fbpx

Nutrition Solution & Corporate Wellness Management

เรื่องไตไต อาหารคนโรคไต กินโปรตีนอย่างไรให้พอ

ผู้ป่วยโรคไตนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายระยะตามความสามารถในการกรองของเสียของไตที่เหลืออยู่ ซึ่งในแต่ละระยะนั้นก็มีความจำเป็นในการควบคุมอาหารที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้มีการพูดถึงการกินผักและผลไม้ของผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังกันไปบ้างแล้ว รวมถึงอาหารต่าง ๆ ว่าผู้ป่วยโรคไตสามารถกินได้หรือไม่ทั้งกาแฟ ข้าวโพด เครื่องปรุงสูตรลดโซเดียม หรือน้ำตาลเทียม แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึง อาหารคนโรคไต ที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก ๆ ต่อร่างกายอย่าง “โปรตีน” ว่าตกลงแล้วผู้ป่วยโรคไตต้องกินโปรตีนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอและไม่เป็นอันตรายต่อไตของเรา

สาเหตุที่ต้องระวังของ อาหารคนโรคไต

ผู้ป่วยโรคไตนั้นจะถูกนับว่าเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อไตมีการผิดปกติตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยอาจพบอัตราการกรองของไต (estimated glomerular filtration rate, eGFR) ที่ผิดปกติหรือไม่ก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยโรคไตจะใช้อัตราการกรองของไตในการแบ่งระยะของโรคไต ดังนี้

  • ระยะที่ 1 อัตราการกรองของไต ≥90 ml/min/1.73m2 ถือว่า ปกติ
  • ในระยะที่ 2 อัตราการกรองของไต 60 – 89 ml/min/1.73m2 ถือว่า มีการลดลงเล็กน้อย
  • ระยะที่ 3a อัตราการกรองของไต 45 – 59 ml/min/1.73m2 ถือว่า มีการลดลงเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ในระยะที่ 3b อัตราการกรองของไต 30 – 44 ml/min/1.73m2 ถือว่า มีการลดลงปานกลางถึงมาก
  • ระยะที่ 4 อัตราการกรองของไต 15 – 29 ml/min/1.73m2 ถือว่า มีการลดลงอย่างมาก
  • ระยะที่ 5 อัตราการกรองของไต < 15 ml/min/1.73m2 ถือว่า ไตวายระยะสุดท้าย

ซึ่งการกิน อาหารคนโรคไต นั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละระยะอย่างเช่นในระยะที่ 1 – 3 อาจมีการจำกัดสารอาหารบางชนิด เช่น โซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม โพแทสเซียมไม่เกิน 3,500 มิลลิกรัม รวมถึงฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มิลลิกรัม  เป็นต้น เพื่อชะลอการเสื่อมลงของไตให้สามารถยังดำเนินชีวิตอยู่ได้นั่นเอง แต่ในผู้ป่วยที่อาการเสื่อมของไตอยู่ในระยะที่ 4 – 5  จะมีความจำเป็นที่ต้องจำกัดสารอาหารดังกล่าวมากขึ้น หรือเข้ารับการบำบัดทดแทนไต โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) หรือ การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) เพื่อช่วยกำจัดน้ำและของเสียแทนไตที่เสื่อมไปนั่นเอง ซึ่งผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร เช่น โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี และที่สำคัญโปรตีน เป็นต้น  เพิ่มขึ้น เพราะเกิดการสูญเสียไปในขณะบำบัดทดแทนไตนั่นเอง ซึ่งก็มีสารอาหารอีกหนึ่งตัวที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อร่างกาย และ อาหารคนโรคไต นั่นก็คือโปรตีน แล้วใน 1 วันผู้ป่วยโรคไตต้องกินโปรตีนเท่าไหร่ คิดเป็นเนื้อสัตว์ได้แค่ไหน

โปรตีนของคนโรคไต กินแค่ไหนถึงจะพอ

สำหรับปริมาณโปรตีนที่ผู้ป่วยโรคไตควรได้รับก็จะแตกต่างกันไปตามระยะของโรค รวมไปถึงว่าผู้ป่วยโรคไตคนนั้นได้รับการบำบัดทดแทนไตแล้วหรือยัง เพราะโปรตีนเมื่อถูกย่อยและดูดซึมแล้วจะเกิดของเสียที่เรียกว่า “ยูเรีย” โดยร่างกายของเราจะทำการขับออกทางไตนั่นเอง ทำให้ผู้ป่วยโรคป่วยโรคไตต้องมีการควบคุมโปรตีนให้เหมาะสม เพื่อชะลอการเสื่อมของไต ซึ่งมีเกณฑ์แนะนำไว้ดังนี้

  1. ผู้ป่วยระยะที่ 1 – 3a สามารถกินโปรตีนได้ 0.8 – 1 กรัม/น้ำหนักตัวอุดมคติ/วัน
  2. ผู้ป่วยในระยะที่ 3b – 5 ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ต้องจำกัดโปรตีนอยู่ที่ 0.6 – 0.8 กรัม/น้ำหนักตัวอุดมคติ/วัน แต่ถ้าในกรณีเจ็บป่วยนั้นต้องได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้นเป็น 1.0 – 1.2 กรัม/น้ำหนักตัวอุดมคติ/วัน
  3. ผู้ป่วยในระยะที่ 4 – 5 ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต อาจได้รับการจำกัดโปรตีนอยู่ที่ 0.4 กรัม/น้ำหนักตัวอุดมคติ/วัน แต่ต้องได้รับการเสริมกรดอะมิโนจำเป็นร่วมด้วย
  4. ผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ควรได้รับโปรตีน 1.1 – 1.4 กรัม/น้ำหนักตัวอุดมคติ/วัน เพื่อรักษาสมดุลของไนโตรเจนที่อาจเสียไปในระหว่างการบำบัดทดแทนไต

ตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะงงว่าแล้ว “น้ำหนักในอุดมคติ” คือเท่าไหร่ โดยปกติแล้วน้ำหนักในอุดมคติก็สามารถคำนวณได้ง่าย ๆ ดังนี้

น้ำหนักในอุดมคติ = ส่วนสูง – 100 (สำหรับผู้ชาย) และ ส่วนสูง – 110 (สำหรับผู้หญิง)

หรือ

น้ำหนักในอุดมคติ = 22 × ส่วนสูง2 (เมตร)

และเมื่อนำน้ำหนักในอุดมคติไปคำนวณกับปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับแล้วทุกคนก็จะทราบว่าในวันนึงต้องได้รับโปรตีนเท่าใด และหลังจากนั้นเมื่อนำปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับมาหารด้วย 7 ก็จะได้ปริมาณส่วนของเนื้อสัตว์ที่สามารถกินได้ใน 1 วัน โดยตัวอย่างเนื้อสัตว์ 1 ส่วน คือ

  • ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 ฟอง หรือไข่ไก่เฉพาะไข่ขาว 2 ฟอง
  • เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว เป็นต้น ที่ปรุงสุกแล้วจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
  • เนื้อสัตว์ปรุงสุก 30 กรัม ก็เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ 1 ส่วน
  • อื่น ๆ เช่น เต้าหู้อ่อน ½ หลอด กุ้ง 5 ตัว แฮม 1 แผ่น ลูกชิ้นหมู/ไก่ 5 ลูก เป็นต้น

โดยควรเลือกกินเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เพื่อให้ได้รับกรดอะมิโนจำเป็นอย่างครบถ้วนและได้รับไขมันไม่เกินความต้องการต่อวัน แต่ในผู้ป่วยที่ต้องควบคุมสารอาหารอย่าง ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม อาจต้องเลือกชนิดให้เหมาะสมด้วย

เพียงเท่านี้ผู้ป่วยโรคไตก็สามารถคำนวณโปรตีนที่ควรกินใน 1 วันได้อย่างง่าย ๆ เพียงแค่นำน้ำหนักตัวของเราคูณด้วยเกณฑ์ด้านบน แล้วนำมาหารด้วย 7 ก็จะทราบถึงปริมาณแล้ว แต่อย่าลืมเลือกกินเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพื่อให้ได้รับกรดอะมิโนอย่างครบถ้วน และดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าผู้ป่วยโรคไตคนไหนไม่รู้ว่าต้องกินปริมาณเท่าไหร่ก็สามารถสอบถามนักกำหนดอาหารในโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ได้ ว่าใน 1 วันควรกินโปรตีนเท่าไหร่ถึงดี และควรเลือกกินอะไรถึงจะดีกับตัวเรามากที่สุด แต่ถ้าไม่รู้จะสอบถามนักกำหนดอาหารที่โรงพยาบาลอย่างไรก็สามารถให้นักกำหนดอาหารจากอีทเวลล์คอนเซปต์ช่วยคิดปริมาณโปรตีน เมนูที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างง่ายได้เลย ที่นี่

ไม่พลาดบทความด้านโภชนาการต่าง ๆ ก่อนใคร ที่นี่

เมื่อวานนี้ทานอะไร?

เล่าเรื่องราวของอาหารในมิติต่าง ๆ ที่น่าสนใจและมีมากกว่าแค่ “น่ากิน”

อ้างอิงจาก

Amnad Chittiwasurat
นักกำหนดอาหารที่อยากให้ทุกคนสามารถควบคุมอาหารได้อย่างมีความสุข

อ่านเพิ่มเติม