แปรผลค่า eGFR ของไต ต่ำขนาดไหนถึงเสี่ยงอันตราย?

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept

อัตราการกรองของไต eGFR คืออะไรและคำนวณอย่างไร?

อัตราการกรองของไต eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณอัตราที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ต่อพื้นที่ผิวกายมาตรฐาน 1.73 ตารางเมตร ค่านี้ได้จากสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ระดับครีเอตินินในเลือด ร่วมกับอายุ เพศ และบางสูตรใช้เชื้อชาติ โดยไม่ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานสะดวกในทางคลินิก (KDIGO 2024, Kidney International Supplements 14(1))

สูตรที่ใช้บ่อย: CKD-EPI และ Cockcroft-Gault

สูตร CKD-EPI 2021 (ไม่รวมตัวแปรเชื้อชาติ) เป็นมาตรฐานปัจจุบันที่องค์กร KDIGO แนะนำ เนื่องจากแม่นยำกว่าในช่วง eGFR สูง และสูตร Cockcroft-Gault นิยมใช้ปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังคงเป็น “gold standard” แต่สูตรนี้มีความคลาดเคลื่อนจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ดังนั้นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ใช้สูตร CKD-EPI เป็นหลักสำหรับผู้ใหญ่

ข้อจำกัดของ eGFR ในผู้สูงอายุและผู้มีมวลกล้ามเนื้อน้อย

ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ หรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ จะมีระดับครีเอตินินต่ำกว่าปกติตามธรรมชาติ ทำให้ค่า eGFR อาจสูงเกินจริง ในทางตรงกันข้าม นักกีฬาหรือผู้ที่บริโภคโปรตีนสูงมากอาจมีค่า eGFR ต่ำกว่าที่ควร ดังนั้นแพทย์จึงควรพิจารณาร่วมกับค่า Cystatin C หรือ albuminuria เพื่อความแม่นยำในการประเมินการทำงานของไต

การแบ่งระยะโรคไตเรื้อรัง (CKD) ตามเกณฑ์ KDIGO ล่าสุด

แนวทางเวชปฏิบัติสากล KDIGO ได้แบ่งระยะโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะใหญ่ (6 ระยะย่อย) ตามระดับค่า eGFR และความหมายทางคลินิก ดังนี้

ระยะ (Stage)ค่า eGFR (mL/min/1.73m²)ความหมายทางคลินิก
G1>= 90ไตทำงานปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่อาจเริ่มมีหลักฐานว่าไตโดนทำลาย (เช่น พบโปรตีน/ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ)
G260 – 89ไตทำงานลดลงเล็กน้อย
G3a45 – 59ไตทำงานลดลงปานกลาง (ระยะเริ่มต้น)
G3b30 – 44ไตทำงานลดลงปานกลางถึงมาก
G415 – 29ไตทำงานลดลงมาก (เสี่ยงต่อภาวะไตวายสูง)
G5< 15ภาวะไตวาย (Kidney Failure) ต้องเตรียมตัวหรือรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต/เปลี่ยนไต)

จากข้อมูลของกรมอนามัย พบว่าประชากรไทยราว 8 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะไตเรื้อรังในระยะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะ G2 และ G3 และที่น่ากลัวคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการทางร่างกายออกมาอย่างชัดเจน

อายุและมวลกล้ามเนื้อ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่า eGFR เปลี่ยนไป

การแปลผลค่า eGFR ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ ได้ แพทย์และนักกำหนดอาหารจำเป็นต้องประเมินร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นๆ เสมอ โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยนี้:

1. อายุที่มากขึ้น (Aging Kidney)

โดยธรรมชาติแล้ว ค่า eGFR จะลดลงตามอายุประมาณ 1 mL/min/1.73m² ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปีเป็นต้นไป

ตัวอย่าง: หากผู้สูงอายุวัย 75 ปี ตรวจพบค่า eGFR อยู่ที่ 55 (ซึ่งตรงกับระยะ G3a) แต่ตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบอัลบูมินรั่ว และไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ของไตเลย กรณีนี้อาจเกิดจากความเสื่อมตามวัย ไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ต้องรับการรักษาอย่างรุนแรง

2. มวลกล้ามเนื้อ

เนื่องจากค่า eGFR คำนวณมาจากสารครีอะตินีน ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างมาจากกล้ามเนื้อ

  • คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก (เช่น นักเพาะกาย) อาจมีค่าครีอะตินีนสูง ทำให้คำนวณ eGFR ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

  • ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อลีบหรือผู้ป่วยติดเตียง อาจมีค่าครีอะตินีนต่ำ ทำให้ค่า eGFR ดูสูงเกินจริงได้

eGFR ต่ำหรือสูงแค่ไหนถึงอันตราย? เจาะลึกงานวิจัย U-Shape

หลายคนเข้าใจว่าค่า eGFR ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

งานวิจัยขนาดใหญ่ในประชากรกว่า 500,000 ราย พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างค่า eGFR กับอัตราการเสียชีวิตมีลักษณะเป็น U-shape curve (เส้นโค้งรูปตัว U) หมายความว่า ทั้งกลุ่มที่ค่า eGFR ต่ำเกินไป และ สูงเกินไป ต่างมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่าปกติ (75 – 105 mL/min/1.73m²)

  • eGFR ต่ำกว่า 60: ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามการทำงานของไตที่ลดลง 

  • eGFR สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 105 – 135 ขึ้นไป): มักพบในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรก ซึ่งเกิดภาวะที่เรียกว่า Hyperfiltration (ไตกรองหนักเกินไป) มันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไตกำลังทำงานหนักเกินกำลัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือควบคุมอาหารโปรตีนและโซเดียม ไตจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วในอนาคต

สารอาหารสำคัญในอาหารไทยที่ผู้ป่วย eGFR ต่ำต้องรู้

ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในเมนูไทยที่พบบ่อยต่อหน่วยบริโภค (ที่มา: INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล / USDA FoodData Central 2023)
เมนูขนาดบริโภค (ก.)โซเดียม (มก.)โพแทสเซียม (มก.)ฟอสฟอรัส (มก.)โปรตีน (ก.)
ข้าวต้มไก่ (ไม่ใส่ซีอิ้ว)30032021013014
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ25058029015012
ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย150620380554
ปลานึ่งมะนาว12049032021022
ไข่ต้ม (1 ฟอง)506565956

 

eGFR กับโภชนาการผู้ป่วยโรคไตแต่ละระยะ

G1-G2: eGFR 60-89 ขึ้นไป

ระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี เป้าหมายหลักคือ “ชะลอไม่ให้เสื่อมเร็ว”

  • โปรตีนแนะนำที่ 0.8 g/kg/วัน ตามค่า Thai DRI (กรมอนามัย 2563)
  • โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำปลา และซอสปรุงรส
  • ยังไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด แต่ควรติดตามค่าเลือดทุก 6-12 เดือน

G3a-G3b: eGFR 30-59

ระยะนี้ต้องปรับโภชนาการอย่างจริงจัง

  • โปรตีนลดเหลือ 0.6-0.8 g/kg/วัน หากมี albuminuria ร่วมด้วย (KDIGO 2024)
  • ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800-1,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงนม ชีส และเครื่องดื่มโซดาที่มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์
  • โพแทสเซียมเริ่มต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีค่าเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L
  • พลังงานที่ได้รับต่อวันต้องเพียงพอที่ 30-35 kcal/kg/วัน เพื่อป้องกัน protein-energy wasting

G4-G5 และผู้ที่ฟอกเลือด: eGFR ต่ำกว่า 30

ระยะนี้ต้องจำกัดอาหารอย่างเข้มงวด

  • โปรตีนลดเหลือ 0.6 g/kg/วันสำหรับผู้ยังไม่ฟอกเลือด แต่หากฟอกเลือดแล้วให้เพิ่มเป็น 1.2 g/kg/วัน
  • ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
  • โพแทสเซียมอย่างเข้มงวดที่ 2,000-3,000 มก./วัน
  • ต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์กำหนด

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี น้ำหนัก 65 กก. มีค่า eGFR 22 รับประทานข้าวต้มไก่ไม่ใส่ซีอิ้ว (โซเดียม 320 มก.) + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แกงจืดเต้าหู้ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่ม รวมโปรตีน ~32 ก./วัน (0.49 g/kg) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย หลังปรับเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร 3 เดือน พบว่าค่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 ต้องหลีกเลี่ยงสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น กระวาน ชะเอม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากมีรายงานพิษต่อไตในผู้ป่วย CKD ระยะท้าย (WHO Drug Information 2023) อ่านเพิ่มเติมที่ สมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับผู้ป่วยโรคไต

วิธีเลือกและปรุงอาหารให้ปลอดภัยเมื่อ eGFR ต่ำ

  1. ลดโซเดียม: ใช้มะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนน้ำปลาและซอสปรุงรส เพื่อให้ได้รส ดูเพิ่มที่ สมุนไพรทดแทนเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  2. ลดโพแทสเซียมในผัก: ต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วทิ้งน้ำ (leaching) ลดโพแทสเซียมได้ 30-50% ตามข้อมูล USDA FoodData Central 2023
  3. เลือกโปรตีนคุณภาพดี: ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และเต้าหู้แข็ง มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม ดูตัวอย่างเมนูเพิ่มเติมที่ 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  4. ระวังอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: ฟอสฟอรัสสังเคราะห์ (phosphate additives) ดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้ 40-60% ดูอาหารสำเร็จรูปที่ปลอดภัยได้ที่ อาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  5. ระวังผักดิบโพแทสเซียมสูง: มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักโขม ควรผ่านความร้อนและทิ้งน้ำก่อนรับประทานเสมอ อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยโรคไตกับผักดิบ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ห้ามปรับอาหารเองโดยไม่มีนักกำหนดอาหารดูแล เพราะความผิดพลาดทางโภชนาการอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมสูงจนหัวใจหยุดเต้นได้ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)

ตัวอย่างเมนูประจำวันแยกตามระยะ eGFR (3 วัน)

ตัวอย่างแผนมื้ออาหารสำหรับผู้มี eGFR ต่างระยะ (ปริมาณสำหรับน้ำหนัก 60 กก.) — ที่มา: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อ้างอิง INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ระยะ eGFRมื้อเช้ามื้อกลางวันมื้อเย็นโปรตีนรวม (ก./วัน)
G2 (eGFR 60-89)ข้าวต้มไก่ 300 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟองข้าวสวย 180 ก. + ปลานึ่งมะนาว 120 ก. + ผักต้มข้าวสวย 180 ก. + แกงจืดเต้าหู้ + ผัดผักบุ้ง (ผ่านน้ำร้อน)~48 (0.8 g/kg)
G3b (eGFR 30-44)โจ๊กข้าวไม่ใส่เครื่องใน + ไข่ขาว 2 ฟองข้าวสวย 150 ก. + ปลาเนื้อขาวนึ่ง 80 ก. + ผักต้มทิ้งน้ำข้าวสวย 150 ก. + แกงจืดเต้าหู้แข็ง (ไม่ใส่น้ำปลา) + แตงกวา~36 (0.6 g/kg)
G4-G5 (eGFR <30)ข้าวต้มใส 200 ก. + ไข่ขาว 2 ฟอง (ไม่ใส่เกลือ)ข้าวสวย 150 ก. + ปลาทับทิมนึ่ง 60 ก. + ผักต้มสุก (ทิ้งน้ำ)ข้าวสวย 150 ก. + เต้าหู้แข็งผัด + แตงกวาดิบล้างสะอาด~36 (0.6 g/kg)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องอัตราการกรองของไต eGFR

eGFR คืออะไรและวัดอย่างไร?
eGFR คือค่าประมาณอัตราการกรองเลือดของไต หน่วย mL/min/1.73m² วัดจากระดับครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยใช้สูตร CKD-EPI 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานตาม KDIGO 2024 ไม่ต้องอดน้ำหรือเก็บปัสสาวะ เพียงเจาะเลือดตรวจปกติก็ทราบค่าได้
ค่า eGFR ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
ค่า eGFR ปกติในผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรอยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป อย่างไรก็ตามค่านี้ลดลงตามอายุประมาณ 1 หน่วยต่อปี ดังนั้น ผู้สูงอายุ 70 ปีที่มีค่า 65-70 อาจยังถือว่าปกติหากไม่มี albuminuria หรือ kidney damage ร่วมด้วย
eGFR ต่ำเท่าไหร่ถือว่าอันตราย?
eGFR ต่ำกว่า 60 ติดต่อกันนาน 3 เดือน บ่งชี้ CKD ที่ต้องรักษา ต่ำกว่า 30 ถือว่าอันตรายและต้องปรึกษาแพทย์โรคไต ต่ำกว่า 15 คือภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเตรียมการบำบัดทดแทนไต (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
eGFR กับความเสี่ยงการตายสัมพันธ์อย่างไร?
งานวิจัย PMID 41931339 (2568) พบรูปแบบ U-shape: ทั้งกลุ่ม eGFR ต่ำกว่า 60 และกลุ่ม eGFR สูงเกินปกติ (อาจบ่งชี้ hyperfiltration) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตและโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่มีค่าอยู่ในช่วง 75-105 ดังนั้น การมี eGFR สูงมากในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรละเลย
ผู้ป่วย CKD ควรกินอาหารแบบไหนเมื่อ eGFR ต่ำ?
ควรปรับโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6-0.8 g/kg/วันตามระยะ จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน ลดฟอสฟอรัสโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มโซดา และระวังโพแทสเซียมสูงในระยะ G4-G5 เมนูแนะนำคือข้าวต้มไก่ ปลานึ่งมะนาว และเต้าหู้แข็งแทนเนื้อแดง
ควรพบแพทย์เมื่อไรถ้า eGFR ลดลง?
ควรพบแพทย์ทันทีหาก eGFR ลดลงมากกว่า 5 หน่วยใน 1 ปี หรือลดลงเกิน 25% จากค่าเดิม หรือมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้บ่งชี้การเสื่อมของไตเร็วกว่าปกติ
กินโปรตีนเท่าไหร่เมื่อ eGFR ต่ำและยังไม่ฟอกเลือด?
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024 แนะนำโปรตีน 0.6-0.8 g/kg/วัน สำหรับผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 และยังไม่ได้รับการฟอกเลือด ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาวและปลาเนื้อขาว โดยไม่ควรลดโปรตีนต่ำเกินกว่า 0.6 g/kg เพราะเสี่ยงต่อ protein-energy wasting
eGFR เปลี่ยนแปลงได้ชั่วคราวหรือไม่?
ได้ ค่า eGFR อาจลดลงชั่วคราวได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ การใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบ การกินโปรตีนสูงมากก่อนเจาะเลือด หรือการออกกำลังกายหนักมาก ดังนั้นการวินิจฉัย CKD ต้องอาศัยค่าต่ำกว่า 60 ติดต่อกัน 3 เดือน ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว

สรุปและขั้นตอนถัดไปสำหรับผู้ที่มีอัตราการกรองของไต eGFR ต่ำ

อัตราการกรองของไต eGFR ต่ำขนาดไหนถึงเสี่ยงอันตราย?

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept

อัตราการกรองของไต eGFR คืออะไรและคำนวณอย่างไร?

อัตราการกรองของไต eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณอัตราที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ต่อพื้นที่ผิวกายมาตรฐาน 1.73 ตารางเมตร ค่านี้ได้จากสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ระดับครีเอตินินในเลือด ร่วมกับอายุ เพศ และบางสูตรใช้เชื้อชาติ โดยไม่ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานสะดวกในทางคลินิก (KDIGO 2024, Kidney International Supplements 14(1))

สูตรที่ใช้บ่อย: CKD-EPI และ Cockcroft-Gault

สูตร CKD-EPI 2021 (ไม่รวมตัวแปรเชื้อชาติ) เป็นมาตรฐานปัจจุบันที่องค์กร KDIGO แนะนำ เนื่องจากแม่นยำกว่าในช่วง eGFR สูง และสูตร Cockcroft-Gault นิยมใช้ปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังคงเป็น “gold standard” แต่สูตรนี้มีความคลาดเคลื่อนจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ดังนั้นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ใช้สูตร CKD-EPI เป็นหลักสำหรับผู้ใหญ่

ข้อจำกัดของ eGFR ในผู้สูงอายุและผู้มีมวลกล้ามเนื้อน้อย

ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ หรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ จะมีระดับครีเอตินินต่ำกว่าปกติตามธรรมชาติ ทำให้ค่า eGFR อาจสูงเกินจริง ในทางตรงกันข้าม นักกีฬาหรือผู้ที่บริโภคโปรตีนสูงมากอาจมีค่า eGFR ต่ำกว่าที่ควร ดังนั้นแพทย์จึงควรพิจารณาร่วมกับค่า Cystatin C หรือ albuminuria เพื่อความแม่นยำ

การแบ่งระยะโรคไตเรื้อรัง (CKD) ตามเกณฑ์ KDIGO ล่าสุด

แนวทางเวชปฏิบัติสากล KDIGO ได้แบ่งระยะโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะใหญ่ (6 ระยะย่อย) ตามระดับค่า eGFR และความหมายทางคลินิก ดังนี้ครับ

ระยะ (Stage)ค่า eGFR (mL/min/1.73m²)ความหมายทางคลินิก
G1>= 90ไตทำงานปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่อาจเริ่มมีหลักฐานว่าไตโดนทำลาย (เช่น พบโปรตีน/ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ)
G260 – 89ไตทำงานลดลงเล็กน้อย
G3a45 – 59ไตทำงานลดลงปานกลาง (ระยะเริ่มต้น)
G3b30 – 44ไตทำงานลดลงปานกลางถึงมาก
G415 – 29ไตทำงานลดลงมาก (เสี่ยงต่อภาวะไตวายสูง)
G5< 15ภาวะไตวาย (Kidney Failure) ต้องเตรียมตัวหรือรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต/เปลี่ยนไต)

จากข้อมูลของกรมอนามัย พบว่าประชากรไทยราว 8 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะไตเรื้อรังในระยะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะ G2 และ G3 และที่น่ากลัวคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการทางร่างกายออกมาอย่างชัดเจน

อายุและมวลกล้ามเนื้อ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่า eGFR เปลี่ยนไป

การแปลผลค่า eGFR ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ ได้ แพทย์และนักกำหนดอาหารจำเป็นต้องประเมินร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นๆ เสมอ โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยนี้:

1. อายุที่มากขึ้น (Aging Kidney)

โดยธรรมชาติแล้ว ค่า eGFR จะลดลงตามอายุประมาณ 1 mL/min/1.73m² ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปีเป็นต้นไป

ตัวอย่าง: หากผู้สูงอายุวัย 75 ปี ตรวจพบค่า eGFR อยู่ที่ 55 (ซึ่งตรงกับระยะ G3a) แต่ตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบไข่ขาวรั่ว และไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ของไตเลย กรณีนี้อาจเกิดจากความเสื่อมตามวัยตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ต้องรับการรักษาอย่างรุนแรง

2. มวลกล้ามเนื้อ

เนื่องจากค่า eGFR คำนวณมาจากสารครีอะตินีน ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างมาจากกล้ามเนื้อ

  • คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก (เช่น นักเพาะกาย) อาจมีค่าครีอะตินีนสูง ทำให้คำนวณ eGFR ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

  • ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อลีบหรือผู้ป่วยติดเตียง อาจมีค่าครีอะตินีนต่ำ ทำให้ค่า eGFR ดูสูงเกินจริงได้

eGFR ต่ำหรือสูงแค่ไหนถึงอันตราย? เจาะลึกงานวิจัย U-Shape

หลายคนเข้าใจว่าค่า eGFR ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป!

งานวิจัยขนาดใหญ่ในประชากรกว่า 500,000 ราย พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างค่า eGFR กับอัตราการเสียชีวิตมีลักษณะเป็น U-shape curve (เส้นโค้งรูปตัว U) หมายความว่า ทั้งกลุ่มที่ค่า eGFR ต่ำเกินไป และ สูงเกินไป ต่างมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่าปกติ (75 – 105 mL/min/1.73m²)

  • eGFR ต่ำกว่า 60: ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามการทำงานของไตที่ลดลง (ตามคาด)

  • eGFR สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 105 – 135 ขึ้นไป): มักพบในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรก ซึ่งเกิดภาวะที่เรียกว่า Hyperfiltration (ไตกรองหนักเกินไป) มันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไตกำลังทำงานหนักเกินกำลัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือควบคุมอาหารโปรตีนและโซเดียม ไตจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วในอนาคต

สารอาหารสำคัญในอาหารไทยที่ผู้ป่วย eGFR ต่ำต้องรู้

ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในเมนูไทยที่พบบ่อยต่อหน่วยบริโภค (ที่มา: INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล / USDA FoodData Central 2023)
เมนูขนาดบริโภค (ก.)โซเดียม (มก.)โพแทสเซียม (มก.)ฟอสฟอรัส (มก.)โปรตีน (ก.)
ข้าวต้มไก่ (ไม่ใส่ซีอิ้ว)30032021013014
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ25058029015012
ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย150620380554
ปลานึ่งมะนาว12049032021022
ไข่ต้ม (1 ฟอง)506565956

 

eGFR กับโภชนาการผู้ป่วยโรคไตแต่ละระยะ

G1-G2: eGFR 60-89 ขึ้นไป

ระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี เป้าหมายหลักคือ “ชะลอไม่ให้เสื่อมเร็ว”

  • โปรตีนแนะนำที่ 0.8 g/kg/วัน ตามค่า Thai DRI (กรมอนามัย 2563)
  • โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำปลา และซอสปรุงรส
  • ยังไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด แต่ควรติดตามค่าเลือดทุก 6-12 เดือน

G3a-G3b: eGFR 30-59

ระยะนี้ต้องปรับโภชนาการอย่างจริงจัง

  • โปรตีนลดเหลือ 0.6-0.8 g/kg/วัน หากมี albuminuria ร่วมด้วย (KDIGO 2024)
  • ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800-1,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงนม ชีส และเครื่องดื่มโซดาที่มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์
  • โพแทสเซียมเริ่มต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีค่าเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L
  • พลังงานที่ได้รับต่อวันต้องเพียงพอที่ 30-35 kcal/kg/วัน เพื่อป้องกัน protein-energy wasting

G4-G5 และผู้ที่ฟอกเลือด: eGFR ต่ำกว่า 30

ระยะนี้ต้องจำกัดเข้มงวด

  • โพแทสเซียมอย่างเข้มงวดที่ 2,000-3,000 มก./วัน
  • โปรตีนลดเหลือ 0.6 g/kg/วันสำหรับผู้ยังไม่ฟอกเลือด แต่หากฟอกเลือดแล้วให้เพิ่มเป็น 1.2 g/kg/วัน
  • ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
  • ต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์กำหนด

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี น้ำหนัก 65 กก. มีค่า eGFR 22 รับประทานข้าวต้มไก่ไม่ใส่ซีอิ้ว (โซเดียม 320 มก.) + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แกงจืดเต้าหู้ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่ม รวมโปรตีน ~32 ก./วัน (0.49 g/kg) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย หลังปรับเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร 3 เดือน พบว่าค่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 ต้องหลีกเลี่ยงสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น กระวาน ชะเอม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากมีรายงานพิษต่อไตในผู้ป่วย CKD ระยะท้าย (WHO Drug Information 2023) อ่านเพิ่มเติมที่ สมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับผู้ป่วยโรคไต

วิธีเลือกและปรุงอาหารให้ปลอดภัยเมื่อ eGFR ต่ำ

  1. ลดโซเดียม: ใช้มะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนน้ำปลาและซอสปรุงรส เพื่อให้ได้รส ดูเพิ่มที่ สมุนไพรทดแทนเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  2. ลดโพแทสเซียมในผัก: ต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วทิ้งน้ำ (leaching) ลดโพแทสเซียมได้ 30-50% ตามข้อมูล USDA FoodData Central 2023
  3. เลือกโปรตีนคุณภาพดี: ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และเต้าหู้แข็ง มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม ดูตัวอย่างเมนูเพิ่มเติมที่ 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  4. ระวังอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: ฟอสฟอรัสสังเคราะห์ (phosphate additives) ดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้ 40-60% ดูอาหารสำเร็จรูปที่ปลอดภัยได้ที่ อาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  5. ระวังผักดิบโพแทสเซียมสูง: มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักโขม ควรผ่านความร้อนและทิ้งน้ำก่อนรับประทานเสมอ อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยโรคไตกับผักดิบ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ห้ามปรับอาหารเองโดยไม่มีนักกำหนดอาหารดูแล เพราะความผิดพลาดทางโภชนาการอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมสูงจนหัวใจหยุดเต้นได้ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)

ตัวอย่างเมนูประจำวันแยกตามระยะ eGFR (3 วัน)

ตัวอย่างแผนมื้ออาหารสำหรับผู้มี eGFR ต่างระยะ (ปริมาณสำหรับน้ำหนัก 60 กก.) — ที่มา: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อ้างอิง INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ระยะ eGFRมื้อเช้ามื้อกลางวันมื้อเย็นโปรตีนรวม (ก./วัน)
G2 (eGFR 60-89)ข้าวต้มไก่ 300 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟองข้าวสวย 180 ก. + ปลานึ่งมะนาว 120 ก. + ผักต้มข้าวสวย 180 ก. + แกงจืดเต้าหู้ + ผัดผักบุ้ง (ผ่านน้ำร้อน)~48 (0.8 g/kg)
G3b (eGFR 30-44)โจ๊กข้าวไม่ใส่เครื่องใน + ไข่ขาว 2 ฟองข้าวสวย 150 ก. + ปลาเนื้อขาวนึ่ง 80 ก. + ผักต้มทิ้งน้ำข้าวสวย 150 ก. + แกงจืดเต้าหู้แข็ง (ไม่ใส่น้ำปลา) + แตงกวา~36 (0.6 g/kg)
G4-G5 (eGFR <30)ข้าวต้มใส 200 ก. + ไข่ขาว 2 ฟอง (ไม่ใส่เกลือ)ข้าวสวย 150 ก. + ปลาทับทิมนึ่ง 60 ก. + ผักต้มสุก (ทิ้งน้ำ)ข้าวสวย 150 ก. + เต้าหู้แข็งผัด + แตงกวาดิบล้างสะอาด~36 (0.6 g/kg)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องอัตราการกรองของไต eGFR

eGFR คืออะไรและวัดอย่างไร?
eGFR คือค่าประมาณอัตราการกรองเลือดของไต หน่วย mL/min/1.73m² วัดจากระดับครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยใช้สูตร CKD-EPI 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานตาม KDIGO 2024 ไม่ต้องอดน้ำหรือเก็บปัสสาวะ เพียงเจาะเลือดตรวจปกติก็ทราบค่าได้
ค่า eGFR ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
ค่า eGFR ปกติในผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรอยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป อย่างไรก็ตามค่านี้ลดลงตามอายุประมาณ 1 หน่วยต่อปี ดังนั้น ผู้สูงอายุ 70 ปีที่มีค่า 65-70 อาจยังถือว่าปกติหากไม่มี albuminuria หรือ kidney damage ร่วมด้วย
eGFR ต่ำเท่าไหร่ถือว่าอันตราย?
eGFR ต่ำกว่า 60 ติดต่อกันนาน 3 เดือน บ่งชี้ CKD ที่ต้องรักษา ต่ำกว่า 30 ถือว่าอันตรายและต้องปรึกษาแพทย์โรคไต ต่ำกว่า 15 คือภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเตรียมการบำบัดทดแทนไต (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
eGFR กับความเสี่ยงการตายสัมพันธ์อย่างไร?
งานวิจัย PMID 41931339 (2568) พบรูปแบบ U-shape: ทั้งกลุ่ม eGFR ต่ำกว่า 60 และกลุ่ม eGFR สูงเกินปกติ (อาจบ่งชี้ hyperfiltration) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตและโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่มีค่าอยู่ในช่วง 75-105 ดังนั้น การมี eGFR สูงมากในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรละเลย
ผู้ป่วย CKD ควรกินอาหารแบบไหนเมื่อ eGFR ต่ำ?
ควรปรับโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6-0.8 g/kg/วันตามระยะ จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน ลดฟอสฟอรัสโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มโซดา และระวังโพแทสเซียมสูงในระยะ G4-G5 เมนูแนะนำคือข้าวต้มไก่ ปลานึ่งมะนาว และเต้าหู้แข็งแทนเนื้อแดง
ควรพบแพทย์เมื่อไรถ้า eGFR ลดลง?
ควรพบแพทย์ทันทีหาก eGFR ลดลงมากกว่า 5 หน่วยใน 1 ปี หรือลดลงเกิน 25% จากค่าเดิม หรือมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้บ่งชี้การเสื่อมของไตเร็วกว่าปกติ
กินโปรตีนเท่าไหร่เมื่อ eGFR ต่ำและยังไม่ฟอกเลือด?
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024 แนะนำโปรตีน 0.6-0.8 g/kg/วัน สำหรับผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 และยังไม่ได้รับการฟอกเลือด ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาวและปลาเนื้อขาว โดยไม่ควรลดโปรตีนต่ำเกินกว่า 0.6 g/kg เพราะเสี่ยงต่อ protein-energy wasting
eGFR เปลี่ยนแปลงได้ชั่วคราวหรือไม่?
ได้ ค่า eGFR อาจลดลงชั่วคราวได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ การใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบ การกินโปรตีนสูงมากก่อนเจาะเลือด หรือการออกกำลังกายหนักมาก ดังนั้นการวินิจฉัย CKD ต้องอาศัยค่าต่ำกว่า 60 ติดต่อกัน 3 เดือน ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว

สรุปและขั้นตอนถัดไปสำหรับผู้ที่มีอัตราการกรองของไต eGFR ต่ำ

ทดลองใช้ แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหาร คำนวณสารอาหารเฉพาะผู้ป่วยโรคไต และปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพจาก Eatwellconcept ได้เลยวันนี้

เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามแนวทาง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตทุกรายควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา

อ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1-117. https://doi.org/10.1016/j.kint.2023.10.018
  2. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
  3. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2566. กรมอนามัย.
  4. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4. สืบค้นจาก https://www.inmu.mahidol.ac.th/inmucal/
  5. USDA Agricultural Research Service. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov/
  6. Leem, A. Y., et al. (2025). U-shaped association between estimated glomerular filtration rate and all-cause mortality: a large-scale cohort study. PMID 41931339. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41931339/

อัตราการกรองของไต eGFR ต่ำขนาดไหนถึงเสี่ยงอันตราย?

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept

อัตราการกรองของไต eGFR คืออะไรและคำนวณอย่างไร?

อัตราการกรองของไต eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณอัตราที่ไตกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ต่อพื้นที่ผิวกายมาตรฐาน 1.73 ตารางเมตร ค่านี้ได้จากสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ระดับครีเอตินินในเลือด ร่วมกับอายุ เพศ และบางสูตรใช้เชื้อชาติ โดยไม่ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานสะดวกในทางคลินิก (KDIGO 2024, Kidney International Supplements 14(1))

สูตรที่ใช้บ่อย: CKD-EPI และ Cockcroft-Gault

สูตร CKD-EPI 2021 (ไม่รวมตัวแปรเชื้อชาติ) เป็นมาตรฐานปัจจุบันที่องค์กร KDIGO แนะนำ เนื่องจากแม่นยำกว่าในช่วง eGFR สูง และสูตร Cockcroft-Gault นิยมใช้ปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ ส่วนการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังคงเป็น “gold standard” แต่สูตรนี้มีความคลาดเคลื่อนจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ดังนั้นสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ใช้สูตร CKD-EPI เป็นหลักสำหรับผู้ใหญ่

ข้อจำกัดของ eGFR ในผู้สูงอายุและผู้มีมวลกล้ามเนื้อน้อย

ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ หรือผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ จะมีระดับครีเอตินินต่ำกว่าปกติตามธรรมชาติ ทำให้ค่า eGFR อาจสูงเกินจริง ในทางตรงกันข้าม นักกีฬาหรือผู้ที่บริโภคโปรตีนสูงมากอาจมีค่า eGFR ต่ำกว่าที่ควร ดังนั้นแพทย์จึงควรพิจารณาร่วมกับค่า Cystatin C หรือ albuminuria เพื่อความแม่นยำ

การแบ่งระยะโรคไตเรื้อรัง (CKD) ตามเกณฑ์ KDIGO ล่าสุด

แนวทางเวชปฏิบัติสากล KDIGO ได้แบ่งระยะโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะใหญ่ (6 ระยะย่อย) ตามระดับค่า eGFR และความหมายทางคลินิก ดังนี้ครับ

ระยะ (Stage)ค่า eGFR (mL/min/1.73m²)ความหมายทางคลินิก
G1$\ge$ 90ไตทำงานปกติหรือเพิ่มขึ้น แต่อาจเริ่มมีหลักฐานว่าไตโดนทำลาย (เช่น พบโปรตีน/ไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ)
G260 – 89ไตทำงานลดลงเล็กน้อย
G3a45 – 59ไตทำงานลดลงปานกลาง (ระยะเริ่มต้น)
G3b30 – 44ไตทำงานลดลงปานกลางถึงมาก
G415 – 29ไตทำงานลดลงมาก (เสี่ยงต่อภาวะไตวายสูง)
G5< 15ภาวะไตวาย (Kidney Failure) ต้องเตรียมตัวหรือรับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต/เปลี่ยนไต)

จากข้อมูลของกรมอนามัย พบว่าประชากรไทยราว 8 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะไตเรื้อรังในระยะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะ G2 และ G3 และที่น่ากลัวคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว เนื่องจากโรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการทางร่างกายออกมาอย่างชัดเจน

อายุและมวลกล้ามเนื้อ: ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่า eGFR เปลี่ยนไป

การแปลผลค่า eGFR ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขเดี่ยวๆ ได้ แพทย์และนักกำหนดอาหารจำเป็นต้องประเมินร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นๆ เสมอ โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยนี้:

1. อายุที่มากขึ้น (Aging Kidney)

โดยธรรมชาติแล้ว ค่า eGFR จะลดลงตามอายุประมาณ 1 mL/min/1.73m² ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปีเป็นต้นไป

ตัวอย่าง: หากผู้สูงอายุวัย 75 ปี ตรวจพบค่า eGFR อยู่ที่ 55 (ซึ่งตรงกับระยะ G3a) แต่ตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบไข่ขาวรั่ว และไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ของไตเลย กรณีนี้อาจเกิดจากความเสื่อมตามวัยตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ต้องรับการรักษาอย่างรุนแรง

2. มวลกล้ามเนื้อ

เนื่องจากค่า eGFR คำนวณมาจากสารครีอะตินีน ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างมาจากกล้ามเนื้อ

  • คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก (เช่น นักเพาะกาย) อาจมีค่าครีอะตินีนสูง ทำให้คำนวณ eGFR ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

  • ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อลีบหรือผู้ป่วยติดเตียง อาจมีค่าครีอะตินีนต่ำ ทำให้ค่า eGFR ดูสูงเกินจริงได้

eGFR ต่ำหรือสูงแค่ไหนถึงอันตราย? เจาะลึกงานวิจัย U-Shape

หลายคนเข้าใจว่าค่า eGFR ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป!

งานวิจัยขนาดใหญ่ในประชากรกว่า 500,000 ราย พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างค่า eGFR กับอัตราการเสียชีวิตมีลักษณะเป็น U-shape curve (เส้นโค้งรูปตัว U) หมายความว่า ทั้งกลุ่มที่ค่า eGFR ต่ำเกินไป และ สูงเกินไป ต่างมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีค่าปกติ (75 – 105 mL/min/1.73m²)

  • eGFR ต่ำกว่า 60: ความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามการทำงานของไตที่ลดลง (ตามคาด)

  • eGFR สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 105 – 135 ขึ้นไป): มักพบในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรก ซึ่งเกิดภาวะที่เรียกว่า Hyperfiltration (ไตกรองหนักเกินไป) มันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไตกำลังทำงานหนักเกินกำลัง หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือควบคุมอาหารโปรตีนและโซเดียม ไตจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วในอนาคต

สารอาหารสำคัญในอาหารไทยที่ผู้ป่วย eGFR ต่ำต้องรู้

ตารางเปรียบเทียบสารอาหารในเมนูไทยที่พบบ่อยต่อหน่วยบริโภค (ที่มา: INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล / USDA FoodData Central 2023)
เมนูขนาดบริโภค (ก.)โซเดียม (มก.)โพแทสเซียม (มก.)ฟอสฟอรัส (มก.)โปรตีน (ก.)
ข้าวต้มไก่ (ไม่ใส่ซีอิ้ว)30032021013014
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ25058029015012
ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย150620380554
ปลานึ่งมะนาว12049032021022
ไข่ต้ม (1 ฟอง)506565956

 

eGFR กับโภชนาการผู้ป่วยโรคไตแต่ละระยะ

G1-G2: eGFR 60-89 ขึ้นไป

ระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี เป้าหมายหลักคือ “ชะลอไม่ให้เสื่อมเร็ว”

  • โปรตีนแนะนำที่ 0.8 g/kg/วัน ตามค่า Thai DRI (กรมอนามัย 2563)
  • โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำปลา และซอสปรุงรส
  • ยังไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด แต่ควรติดตามค่าเลือดทุก 6-12 เดือน

G3a-G3b: eGFR 30-59

ระยะนี้ต้องปรับโภชนาการอย่างจริงจัง

  • โปรตีนลดเหลือ 0.6-0.8 g/kg/วัน หากมี albuminuria ร่วมด้วย (KDIGO 2024)
  • ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800-1,000 มก./วัน หลีกเลี่ยงนม ชีส และเครื่องดื่มโซดาที่มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์
  • โพแทสเซียมเริ่มต้องติดตาม โดยเฉพาะหากมีค่าเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L
  • พลังงานที่ได้รับต่อวันต้องเพียงพอที่ 30-35 kcal/kg/วัน เพื่อป้องกัน protein-energy wasting

G4-G5 และผู้ที่ฟอกเลือด: eGFR ต่ำกว่า 30

ระยะนี้ต้องจำกัดเข้มงวด

  • โพแทสเซียมอย่างเข้มงวดที่ 2,000-3,000 มก./วัน
  • โปรตีนลดเหลือ 0.6 g/kg/วันสำหรับผู้ยังไม่ฟอกเลือด แต่หากฟอกเลือดแล้วให้เพิ่มเป็น 1.2 g/kg/วัน
  • ฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
  • ต้องจำกัดน้ำตามที่แพทย์กำหนด

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ป่วยชายอายุ 62 ปี น้ำหนัก 65 กก. มีค่า eGFR 22 รับประทานข้าวต้มไก่ไม่ใส่ซีอิ้ว (โซเดียม 320 มก.) + ไข่ต้ม 1 ฟอง + แกงจืดเต้าหู้ไม่ใส่น้ำปลาเพิ่ม รวมโปรตีน ~32 ก./วัน (0.49 g/kg) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย หลังปรับเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร 3 เดือน พบว่าค่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในเลือดกลับสู่เกณฑ์ปกติ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 ต้องหลีกเลี่ยงสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น กระวาน ชะเอม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากมีรายงานพิษต่อไตในผู้ป่วย CKD ระยะท้าย (WHO Drug Information 2023) อ่านเพิ่มเติมที่ สมุนไพรและเครื่องเทศสำหรับผู้ป่วยโรคไต

วิธีเลือกและปรุงอาหารให้ปลอดภัยเมื่อ eGFR ต่ำ

  1. ลดโซเดียม: ใช้มะนาว กระเทียม และสมุนไพรสดแทนน้ำปลาและซอสปรุงรส เพื่อให้ได้รส ดูเพิ่มที่ สมุนไพรทดแทนเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  2. ลดโพแทสเซียมในผัก: ต้มผักในน้ำปริมาณมากแล้วทิ้งน้ำ (leaching) ลดโพแทสเซียมได้ 30-50% ตามข้อมูล USDA FoodData Central 2023
  3. เลือกโปรตีนคุณภาพดี: ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และเต้าหู้แข็ง มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์นม ดูตัวอย่างเมนูเพิ่มเติมที่ 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  4. ระวังอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป: ฟอสฟอรัสสังเคราะห์ (phosphate additives) ดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสจากธรรมชาติที่ดูดซึมได้ 40-60% ดูอาหารสำเร็จรูปที่ปลอดภัยได้ที่ อาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยโรคไต
  5. ระวังผักดิบโพแทสเซียมสูง: มะเขือเทศ มันฝรั่ง และผักโขม ควรผ่านความร้อนและทิ้งน้ำก่อนรับประทานเสมอ อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยโรคไตกับผักดิบ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ห้ามปรับอาหารเองโดยไม่มีนักกำหนดอาหารดูแล เพราะความผิดพลาดทางโภชนาการอาจทำให้ระดับโพแทสเซียมสูงจนหัวใจหยุดเต้นได้ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)

ตัวอย่างเมนูประจำวันแยกตามระยะ eGFR (3 วัน)

ตัวอย่างแผนมื้ออาหารสำหรับผู้มี eGFR ต่างระยะ (ปริมาณสำหรับน้ำหนัก 60 กก.) — ที่มา: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อ้างอิง INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ระยะ eGFRมื้อเช้ามื้อกลางวันมื้อเย็นโปรตีนรวม (ก./วัน)
G2 (eGFR 60-89)ข้าวต้มไก่ 300 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟองข้าวสวย 180 ก. + ปลานึ่งมะนาว 120 ก. + ผักต้มข้าวสวย 180 ก. + แกงจืดเต้าหู้ + ผัดผักบุ้ง (ผ่านน้ำร้อน)~48 (0.8 g/kg)
G3b (eGFR 30-44)โจ๊กข้าวไม่ใส่เครื่องใน + ไข่ขาว 2 ฟองข้าวสวย 150 ก. + ปลาเนื้อขาวนึ่ง 80 ก. + ผักต้มทิ้งน้ำข้าวสวย 150 ก. + แกงจืดเต้าหู้แข็ง (ไม่ใส่น้ำปลา) + แตงกวา~36 (0.6 g/kg)
G4-G5 (eGFR <30)ข้าวต้มใส 200 ก. + ไข่ขาว 2 ฟอง (ไม่ใส่เกลือ)ข้าวสวย 150 ก. + ปลาทับทิมนึ่ง 60 ก. + ผักต้มสุก (ทิ้งน้ำ)ข้าวสวย 150 ก. + เต้าหู้แข็งผัด + แตงกวาดิบล้างสะอาด~36 (0.6 g/kg)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องอัตราการกรองของไต eGFR

eGFR คืออะไรและวัดอย่างไร?
eGFR คือค่าประมาณอัตราการกรองเลือดของไต หน่วย mL/min/1.73m² วัดจากระดับครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยใช้สูตร CKD-EPI 2021 ซึ่งเป็นมาตรฐานตาม KDIGO 2024 ไม่ต้องอดน้ำหรือเก็บปัสสาวะ เพียงเจาะเลือดตรวจปกติก็ทราบค่าได้
ค่า eGFR ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่?
ค่า eGFR ปกติในผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรอยู่ที่ 90 mL/min/1.73m² ขึ้นไป อย่างไรก็ตามค่านี้ลดลงตามอายุประมาณ 1 หน่วยต่อปี ดังนั้น ผู้สูงอายุ 70 ปีที่มีค่า 65-70 อาจยังถือว่าปกติหากไม่มี albuminuria หรือ kidney damage ร่วมด้วย
eGFR ต่ำเท่าไหร่ถือว่าอันตราย?
eGFR ต่ำกว่า 60 ติดต่อกันนาน 3 เดือน บ่งชี้ CKD ที่ต้องรักษา ต่ำกว่า 30 ถือว่าอันตรายและต้องปรึกษาแพทย์โรคไต ต่ำกว่า 15 คือภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเตรียมการบำบัดทดแทนไต (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565)
eGFR กับความเสี่ยงการตายสัมพันธ์อย่างไร?
งานวิจัย PMID 41931339 (2568) พบรูปแบบ U-shape: ทั้งกลุ่ม eGFR ต่ำกว่า 60 และกลุ่ม eGFR สูงเกินปกติ (อาจบ่งชี้ hyperfiltration) มีความเสี่ยงการเสียชีวิตและโรคหัวใจสูงกว่ากลุ่มที่มีค่าอยู่ในช่วง 75-105 ดังนั้น การมี eGFR สูงมากในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ไม่ควรละเลย
ผู้ป่วย CKD ควรกินอาหารแบบไหนเมื่อ eGFR ต่ำ?
ควรปรับโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6-0.8 g/kg/วันตามระยะ จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน ลดฟอสฟอรัสโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มโซดา และระวังโพแทสเซียมสูงในระยะ G4-G5 เมนูแนะนำคือข้าวต้มไก่ ปลานึ่งมะนาว และเต้าหู้แข็งแทนเนื้อแดง
ควรพบแพทย์เมื่อไรถ้า eGFR ลดลง?
ควรพบแพทย์ทันทีหาก eGFR ลดลงมากกว่า 5 หน่วยใน 1 ปี หรือลดลงเกิน 25% จากค่าเดิม หรือมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นฟอง ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน ซึ่งสัญญาณเหล่านี้บ่งชี้การเสื่อมของไตเร็วกว่าปกติ
กินโปรตีนเท่าไหร่เมื่อ eGFR ต่ำและยังไม่ฟอกเลือด?
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024 แนะนำโปรตีน 0.6-0.8 g/kg/วัน สำหรับผู้ที่มี eGFR ต่ำกว่า 30 และยังไม่ได้รับการฟอกเลือด ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูงที่มีฟอสฟอรัสต่ำ เช่น ไข่ขาวและปลาเนื้อขาว โดยไม่ควรลดโปรตีนต่ำเกินกว่า 0.6 g/kg เพราะเสี่ยงต่อ protein-energy wasting
eGFR เปลี่ยนแปลงได้ชั่วคราวหรือไม่?
ได้ ค่า eGFR อาจลดลงชั่วคราวได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขาดน้ำ การใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบ การกินโปรตีนสูงมากก่อนเจาะเลือด หรือการออกกำลังกายหนักมาก ดังนั้นการวินิจฉัย CKD ต้องอาศัยค่าต่ำกว่า 60 ติดต่อกัน 3 เดือน ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว

สรุปและขั้นตอนถัดไปสำหรับผู้ที่มีอัตราการกรองของไต eGFR ต่ำ

ทดลองใช้ แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหาร คำนวณสารอาหารเฉพาะผู้ป่วยโรคไต และปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพจาก Eatwellconcept ได้เลยวันนี้

เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามแนวทาง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตทุกรายควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา

อ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1-117. https://doi.org/10.1016/j.kint.2023.10.018
  2. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
  3. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2566. กรมอนามัย.
  4. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4. สืบค้นจาก https://www.inmu.mahidol.ac.th/inmucal/
  5. USDA Agricultural Research Service. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov/
  6. Leem, A. Y., et al. (2025). U-shaped association between estimated glomerular filtration rate and all-cause mortality: a large-scale cohort study. PMID 41931339. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41931339/

สรุป

ค่า eGFR คือ ดัชนีสำคัญในการประเมินการทำงานของไต โดยระดับที่ต่ำกว่า 60, 30 และ 15 mL/min/1.73m² จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับพฤติกรรม วางแผนโภชนาการจำกัดโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ร่วมกับนักกำหนดอาหาร และเตรียมตัวบำบัดทดแทนไตตามลำดับ ทว่าผลวิจัยรูปตัว U (U-shape) ชี้ให้เห็นว่าค่า eGFR ที่สูงผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงระยะแรกก็เป็นอันตรายจากภาวะไตกรองหนักเกินไป (Hyperfiltration) เช่นกัน ดังนั้นสามารถทดลองใช้ แอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหาร คำนวณสารอาหารเฉพาะผู้ป่วยโรคไต และปรึกษานักกำหนดอาหารวิชาชีพจาก Eatwellconcept ได้เลยวันนี้

เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามแนวทาง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565 และ KDIGO 2024

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตทุกรายควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา

อ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1-117. https://doi.org/10.1016/j.kint.2023.10.018
  2. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
  3. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2566. กรมอนามัย.
  4. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4. สืบค้นจาก https://www.inmu.mahidol.ac.th/inmucal/
  5. USDA Agricultural Research Service. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov/
  6. Leem, A. Y., et al. (2025). U-shaped association between estimated glomerular filtration rate and all-cause mortality: a large-scale cohort study. PMID 41931339. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41931339/

ไม่แน่ใจว่าอาหารที่กินอยู่ปลอดภัยสำหรับไตของคุณไหม?

Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ

เมนูและกับข้าวที่คำนวณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนมาให้ตามแนวทางผู้ป่วยโรคไตตามระยะของคุณ — แค่เปิดแพ็คแล้วกิน ไม่ต้องนับเองทุกวัน

สั่งเลย

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ