สมุนไพรบำรุงไต เรื่องจริงหรือแค่การตลาด

อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569

สมุนไพรบำรุงไต บำรุง หรือ ทำลาย? คือคำถามที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระวังก่อนเริ่มใช้สมุนไพร แม้จะมีคำกล่าวอ้างว่าช่วยฟื้นฟูไต แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง สมุนไพรหลายชนิดกลับมีสารพิษที่อันตรายต่อไตโดยตรง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสมุนไพรกลุ่มที่มีกรดอะริสโตโลคิก(Aristolochic acid) หรือแม้แต่อาหารพื้นบ้านอย่างถั่วลูกเหนียง(Djenkol Beans) ซึ่งมีงานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) ระบุชัดว่าอาจเร่งให้เกิดภาวะไตวายได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นการเลือกรับประทานจึงต้องอาศัยความเข้าใจมากกว่าเพียงแค่คำบอกเล่า

  • สมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน
  • กรดอะริสโตโลคิกและลูกเหนียงมีพิษต่อไต
  • ควรปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนใช้สมุนไพร
  • เลือกใช้สมุนไพรที่ปลอดภัย

สมุนไพรใดที่ผู้ป่วย CKD ควรหลีกเลี่ยง?

ผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีพิษต่อไต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างสรรพคุณว่า “ดีท็อกซ์ไต” ที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัย สารเหล่านี้อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันหรือเร่งให้เกิดอาการแย่ลงได้ การหลีกเลี่ยงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน  (กรมการแพทย์แผนไทย, 2566) 

  • กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) และความเสี่ยงต่อไต

กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) เป็นสารพิษที่พบในสมุนไพรตระกูล Aristolochia เช่น กำลังช้างสาร, ไคร้เครือ, กระเช้าสีดา, กระเช้าถุงทอง และสมุนไพรจีนบางชนิด สารนี้สามารถทำลายเซลล์ไตโดยตรง และมีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันและมะเร็งทางเดินปัสสาวะ (WHO, 2023) แม้จะได้รับในปริมาณน้อยก็เสี่ยงต่อผู้ป่วยโรคไต CKD อย่างมาก ดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรทุกชนิดที่มีส่วนผสมของพืชกลุ่มนี้

  • ลูกเหนียง (Djenkol Beans) และไตวายเฉียบพลัน

ลูกเหนียง (Djenkol Beans) เป็นอาหารพื้นบ้านในภาคใต้ของไทย มีรายงานว่าการรับประทานลูกเหนียงในปริมาณมากหรือแม้แต่ปริมาณปานกลางอาจทำให้เกิดภาวะ djenkolism ซึ่งเป็นพิษต่อไตและนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ผู้ป่วยโรคไต CKD จึงห้ามทานอาหารที่มีลูกเหนียงโดยเด็ดขาด

สมุนไพรที่อาจปลอดภัยหรือมีประโยชน์ใน CKD

แม้สมุนไพรบางชนิดจะมีความเสี่ยงต่อไต แต่ก็มีสมุนไพรที่มีข้อมูลว่าปลอดภัยหรืออาจมีประโยชน์ในผู้ป่วยโรคไต CKD หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น 

  • สมุนไพรต้านอักเสบ เช่น ขิง ขมิ้น

ขิง (Zingiber officinale) และขมิ้น (Curcuma longa) มีสารต้านอักเสบตามธรรมชาติ เช่น จินเจอรอลและเคอร์คูมิน งานวิจัยพบว่าการรับประทานขิงหรือขมิ้นในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยลดการอักเสบในร่างกายและไม่เพิ่มภาระต่อไตในผู้ป่วยโรคไต CKD ที่ไม่มีข้อห้าม อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบเข้มข้นหรืออาหารเสริมโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

  • สมุนไพรขับปัสสาวะ เช่น ใบตำแย (nettle) และรากแดนดิไลออน

ใบตำแย (nettle) และรากแดนดิไลออน (dandelion root) มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ ช่วยลดอาการบวมน้ำในผู้ป่วย CKD ระยะต้น แต่ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีภาวะไตวายหรือได้รับการฟอกไตแล้ว การใช้สมุนไพรเหล่านี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของนักกำหนดอาหารหรือแพทย์เท่านั้น (กรมอนามัย, 2566)

ตารางเปรียบเทียบสมุนไพร: ปลอดภัย vs อันตราย

สมุนไพรสถานะความปลอดภัยผลต่อไตตัวอย่างอาหารไทย
กำลังช้างสารอันตรายเสี่ยงไตวายเฉียบพลันยาดองสมุนไพร
ลูกเหนียงอันตรายพิษต่อไตแกงไตปลา, น้ำพริกลูกเหนียง
ขิงปลอดภัย (ในปริมาณเหมาะสม)ต้านอักเสบต้มขิง, น้ำขิง
ขมิ้นปลอดภัย (ในปริมาณเหมาะสม)ต้านอักเสบแกงเหลือง, แกงกะหรี่

คำแนะนำปฏิบัติสำหรับผู้ป่วย CKD และผู้ดูแล

ผู้ป่วย CKD ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีรายงานพิษต่อไตทุกชนิด อ่านฉลากผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างละเอียด ปรึกษานักกำหนดอาหารหรือแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรทุกครั้ง และควรเลือกอาหารที่มีสมุนไพรปลอดภัย เช่น ขิง ขมิ้น ในปริมาณที่เหมาะสม โดยควรเลือกกินเป็นลักษณะอาหาร แทนที่จะกินในรูปแบบสารสกัด เพราะจะเพิ่มภาระต่อไต และ ตับ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพื้นบ้านที่มีลูกเหนียงหรือสมุนไพรจีนที่ไม่รู้แหล่งที่มา

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรร่วมกับยา

สมุนไพรบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยารักษา CKD เช่น ยาขับปัสสาวะ ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาลดความดันโลหิต การใช้สมุนไพรร่วมกับยาอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ภาวะโพแทสเซียมสูงหรือต่ำ หรือทำให้ยาออกฤทธิ์ผิดปกติ ดังนั้นควรแจ้งแพทย์และนักกำหนดอาหารทุกครั้งหากใช้สมุนไพรควบคู่กับยา (กรมอนามัย, 2566)

สมุนไพรบำรุงไตกับอาหารไทยที่ควรระวัง

อาหารไทยบางเมนูอาจมีส่วนผสมของสมุนไพรที่เป็นอันตรายต่อไต เช่น แกงที่ใส่ลูกเหนียงในภาคใต้ หรือเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีส่วนผสมของสมุนไพรจีนชนิดต่าง ๆ ผู้ป่วยโรคไต CKD ควรสอบถามส่วนผสมก่อนรับประทานและหลีกเลี่ยงเมนูที่ไม่แน่ใจในความปลอดภัย (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566)

ตัวอย่างแผนมื้ออาหารที่หลีกเลี่ยงสมุนไพรเสี่ยง

  • เช้า – ข้าวต้มปลา 200 กรัม โรยขิงสด 5 กรัม
  • กลางวัน – ข้าวสวย 150 กรัม กับแกงจืดตำลึง 1 ถ้วย
  • เย็น – ข้าว 100 กรัม กับต้มข่าไก่ (ไม่ใส่ขมิ้นมากเกินไป) 1 ถ้วย 

FAQ: คำถามที่ผู้ป่วยโรคไต CKD มักสงสัย

สมุนไพรใดอันตรายต่อไตในผู้ป่วยโรคไต CKD?
สมุนไพรที่อันตรายต่อไต เช่น กำลังช้างสาร  (มีกรดอะริสโตโลคิก) ลูกเหนียง และสมุนไพรจีนบางชนิด อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาดในผู้ป่วยโรคไต CKD (WHO, 2023)
สมุนไพรบำรุงไตชนิดใดอาจปลอดภัยสำหรับโรคไต CKD?
ขิงและขมิ้นในปริมาณเหมาะสมอาจปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD เพราะมีฤทธิ์ต้านอักเสบ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบเข้มข้นหรืออาหารเสริมโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สมุนไพรบำรุงไตมีผลข้างเคียงอย่างไรในโรคไต CKD?
สมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน เพิ่มโปรตีนในปัสสาวะ หรือทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น บวมและผื่น ควรเลือกใช้สมุนไพรที่มีข้อมูลความปลอดภัยเท่านั้น
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรบำรุงไตหรือไม่?
ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนใช้สมุนไพรทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต CKD เพราะสมุนไพรบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาและทำให้ไตแย่ลง
สมุนไพรบำรุงไตชนิดไหนที่ควรหลีกเลี่ยงในอาหารไทย?
ควรหลีกเลี่ยงลูกเหนียง กำลังช้างสาร และสมุนไพรจีนที่ไม่รู้แหล่งที่มาในอาหารไทย เช่น แกงไตปลา น้ำพริกลูกเหนียง หรือยาดองสมุนไพร
สมุนไพรบำรุงไตช่วยชะลอ CKD ได้จริงหรือ?
ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าสมุนไพรบำรุงไตช่วยชะลอโรคไต CKD ได้จริง ควรเน้นการควบคุมอาหารและใช้ยาตามคำแนะนำแพทย์เป็นหลัก
สมุนไพรขับปัสสาวะปลอดภัยสำหรับ CKD หรือไม่?
สมุนไพรขับปัสสาวะ เช่น ใบตำลึง หรือรากแดนดิไลออน อาจปลอดภัยในโรคไต CKD ระยะต้น แต่ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อสมดุลน้ำและเกลือแร่
สมุนไพรในรูปแบบชา “ดีท็อกซ์ไต” อันตรายหรือไม่?
ชา “ดีท็อกซ์ไต” ที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยหรือมีส่วนผสมของสมุนไพรเสี่ยง เช่น กำลังช้างสาร อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคไต CKD ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

สรุปและข้อเสนอแนะจากนักกำหนดอาหาร

สมุนไพรบำรุงไต อันตรายต่อไต หรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ป่วย CKD และผู้ดูแลต้องให้ความใส่ใจ ควรเลือกใช้สมุนไพรภายใต้คำแนะนำของนักกำหนดอาหารหรือแพทย์เสมอ หลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีรายงานว่าเป็นพิษต่อไต เช่น กำลังช้างสาร ลูกเหนียง และผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างว่า “ดีท็อกซ์ไต” ที่ไม่แน่ใจในความปลอดภัย หากต้องการคำปรึกษาเฉพาะบุคคล ดาวน์โหลดแอป Wello เพื่อรับคำแนะนำโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD กับนักกำหนดอาหารได้โดยตรง

เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept

อ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2566). แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. กระทรวงสาธารณสุข.
  • กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). สมุนไพรกับโรคไต.
  • World Health Organization. (2023). Traditional herbal medicines and kidney injury. https://www.who.int/
  • U.S. Department of Agriculture, FoodData Central. (2024). Djenkol Beans. https://fdc.nal.usda.gov/
  • สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2566). ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการอาหารไทย.
  • PubMed. (2022). Ginger and turmeric in CKD. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

ไม่แน่ใจว่าอาหารที่กินอยู่ปลอดภัยสำหรับไตของคุณไหม?

Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ

เมนูและกับข้าวที่คำนวณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนมาให้ตามแนวทางผู้ป่วยโรคไตตามระยะของคุณ — แค่เปิดแพ็คแล้วกิน ไม่ต้องนับเองทุกวัน

สั่งเลย

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ