fbpx

Nutrition Solution & Corporate Wellness Management

สายกาแฟเตรียมเฮ !!! วิจัยพบว่า กาแฟต้านมะเร็งตับได้

          ก่อนหน้านี้เราเคยพูดถึงปริมาณกาแฟที่ควรกินได้ใน 1 วันไปแล้วว่าไม่ควรดื่มกาแฟดำเกิน 3 แก้ว กาแฟสด 3 แก้ว กาแฟกระป๋อง 2 กระป๋อง เพื่อป้องกันการเกิดอาการใจสั่น กระวนกระวาย หรือนอนไม่หลับ แต่ใครจะไปรู้ว่า การดื่ม กาแฟต้านมะเร็ง ตับได้ด้วย แบบนี้สายกาแฟมีเฮอย่างแน่นอน แล้วต้องดื่มวันละกี่แก้วถึงจะต้านได้กันนะ

ความน่าสนใจของ กาแฟ

          กาแฟ จัดเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนวัยทำงาน เพราะสารในกาแฟที่มีชื่อว่า “คาเฟอีน” ที่มีหน้าตาคล้ายกับสารสื่อประสาทชื่อว่า อะดีโนซิน ที่ทำให้เราง่วงนั่นเอง และเมื่อเราได้รับคาเฟอีนแล้วคาเฟอีนจะไปขัดขวางการดูดซึมอะดีโนซีนเข้าสู่สมอง ทำให้เรารู้สึกไม่ง่วง อีกทั้งช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า สงบ และมีความพร้อมต่อการทำงานมากขึ้นอีกด้วย แต่ในบางคนก็ต้องระวังหากดื่มกาแฟมากเกินไปอาจทำให้ใจสั่น กระวนกระวายใจได้เช่นกัน โดย 1 วันเราควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 300 มิลลิกรัม หรือเทียบเป็นปริมาณกาแฟได้ ดังนี้

  • กาแฟดำ 3 – 4 แก้ว (คาเฟอีน 80 มิลลิกรัมต่อแก้ว)
  • กาแฟสด 3 แก้ว (คาเฟอีน 100 มิลลิกรัมต่อแก้ว)
  • กาแฟกระป๋อง 2 กระป๋อง (คาเฟอีน 150 – 160 มิลลิกรัมต่อแก้ว)

และหลังจากที่ได้มีการศึกษาผลของคาเฟอีนในกาแฟว่าช่วยกระตุ้นการทำงานให้เราได้แล้ว นอกจากนี้กาแฟก็ยังสามารถต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย ด้วยผลดีเหล่านี้ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงผลดีของกาแฟอีกมากมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจที่เรานำมาพูดถึงก็คือ กาแฟต้านมะเร็งตับ แล้วเราจะต้องดื่มกาแฟกี่แก้วดีถึงจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

รู้แล้วต้องอึ้ง กาแฟต้านมะเร็ง “ตับ”

          ในช่วงปีหลาย 10 ปีที่ผ่านมาเหล่านักวิจัยได้ให้ความสนใจถึงผลของการดื่มกาแฟในด้านต่าง ๆ มากมายแต่ที่ได้รับการยืนยันอย่าชัดเจนแล้วว่าการดื่มกาแฟนั้นมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งตับได้ด้วย โดยจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ได้พบว่า การดื่มกาแฟเพิ่มขึ้นวันละ 1 แก้วจะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งตับได้ถึง 15% และสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคตับแข็งได้ราว 50% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ และยังพบว่าสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ ได้ถึง 3% เลยทีเดียว ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจสำหรับคอกาแฟอย่างแน่นอน            

จากข้อมูลทั้งหมดสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ว่า การดื่มกาแฟสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งตับและโรคตับแข็งได้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย แต่ว่าก็ต้องระวังการดื่มกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป โดยดื่มกาแฟสด กาแฟดำไม่เกิน 3 แก้วต่อวัน หรือกาแฟกระป๋องไม่เกิน 2 กระป๋องต่อวัน เพื่อป้องกันอาการข้างเคียงจากการได้รับคาเฟอีนมากกว่า 300 มิลลิกรัม เช่น อาการมือไม้สั่น ใจสั่น กระวนกระวาย หงุดหงิด หรือนอนไม่หลับ เป็นต้น็นต ดังนั้นดื่มกาแฟวันละ 1 – 2 แก้วก็เพียงพอต่อการเพิ่มความตื่นตัวและต้านมะเร็งแล้ว แต่ยังต้องระวังการใส่นมข้นหวาน น้ำตาลทราย น้ำเชื่อมลงในกาแฟด้วย ซึ่งถ้าเลือกเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลได้ก็ถือว่าจะดีต่อสุขภาพที่สุดครับ ด้วยความห่วงใยจากเรา อีทเวลล์คอนเซปต์

ติดตามบทความด้านโภชนาการต่าง ๆ

จากนักกำหนดอาหารของ อีทเวลล์คอนเซปต์ ก่อนใคร ที่นี่

เมื่อวานนี้ทานอะไร?

เล่าเรื่องราวของอาหารในมิติต่าง ๆ ที่น่าสนใจและมีมากกว่าแค่ “น่ากิน”

อ้างอิง

  1. Coffee, tea, caffeine and risk of depression: A systematic review and dose–response meta‐analysis of observational studies. Mol. Nutr. Food Res., 60: 223-234. https://doi.org/10.1002/mnfr.201500620
  2. Godos, J., Micek, A., Marranzano, M., Salomone, F., Rio, D. D., & Ray, S. (2017). Coffee Consumption and Risk of Biliary Tract Cancers and Liver Cancer: A Dose-Response Meta-Analysis of Prospective Cohort Studies. Nutrients9(9), 950. https://doi.org/10.3390/nu9090950
  3. Yu, X., Bao, Z., Zou, J., & Dong, J. (2011). Coffee consumption and risk of cancers: a meta-analysis of cohort studies. BMC cancer11, 96. https://doi.org/10.1186/1471-2407-11-96
  4. Alicandro, G., Tavani, A., & La Vecchia, C. (2017). Coffee and cancer risk: a summary overview. European journal of cancer prevention : the official journal of the European Cancer Prevention Organisation (ECP)26(5), 424–432. https://doi.org/10.1097/CEJ.0000000000000341
  5. Ren, Y., Wang, C., Xu, J., & Wang, S. (2019). Cafestol and Kahweol: A Review on Their Bioactivities and Pharmacological Properties. International journal of molecular sciences20(17), 4238. https://doi.org/10.3390/ijms20174238

Amnad Chittiwasurat
นักกำหนดอาหารที่อยากให้ทุกคนสามารถควบคุมอาหารได้อย่างมีความสุข

อ่านเพิ่มเติม