ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : นักกำหนดอาหาร

โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD

โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท โดยปริมาณโพแทสเซียมในอาหารถือว่าสูงเมื่อมีมากกว่า 200–270 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ตามเกณฑ์ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (2566) ผู้ป่วย CKD ควรจำกัด โพแทสเซียม เท่าไร? แนวทางการจำกัด โพแทสเซียม สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (กรมอนามัย 2565) อาหารใดที่มีโพแทสเซียมสูงและควรหลีกเลี่ยง? อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ กล้วยหอม มันฝรั่ง ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ อะโวคาโด ถั่วเหลือง และผลไม้แห้ง เช่น อินทผลัม ลูกพรุน อาหารเหล่านี้หากบริโภคในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมสูงในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วย CKD ระยะ 4–5 ที่ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยลง (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือกอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำหรือปานกลาง ตัวอย่างผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง […]

เป็นโรคไต กินลูกเนียง ได้มั้ย ?

ลูกเนียงหรือลูกเหนียง (Archidendron pauciflorum หรือที่รู้จักในชื่อ Djenkol bean / Jering) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมกินในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มักกินดิบหรือปรุงสุก มีกลิ่นเฉพาะตัว สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำตอบตรงๆ คือ ลูกเนียงเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรงแม้แต่ในคนปกติ ซึ่งต่างจากสะตอ (Parkia speciosa) โดยสิ้นเชิง ลูกเนียง vs สะตอ — ต่างกันอย่างไร คนมักสับสนระหว่างสองชนิดนี้ แต่เป็นพืชและกลไกอันตรายคนละแบบ สะตอ (Parkia speciosa) สารสำคัญ: Organosulfides (ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่น)ผลต่อไต: ไม่มีหลักฐานว่าเป็นพิษโดยตรงปริมาณเล็กน้อย: ผู้ป่วย G1–G3 ยังพอกินได้ ลูกเนียง (Archidendron pauciflorum) สารสำคัญ: Djenkolic Acid (ตกผลึกในไต)ผลต่อไต: Acute Kidney Injury ได้แม้ในคนปกติปริมาณใดก็ตาม: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง Djenkolic Acid คืออะไร และทำร้ายไตอย่างไร Djenkolic Acid เป็นกรดอะมิโนที่มีกำมะถันซึ่งพบเฉพาะในลูกเนียง เมื่อร่างกายเมตาบอไลซ์สารนี้แล้วขับออกทางปัสสาวะ […]

อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร

อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 อาหารโรคไตที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมอาการบวมน้ำ ความดันโลหิต และป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพเพื่อปรับเมนูให้เหมาะกับแต่ละบุคคล จำกัดโปรตีน 0.6–0.8 กรัม/กก./วัน เลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว ปลา ควบคุมโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม เมนูไทยปรับได้ตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 คืออะไร? อาหารโรคไตระยะ 3–5 คือแนวทางโภชนาการที่ออกแบบเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ลดภาระการทำงานของไต และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน โดยเน้นจำกัดโปรตีนคุณภาพดี (0.6–0.8 กรัม/กก./วัน) ลดโซเดียม (

เป็นโรคไต กินขนมปัง ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินขนมปัง ได้มั้ย ? แล้วควรเลือกแบบไหนถึงจะปลอดภัย คำถามที่พบประจำในคนไข้โรคไต เพราะ ขนมปังเป็นอาหารเช้าที่หลายคนคุ้นเคย แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ไม่ใช่ทุกชนิดที่กินได้อย่างสบายใจ เพราะขนมปังบางประเภทมีโซเดียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าที่คิด ขนมปังแต่ละชนิดมีอะไรที่ต้องระวัง ชนิดขนมปัง โซเดียม (mg/1 แผ่น) ฟอสฟอรัส (mg/1 แผ่น) เหมาะสำหรับ CKD ขนมปังขาว (White bread) ~130–150 ~25–30 ดี ขนมปังโฮลวีต (Whole wheat) ~130–150 ~65–80 จำกัดใน G3b+ ขนมปังมัลติเกรน ~130–170 ~70–100 จำกัดใน G3b+ ขนมปังกรอบ/แครกเกอร์ ~100–300/ชิ้น ~20–40 ระวังโซเดียม ขนมปังขาวมีฟอสฟอรัสต่ำกว่าขนมปังโฮลวีตเพราะรำข้าวสาลีถูกนำออก ทำให้เหมาะกับผู้ป่วย CKD ที่ต้องจำกัดฟอสฟอรัสมากกว่า แม้ว่าจะมีใยอาหารน้อยกว่า   สิ่งที่ต้องดูบนฉลากขนมปัง โซเดียมต่อแผ่น — เลือกที่ต่ำกว่า 150 mg […]

เป็นโรคไต กินแครอท ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินแครอท ได้มั้ย  คำตอบคือ กินได้ แค่ต้องระวังปริมาณ  โดยถ้าใครเคยกังวลว่ากินแครอท 2–3 ชิ้นในซุปแล้วจะเป็นอะไรไหม บอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวลขนาดนั้นค่ะ เพราะแครอทในปริมาณแต่งจาน ผัดนิดหน่อย หรือหั่นบางๆ ใส่ซุป ไม่ได้ส่งผลมากพอที่จะเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือ ปริมาณที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำแครอทปั่น ส้มตำแครอทล้วนๆ หรือผัดแครอทจานใหญ่เป็นกับข้าวหลัก นั่นแหละที่โพแทสเซียมสะสมได้เร็วจริง บทความนี้จะอธิบายว่าอะไรกินได้ อะไรต้องระวัง และมีข้อมูลวิตามิน A ที่ควรรู้สำหรับผู้ป่วยระยะท้ายด้วย แครอทมีโพแทสเซียมเท่าไร   แครอทดิบ 100 g มีโพแทสเซียมประมาณ 235–320 mg ซึ่งถือว่า ปานกลาง เมื่อเทียบกับผักและผลไม้ที่น่ากังวลกว่ามาก อาหาร โพแทสเซียม (mg) ระดับความเสี่ยงในผู้ป่วยโรคไต  แตงกวา 100 g ~147 ต่ำ — กินได้สบาย ถั่วงอก 100 g ~155 ต่ำ — กินได้สบาย แครอท 2–3 ชิ้นบางๆ (~30 […]

ฟอสฟอรัส สารอาหารที่ต้องระวังสำหรับคนไข้โรคไต : ควบคุมอย่างไรให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 ฟอสฟอรัส (Phosphorus) คือแร่ธาตุที่สะสมในเลือดเมื่อไตเสื่อม โดยผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 800 มก./วัน เพื่อป้องกันกระดูกเปราะบางและหลอดเลือดแข็งตัว โดยปกติไตจะขับฟอสฟอรัสส่วนเกินออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อไตเสื่อมประสิทธิภาพ ฟอสฟอรัสจะสะสมในเลือดจนเกินค่าปกติ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) โดยเฉพาะระยะ 3-4-5 จึงต้องควบคุมปริมาณฟอสฟอรัสในอาหารอย่างเข้มงวด จำกัดฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน สำหรับ CKD หลีกเลี่ยงนม ถั่ว ไข่แดง อาหารแปรรูป อ่านฉลากอาหารเพื่อเลี่ยงฟอสฟอรัสแฝง ใช้ยาจับฟอสฟอรัสตามคำแนะนำแพทย์ ฟอสฟอรัส สูงส่งผลอย่างไรต่อผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5? การมีฟอสฟอรัสในเลือดสูง (Hyperphosphatemia) ส่งผลเสียต่อผู้ป่วย CKD อย่างชัดเจน  ฟอสฟอรัสสะสมทำให้กระดูกอ่อนและหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อฟอสฟอรัสสะสมในเลือด จะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเพื่อลดระดับฟอสฟอรัส ส่งผลให้กระดูกเปราะบาง และเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย ขณะเดียวกัน แคลเซียมและฟอสฟอรัสที่สูงในเลือดจะตกตะกอนในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) […]

นับคาร์บ คืออะไร วิธีนับคาร์โบไฮเดรตง่ายๆ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานและ IF/Low‑carb

อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 การ นับคาร์บ (Carb Counting) คือการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารแต่ละมื้อ เช่น ข้าว 1 ทัพพี ≈15 g เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างแม่นยำ ช่วยปรับอินซูลินและวางแผนมื้อได้ดี เช่น มื้อเช้าด้วยข้าวกล้อง 1 ทัพพี จะมีคาร์บประมาณ 15‑20 g  นับคาร์บช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ข้าว 1 ทัพพี ≈ 15 กรัมคาร์บ เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและ IF/Low-carb ใช้ตารางอาหารไทยช่วยนับได้ง่าย การนับคาร์บ คืออะไร และสำคัญอย่างไร? การ นับคาร์บ (Carb Counting) คือวิธีการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ในอาหารแต่ละมื้อ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือทำ IF/Low-carb diet การนับคาร์บช่วยให้สามารถปรับปริมาณอินซูลินหรือวางแผนมื้ออาหารได้เหมาะสมกับเป้าหมายสุขภาพ (American Diabetes Association, 2024) ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตในอาหารไทยมีหลากหลาย เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว […]

มะเขือเทศ กับ ผิว: ประโยชน์และข้อควรรู้เพื่อสุขภาพผิวที่ดี

มะเขือเทศ กับ ผิว: ประโยชน์และข้อควรรู้เพื่อสุขภาพผิวที่ดี อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 มะเขือเทศเป็นแหล่งไลโคปีนและวิตามินซีที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และลดการอักเสบ เราควรบริโภควันละ 100-150 กรัม เช่น มะเขือเทศสดหรือในสลัด เพื่อผิวดูสุขภาพดี มะเขือเทศอุดมด้วยไลโคปีนและวิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและลดการอักเสบ ควรรับประทานวันละ 100-150 กรัม เหมาะสำหรับผู้ต้องการผิวสุขภาพดี มะเขือเทศ กับ ผิว คืออะไร? มะเขือเทศ (Tomato) เป็นผักผลไม้ที่ได้รับความนิยมในอาหารไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะในด้านโภชนาการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพผิว มะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญอย่างไลโคปีน (Lycopene) และวิตามินซี (Vitamin C) ซึ่งมีบทบาทในการปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายของรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) และลดกระบวนการอักเสบในผิวหนัง การบริโภคมะเขือเทศอย่างสม่ำเสมอจึงมีส่วนช่วยให้ผิวแลดูสดใส สุขภาพดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยก่อนวัย (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) กินมะเขือเทศแล้วแก้มแดงจริงหรือ? กลไกการเปลี่ยนสีผิวหลังรับประทานมะเขือเทศ การรับประทานมะเขือเทศไม่ได้ทำให้แก้มแดงโดยตรง แต่สารไลโคปีนในมะเขือเทศจะสะสมในผิวหนังและช่วยให้ผิวดูอมชมพูขึ้นเมื่อรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไลโคปีนมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดีมากขึ้น (Rizwan et al., 2011) […]

เป็นโรคไต กินเผ็ด ได้มั้ย ?

ผู้ป่วยโรคไตหลายคนได้ยินว่า “ห้ามกินเผ็ด” แล้วก็งดพริกทุกชนิดตั้งแต่วันที่ได้รับการวินิจฉัย แต่ความจริงคือ ความเผ็ดจากพริกไม่ได้ทำให้ไตเสื่อมโดยตรง ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่สิ่งที่มักมาพร้อมกับอาหารเผ็ด ได้แก่ โซเดียมจากน้ำปลา กะปิ ซอสพริก และเครื่องปรุงต่างๆ ที่ใช้ปรุงอาหารเผ็ด บทความนี้แยกแยะให้ชัดว่าอะไรในอาหารเผ็ดที่กินได้ อะไรที่ต้องระวัง และกินเผ็ดอย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคไต พริกกับโรคไต หลักฐานวิทยาศาสตร์บอกว่าอะไร Capsaicin ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พริกเผ็ด ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ว่าทำให้ไตเสื่อมในการบริโภคปกติ ในทางตรงกันข้าม มีงานวิจัยจาก Journal of the American Society of Nephrology (2016) ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างชาวจีนกว่า 480,000 คน พบว่าผู้ที่กินอาหารเผ็ดเป็นประจำมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไตต่ำกว่าผู้ที่ไม่กินเผ็ดเลย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ Capsaicin มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) และต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคไต ที่มีภาวะการอักเสบเรื้อรังได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะ ปัญหาจริงของอาหารเผ็ดสำหรับผู้ป่วย CKD จึงไม่ใช่ความเผ็ด แต่คือ เครื่องปรุงและวิธีปรุงที่มักมาคู่กัน สิ่งที่ต้องระวังในอาหารเผ็ด ไม่ใช่พริก เครื่องปรุงในอาหารเผ็ด โซเดียม (mg) สารอาหารอื่นที่ต้องระวัง น้ำปลา 1 ช้อนชา ~700–900 […]

5 อาหารที่มีแคลเซียมสูง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ชอบดื่มนม

อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 อาหารที่มีแคลเซียมสูงคือแหล่งอาหารไทยเช่นงาดำ (1,228 มก./100 กรัม) และปลาเล็กปลาน้อย (537 มก./100 กรัม) ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก เช่นในเมนูน้ำพริกกะปิปลาทู งาดำและปลาเล็กปลาน้อยมีแคลเซียมสูงมาก ผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียม 800–1,000 มก./วัน ผักใบเขียวและเต้าหู้เป็นทางเลือกที่ดีนอกจากนม ปัจจัยบางอย่างอาจลดการดูดซึมแคลเซียม อาหารที่มีแคลเซียมสูงคืออะไร? อาหารที่มีแคลเซียมสูง (High-Calcium Foods) หมายถึงอาหารที่ให้ปริมาณแคลเซียมมากกว่าปกติในแต่ละหน่วยบริโภค เช่น งาดำ ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ ผักใบเขียว และกุ้งแห้ง โดยแคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงกระดูกพรุนและหกล้มในผู้สูงอายุ (กรมอนามัย, 2566) อาหารเหล่านี้จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลสุขภาพกระดูกเป็นพิเศษ อาหารที่มีแคลเซียมสูงช่วยอะไรกับผู้สูงอายุ? การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงช่วยลดความเสี่ยงกระดูกพรุนและกระดูกหักในผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลงและมีการสูญเสียแคลเซียมมากขึ้น การเสริมแคลเซียมจากอาหารจึงช่วยชะลอการสลายของกระดูกและลดอุบัติเหตุจากการหกล้ม (WHO, 2023) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟัน การได้รับแคลเซียมเพียงพอจะช่วยให้กระดูกแน่น แข็งแรง ลดโอกาสเกิดฟันผุและกระดูกหัก (U.S. Department of Agriculture, FoodData Central) […]

1 2 3 4 8