การกินอาหารถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในการดูแลสุขภาพ ทำให้ในปัจจุบันเกิดการกินอาหารรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในหลักการกินอาหารที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือ “การกินแบบ Food combination” หรือการจับคู่อาหารนั่นเอง วันนี้มาลองฟังข้อมูลจากนักกำหนดอาหารกันว่า รูปแบบการกินนี้จะดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่
การกินอาหารแบบ Food combination คืออะไร
การกินอาหารตามหมวด คือ หลักการกินอาหารที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการจับคู่อาหารที่กินคู่กันแล้ว อาจส่งผลดีต่อสุขภาพที่มากขึ้นได้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการกินอาหารบางชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานหนักจนเกินไป และป้องกันการเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง แล้วการกินอาหารแบบจับคู่นี้ดีต่อสุขภาพของเราจริงหรือไม่ เราไปหาคำตอบกัน
ไขความลับหลากเทคนิคของการจับคู่ของการกินอาหารตามหมวด
กินให้ดี ไม่ควรกินผลไม้พร้อมอาหาร
ตามหลักการกินอาหารข้อแรก คือแนะนำไม่ให้เรากินผลไม้ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แตงโม คู่กับการกินอาหารอื่น ๆ เนื่องจากจะทำให้การย่อยอาหารทำงานหนักและใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น แต่หากดูข้อมูลจนถึงปัจจุบันนี้ พบว่าไม่ได้มีผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า การกินผลไม้พร้อมอาหาร จะทำให้ร่างกายทำงานหนักมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามยังพบว่าสารอาหารบางอย่างในผลไม้ เช่น วิตามินซียังมีบทบาทช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก1ได้อีกด้วย หรือสารเบต้าแคโรทีนที่พบในผักผลไม้สีเหลือง-ส้มนั้น จำเป็นต้องดูดซึมไปพร้อมกับไขมันในอาหาร2 จนกล่าวได้ว่าหากกินผักผลไม้ที่มีเบตาแคโรทีน โดยปราศจากไขมันในมื้อนั้นแล้วล่ะก็ เหมือนกับเราสูญเสียสารตัวนี้ออกไปจากร่างกายเลย เป็นต้น
อย่ากินข้าวพร้อมกับเนื้อสัตว์
จากแนวคิดการกินอาหารแบบ Combination นั้น จะเชื่อว่าโปรตีนถือเป็นชนิดของอาหารที่ย่อยได้เร็วที่สุด แต่หากกินพร้อมกับข้าวหรือแหล่งแป้ง จะทำให้การย่อยใช้เวลามากขึ้น อีกทั้งย่อยได้ยากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางวิทยาศาสตร์กลับพบว่าการกินอาหารมีที่ส่วนประกอบเป็นคาร์โบไฮเดรตเพียงอย่างเดียว ร่างกายก็จะหลั่งเอนไซม์เพปซิน (Pepsin) และไลเปส (Lipase) ซึ่งมีหน้าที่ในการย่อยโปรตีนและไขมันตามลำดับออกมาด้วยอยู่ดี3,4 แปลว่าอาหารกลุ่มข้าวแป้งก็ไม่ได้ขัดขวางการย่อยหรือดูดซึมแหล่งอาหารโปรตีนอย่างที่เชื่อกัน ดังนั้น ความเชื่อของหลักการกินในข้อนี้อาจจะไม่ถูกต้องนัก
ห้ามกินอาหารที่มีความเป็นกรดคู่กับเนื้อสัตว์
การกินอาหารที่มีความเป็นกรดกับเนื้อสัตว์พร้อมกัน ตามหลักการกินได้บอกไว้ว่า กรดจะทำให้เอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยโปรตีนเกิดการสลายตัว และอาจก่อให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้อีกด้วย ซึ่งความเป็นจริงนั้น เอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยอาหารอย่างเพปซิน (Pepsin) นั้นจะสามารถทำงานได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด ซึ่งในกระเพาะอาหารของเรานั้น จะมีการสร้างกรดเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร รวมทั้งกระตุ้นให้เอนไซม์เพปซินทำงานได้อยู่แล้ว5 ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของเราจะมีระบบปรับสมดุลความเป็นกรดเบสภายในระบบย่อยอาหารด้วยตัวเอง เพื่อให้การทำงานของระบบทางเดินอาหารเป็นไปอย่างปกติ
หนึ่งมื้อควรมีเนื้อสัตว์เพียงชนิดเดียว
หลักข้อสุดท้ายที่หยิบยกมาเล่า ตามหลักการกินก็คือ ห้ามกินโปรตีนหลากหลายชนิดในมื้อเดียว เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าโปรตีนที่แตกต่างกันจะต้องใช้น้ำย่อยที่แตกต่างกันและใช้เวลาต่างกัน เพราะตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วการย่อยอาหารจะใช้เอนไซม์หลากหลายชนิดในการย่อยแต่ละประเภท โดยสำหรับโปรตีนจะต้องใช้น้ำย่อยเพปซินและตัวอื่น ๆ6 ที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร รวมถึงตับอ่อน ก่อนจะดูดซึมทั้งหมดที่ลำไส้เล็ก ในความเป็นจริงนั้น แม้จะกินเนื้อสัตว์หลายชนิดในมื้อเดียวกัน อาหารเหล่านี้ก็จะถูกย่อยตามประเภทของสารอาหารและเอนไซม์ ไม่แตกต่างกัน และไม่เกิดความผิดปกติในการย่อยอาหารแต่อย่างใด
สรุปแบบง่าย ๆ ก็จะเห็นได้ว่าการกินอาหารแบบ Food combination นั้น หลาย ๆ ประเด็นก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนว่ามีผลดีต่อสุขภาพ และในทางกลับกันการกินอาหารแบบผสมรวมหลายชนิดนั้นช่วยส่งเสริมการย่อยและการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุได้อีกด้วย ดังนั้นการกินอาหารเพื่อสุขภาพนั้นควรเลือกรูปแบบการกินที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และที่สำคัญต้องทำการปรับพฤติกรรมการกินควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด
สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
ไม่พลาดบทความด้านโภชนาการ
ของ อีทเวลล์คอนเซปต์ ก่อนใคร