931339 (2568) พบรูปแบบ U-shape: ทั้งกลุ่ม eGFR ต่ำกว่า 60 และกลุ่ม eGFR สูงเกินปกติ (อาจบ่งชี้ hyperfiltration) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตและโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่มีค่าอยู่ในช่วง 75-105 ดังนั้น การมี eGFR สูงมากในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรละเลย
- ผู้ป่วย CKD ควรกินอาหารแบบไหนเมื่อ eGFR ต่ำ?
- ควรปรับโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6-0.8 g/kg/วันตามระยะ จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน ลดฟอสฟอรัสโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มโซดา และระวังโพแทสเซียมสูงในระยะ G4-G5 เมนูแนะนำคือข้าวต้มไก่ ปลานึ่งมะนาว และเต้าหู้แข็งแทนเนื้อแดง
- ควรพบแพทย์เมื่อไรถ้า eGFR ลดลง?
- ควรพบแพทย์ทันทีหาก eGFR ลดลงมากกว่า 5 หน่วยใน 1 ปี หรือลดลงเกิน 25% จากค่าเดิม หรือมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้บ่งชี้การเสื่อมของไตเร็วกว่าปกติ
- กินโปรตีนเท่าไหร่เมื่อ eGFR ต่ำและยังไม่ฟอกเลือด?
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024 แนะนำโปรตีน 0.6-0.8 g/kg/วัน สำหรับผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 และยังไม่ได้รับการฟอกเลือด ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาวและปลาเนื้อขาว โดยไม่ควรลดโปรตีนต่ำเกินกว่า 0.6 g/kg เพราะเสี่ยงต่อ protein-energy wasting
- eGFR เปลี่ยนแปลงได้ชั่วคราวหรือไม่?
- ได้ ค่า eGFR อาจลดลงชั่วคราวได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ การใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบ การกินโปรตีนสูงมากก่อนเจาะเลือด หรือการออกกำลังกายหนักมาก ดังนั้นการวินิจฉัย CKD ต้องอาศัยค่าต่ำกว่า 60 ติดต่อกัน 3 เดือน ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว
สรุปและขั้นตอนถัดไปสำหรับผู้ที่มีอัตราการกรองของไต eGFR ต่ำ
ทดลองใช้ แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหาร คำนวณสารอาหารเฉพาะผู้ป่วยโรคไต และปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพจาก Eatwellconcept ได้เลยวันนี้
เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามแนวทาง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตทุกรายควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา
อ้างอิง
- Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1-117. https://doi.org/10.1016/j.kint.2023.10.018
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2566. กรมอนามัย.
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4. สืบค้นจาก https://www.inmu.mahidol.ac.th/inmucal/
- USDA Agricultural Research Service. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov/
- Leem, A. Y., et al. (2025). U-shaped association between estimated glomerular filtration rate and all-cause mortality: a large-scale cohort study. PMID 41931339. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41931339/
อัตราการกรองของไต eGFR ต่ำขนาดไหนถึงเสี่ยงอันตราย?
อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept
หากคุณเพิ่งไปตรวจสุขภาพมา แล้วพบค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) ในใบรายงานผลแล็บ แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเลขเหล่านั้นบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพไตของคุณ
- eGFR <60: ต้องเริ่มปรับโปรตีน โซเดียม และฟอสฟอรัสในอาหาร
- eGFR <30: จำกัดโพแทสเซียมอย่างเข้มงวด ปรึกษานักกำหนดอาหารทันที
- eGFR <15: เตรียมพร้อมสำหรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกเลือด/ปลูกถ่ายไต)
อัตราการกรองของไต eGFR คืออะไรและคำนวณอย่างไร?
อัตราการกรองของไต eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณอัตราที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ต่อพื้นที่ผิวกายมาตรฐาน 1.73 ตารางเมตร ค่านี้ได้จากสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ระดับครีเอตินินในเลือด ร่วมกับอายุ เพศ และบางสูตรใช้เชื้อชาติ โดยไม่ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานสะดวกในทางคลินิก (KDIGO 2024, Kidney International Supplements 14(1))
สูตรที่ใช้บ่อย: CKD-EPI และ Cockcroft-Gault
สูตร CKD-EPI 2021 (ไม่รวมตัวแปรเชื้อชาติ) เป็นมาตรฐานปัจจุบันที่องค์กร KDIGO แนะนำ เนื่องจากแม่นยำกว่าในช่วง eGFR สูง และสูตร Cockcroft-Gault นิยมใช้ปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังคงเป็น “gold standard” แต่สูตรนี้มีความคลาดเคลื่อนจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ดังนั้นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ใช้สูตร CKD-EPI เป็นหลักสำหรับผู้ใหญ่
ข้อจำกัดของ eGFR ในผู้สูงอายุและผู้มีมวลกล้ามเนื้อน้อย
ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ หรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ จะมีระดับครีเอตินินต่ำกว่าปกติตามธรรมชาติ ทำให้ค่า eGFR อาจสูงเกินจริง ในทางตรงกันข้าม นักกีฬาหรือผู้ที่บริโภคโปรตีนสูงมากอาจมีค่า eGFR ต่ำกว่าที่ควร ดังนั้นแพทย์จึงควรพิจารณาร่วมกับค่า Cystatin C หรือ albuminuria เพื่อความแม่นยำ
การแบ่งระยะโรคไตเรื้อรัง (CKD) ตามเกณฑ์ KDIGO ล่าสุด
แนวทางเวชปฏิบัติสากล KDIGO ได้แบ่งระยะโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะใหญ่ (6 ระยะย่อย) ตามระดับค่า eGFR และความหมายทางคลินิก ดังนี้ครับ
| ระยะ (Stage) | ค่า eGFR (mL/min/1.73m²) | ความหมายทางคลินิก |
| G1 | $\ge$ 90 | ไตทำงานปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่อาจเริ่มมีหลักฐานว่าไตโดนทำลาย (เช่น พบโปรตีน/ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ) |
| G2 | 60 – 89 | ไตทำงานลดลงเล็กน้อย |
| G3a | 45 – 59 | ไตทำงานลดลงปานกลาง (ระยะเริ่มต้น) |
| G3b | 30 – 44 | ไตทำงานลดลงปานกลางถึงมาก |
| G4 | 15 – 29 | ไตทำงานลดลงมาก (เสี่ยงต่อภาวะไตวายสูง) |
| G5 | < 15 | ภาวะไตวาย (Kidney Failure) ต้องเตรียมตัวหรือรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต/เปลี่ยนไต) |
จากข้อมูลของกรมอนามัย พบว่าประชากรไทยราว 8 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะไตเรื้อรังในระยะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะ G2 และ G3 และที่น่ากลัวคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการทางร่างกายออกมาอย่างชัดเจน
อายุและมวลกล้ามเนื้อ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่า eGFR เปลี่ยนไป
การแปลผลค่า eGFR ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ ได้ แพทย์และนักกำหนดอาหารจำเป็นต้องประเมินร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นๆ เสมอ โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยนี้:
1. อายุที่มากขึ้น (Aging Kidney)
โดยธรรมชาติแล้ว ค่า eGFR จะลดลงตามอายุประมาณ 1 mL/min/1.73m² ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปีเป็นต้นไป
ตัวอย่าง: หากผู้สูงอายุวัย 75 ปี ตรวจพบค่า eGFR อยู่ที่ 55 (ซึ่งตรงกับระยะ G3a) แต่ตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบไข่ขาวรั่ว และไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ของไตเลย กรณีนี้อาจเกิดจากความเสื่อมตามวัยตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ต้องรับการรักษาอย่างรุนแรง
2. มวลกล้ามเนื้อ
เนื่องจากค่า eGFR คำนวณมาจากสารครีอะตินีน ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างมาจากกล้ามเนื้อ
คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก (เช่น นักเพาะกาย) อาจมีค่าครีอะตินีนสูง ทำให้คำนวณ eGFR ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อลีบหรือผู้ป่วยติดเตียง อาจมีค่าครีอะตินีนต่ำ ทำให้ค่า eGFR ดูสูงเกินจริงได้
eGFR ต่ำหรือสูงแค่ไหนถึงอันตราย? เจาะลึกงานวิจัย U-Shape
หลายคนเข้าใจว่าค่า eGFR ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป!
งานวิจัยขนาดใหญ่ในประชากรกว่า 500,000 ราย พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างค่า eGFR กับอัตราการเสียชีวิตมีลักษณะเป็น U-shape curve (เส้นโค้งรูปตัว U) หมายความว่า ทั้งกลุ่มที่ค่า eGFR ต่ำเกินไป และ สูงเกินไป ต่างมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่าปกติ (75 – 105 mL/min/1.73m²)
eGFR ต่ำกว่า 60: ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามการทำงานของไตที่ลดลง (ตามคาด)
eGFR สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 105 – 135 ขึ้นไป): มักพบในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรก ซึ่งเกิดภาวะที่เรียกว่า Hyperfiltration (ไตกรองหนักเกินไป) มันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไตกำลังทำงานหนักเกินกำลัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือควบคุมอาหารโปรตีนและโซเดียม ไตจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วในอนาคต
สารอาหารสำคัญในอาหารไทยที่ผู้ป่วย eGFR ต่ำต้องรู้
ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในเมนูไทยที่พบบ่อยต่อหน่วยบริโภค (ที่มา: INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล / USDA FoodData Central 2023)| เมนู | ขนาดบริโภค (ก.) | โซเดียม (มก.) | โพแทสเซียม (มก.) | ฟอสฟอรัส (มก.) | โปรตีน (ก.) |
|---|
| ข้าวต้มไก่ (ไม่ใส่ซีอิ้ว) | 300 | 320 | 210 | 130 | 14 |
| แกงจืดเต้าหู้หมูสับ | 250 | 580 | 290 | 150 | 12 |
| ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย | 150 | 620 | 380 | 55 | 4 |
| ปลานึ่งมะนาว | 120 | 490 | 320 | 210 | 22 |
| ไข่ต้ม (1 ฟอง) | 50 | 65 | 65 | 95 | 6 |
eGFR กับโภชนาการผู้ป่วยโรคไตแต่ละระยะ
G1-G2: eGFR 60-89 ขึ้นไป
ระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี เป้าหมายหลักคือ “ชะลอไม่ให้เสื่อมเร็ว”
- โปรตีนแนะนำที่ 0.8 g/kg/วัน ตามค่า Thai DRI (กรมอนามัย 2563)
- โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำปลา และซอสปรุงรส
- ยังไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด แต่ควรติดตามค่าเลือดทุก 6-12 เดือน
G3a-G3b: eGFR 30-59
ระยะนี้ต้องปรับโภชนาการอย่างจริงจัง
- โปรตีนลดเหลือ 0.6-0.8 g/kg/วัน หากมี albuminuria ร่วมด้วย (KDIGO 2024)
- ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800-1,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงนม ชีส และเครื่องดื่มโซดาที่มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์
- โพแทสเซียมเริ่มต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีค่าเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L
- พลังงานที่ได้รับต่อวันต้องเพียงพอที่ 30-35 kcal/kg/วัน เพื่อป้องกัน protein-energy wasting
G4-G5 และผู้ที่ฟอกเลือด: eGFR ต่ำกว่า 30
ระยะนี้ต้องจำกัดเข้มงวด
- โพแทสเซียมอย่างเข้มงวดที่ 2,000-3,000 มก./วัน
- โปรตีนลดเหลือ 0.6 g/kg/วันสำหรับผู้ยังไม่ฟอกเลือด แต่หากฟอกเลือดแล้วให้เพิ่มเป็น 1.2 g/kg/วัน
- ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
- ต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์กำหนด
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี น้ำหนัก 65 กก. มีค่า eGFR 22 รับประทานข้าวต้มไก่ไม่ใส่ซีอิ้ว (โซเดียม 320 มก.) + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แกงจืดเต้าหู้ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่ม รวมโปรตีน ~32 ก./วัน (0.49 g/kg) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย หลังปรับเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร 3 เดือน พบว่าค่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 ต้องหลีกเลี่ยงสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น กระวาน ชะเอม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากมีรายงานพิษต่อไตในผู้ป่วย CKD ระยะท้าย (WHO Drug Information 2023) อ่านเพิ่มเติมที่ สมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับผู้ป่วยโรคไต
วิธีเลือกและปรุงอาหารให้ปลอดภัยเมื่อ eGFR ต่ำ
- ลดโซเดียม: ใช้มะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนน้ำปลาและซอสปรุงรส เพื่อให้ได้รส ดูเพิ่มที่ สมุนไพรทดแทนเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ลดโพแทสเซียมในผัก: ต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วทิ้งน้ำ (leaching) ลดโพแทสเซียมได้ 30-50% ตามข้อมูล USDA FoodData Central 2023
- เลือกโปรตีนคุณภาพดี: ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และเต้าหู้แข็ง มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม ดูตัวอย่างเมนูเพิ่มเติมที่ 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ระวังอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: ฟอสฟอรัสสังเคราะห์ (phosphate additives) ดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้ 40-60% ดูอาหารสำเร็จรูปที่ปลอดภัยได้ที่ อาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- ระวังผักดิบโพแทสเซียมสูง: มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักโขม ควรผ่านความร้อนและทิ้งน้ำก่อนรับประทานเสมอ อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยโรคไตกับผักดิบ
ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ห้ามปรับอาหารเองโดยไม่มีนักกำหนดอาหารดูแล เพราะความผิดพลาดทางโภชนาการอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมสูงจนหัวใจหยุดเต้นได้ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
ตัวอย่างเมนูประจำวันแยกตามระยะ eGFR (3 วัน)
ตัวอย่างแผนมื้ออาหารสำหรับผู้มี eGFR ต่างระยะ (ปริมาณสำหรับน้ำหนัก 60 กก.) — ที่มา: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อ้างอิง INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล| ระยะ eGFR | มื้อเช้า | มื้อกลางวัน | มื้อเย็น | โปรตีนรวม (ก./วัน) |
|---|
| G2 (eGFR 60-89) | ข้าวต้มไก่ 300 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟอง | ข้าวสวย 180 ก. + ปลานึ่งมะนาว 120 ก. + ผักต้ม | ข้าวสวย 180 ก. + แกงจืดเต้าหู้ + ผัดผักบุ้ง (ผ่านน้ำร้อน) | ~48 (0.8 g/kg) |
| G3b (eGFR 30-44) | โจ๊กข้าวไม่ใส่เครื่องใน + ไข่ขาว 2 ฟอง | ข้าวสวย 150 ก. + ปลาเนื้อขาวนึ่ง 80 ก. + ผักต้มทิ้งน้ำ | ข้าวสวย 150 ก. + แกงจืดเต้าหู้แข็ง (ไม่ใส่น้ำปลา) + แตงกวา | ~36 (0.6 g/kg) |
| G4-G5 (eGFR <30) | ข้าวต้มใส 200 ก. + ไข่ขาว 2 ฟอง (ไม่ใส่เกลือ) | ข้าวสวย 150 ก. + ปลาทับทิมนึ่ง 60 ก. + ผักต้มสุก (ทิ้งน้ำ) | ข้าวสวย 150 ก. + เต้าหู้แข็งผัด + แตงกวาดิบล้างสะอาด | ~36 (0.6 g/kg) |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องอัตราการกรองของไต eGFR
- eGFR คืออะไรและวัดอย่างไร?
- eGFR คือค่าประมาณอัตราการกรองเลือดของไต หน่วย mL/min/1.73m² วัดจากระดับครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยใช้สูตร CKD-EPI 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานตาม KDIGO 2024 ไม่ต้องอดน้ำหรือเก็บปัสสาวะ เพียงเจาะเลือดตรวจปกติก็ทราบค่าได้
- ค่า eGFR ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
- ค่า eGFR ปกติในผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรอยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป อย่างไรก็ตามค่านี้ลดลงตามอายุประมาณ 1 หน่วยต่อปี ดังนั้น ผู้สูงอายุ 70 ปีที่มีค่า 65-70 อาจยังถือว่าปกติหากไม่มี albuminuria หรือ kidney damage ร่วมด้วย
- eGFR ต่ำเท่าไหร่ถือว่าอันตราย?
- eGFR ต่ำกว่า 60 ติดต่อกันนาน 3 เดือน บ่งชี้ CKD ที่ต้องรักษา ต่ำกว่า 30 ถือว่าอันตรายและต้องปรึกษาแพทย์โรคไต ต่ำกว่า 15 คือภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเตรียมการบำบัดทดแทนไต (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
- eGFR กับความเสี่ยงการตายสัมพันธ์อย่างไร?
- งานวิจัย PMID 41931339 (2568) พบรูปแบบ U-shape: ทั้งกลุ่ม eGFR ต่ำกว่า 60 และกลุ่ม eGFR สูงเกินปกติ (อาจบ่งชี้ hyperfiltration) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตและโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่มีค่าอยู่ในช่วง 75-105 ดังนั้น การมี eGFR สูงมากในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรละเลย
- ผู้ป่วย CKD ควรกินอาหารแบบไหนเมื่อ eGFR ต่ำ?
- ควรปรับโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6-0.8 g/kg/วันตามระยะ จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน ลดฟอสฟอรัสโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มโซดา และระวังโพแทสเซียมสูงในระยะ G4-G5 เมนูแนะนำคือข้าวต้มไก่ ปลานึ่งมะนาว และเต้าหู้แข็งแทนเนื้อแดง
- ควรพบแพทย์เมื่อไรถ้า eGFR ลดลง?
- ควรพบแพทย์ทันทีหาก eGFR ลดลงมากกว่า 5 หน่วยใน 1 ปี หรือลดลงเกิน 25% จากค่าเดิม หรือมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้บ่งชี้การเสื่อมของไตเร็วกว่าปกติ
- กินโปรตีนเท่าไหร่เมื่อ eGFR ต่ำและยังไม่ฟอกเลือด?
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024 แนะนำโปรตีน 0.6-0.8 g/kg/วัน สำหรับผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 และยังไม่ได้รับการฟอกเลือด ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาวและปลาเนื้อขาว โดยไม่ควรลดโปรตีนต่ำเกินกว่า 0.6 g/kg เพราะเสี่ยงต่อ protein-energy wasting
- eGFR เปลี่ยนแปลงได้ชั่วคราวหรือไม่?
- ได้ ค่า eGFR อาจลดลงชั่วคราวได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ การใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบ การกินโปรตีนสูงมากก่อนเจาะเลือด หรือการออกกำลังกายหนักมาก ดังนั้นการวินิจฉัย CKD ต้องอาศัยค่าต่ำกว่า 60 ติดต่อกัน 3 เดือน ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว
สรุปและขั้นตอนถัดไปสำหรับผู้ที่มีอัตราการกรองของไต eGFR ต่ำ
ทดลองใช้ แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหาร คำนวณสารอาหารเฉพาะผู้ป่วยโรคไต และปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพจาก Eatwellconcept ได้เลยวันนี้
เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามแนวทาง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตทุกรายควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา
อ้างอิง
- Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1-117. https://doi.org/10.1016/j.kint.2023.10.018
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2566. กรมอนามัย.
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4. สืบค้นจาก https://www.inmu.mahidol.ac.th/inmucal/
- USDA Agricultural Research Service. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov/
- Leem, A. Y., et al. (2025). U-shaped association between estimated glomerular filtration rate and all-cause mortality: a large-scale cohort study. PMID 41931339. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41931339/
สรุป
ค่า eGFR คือ ดัชนีสำคัญในการประเมินการทำงานของไต โดยระดับที่ต่ำกว่า 60, 30 และ 15 mL/min/1.73m² จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับพฤติกรรม วางแผนโภชนาการจำกัดโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ร่วมกับนักกำหนดอาหาร และเตรียมตัวบำบัดทดแทนไตตามลำดับ ทว่าผลวิจัยรูปตัว U (U-shape) ชี้ให้เห็นว่าค่า eGFR ที่สูงผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรกก็เป็นอันตรายจากภาวะไตกรองหนักเกินไป (Hyperfiltration) เช่นกัน ดังนั้นสามารถทดลองใช้ แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหาร คำนวณสารอาหารเฉพาะผู้ป่วยโรคไต และปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพจาก Eatwellconcept ได้เลยวันนี้
เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามแนวทาง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตทุกรายควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา
อ้างอิง
- Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1-117. https://doi.org/10.1016/j.kint.2023.10.018
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2566. กรมอนามัย.
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4. สืบค้นจาก https://www.inmu.mahidol.ac.th/inmucal/
- USDA Agricultural Research Service. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov/
- Leem, A. Y., et al. (2025). U-shaped association between estimated glomerular filtration rate and all-cause mortality: a large-scale cohort study. PMID 41931339. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41931339/
ไม่แน่ใจว่าอาหารที่กินอยู่ปลอดภัยสำหรับไตของคุณไหม?
Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ
เมนูและกับข้าวที่คำนวณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนมาให้ตามแนวทางผู้ป่วยโรคไตตามระยะของคุณ — แค่เปิดแพ็คแล้วกิน ไม่ต้องนับเองทุกวัน
สั่งเลย
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ