ป้ายกำกับจากคลังความรู้ Tag : อาหารสุขภาพ ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญและได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายให้เลือกทั้งปลาสดและปลาแปรรูป โดยเฉพาะ ปลากระป๋อง ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีที่แตกต่างกัน ปลาสดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เนื่องจากยังคงสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจและสมอง ขณะที่ปลา กระป๋องมีความสะดวกในการจัดเก็บและสามารถหาซื้อได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองหรือพื้นที่ที่หาปลาสดได้ยาก สุดท้ายแล้ว การเลือกรับประทานปลาในรูปแบบใดขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความสะดวกของแต่ละคน คุณค่าทางโภชนาการ ปลาสด VS ปลากระป๋อง ปลาสด เช่น แมคเคอเรลหรือซาดีนสด มีข้อดีคือไม่มีการเติมสารกันเสีย โซเดียม หรือน้ำตาลเพิ่มเข้ามา แต่การจัดเก็บและการเตรียมอาหารต้องใช้เวลามากกว่า รวมถึงมีโปรมาณแคลเซียมที่ต่ำกว่า เนื่องจากโดยทั่วไปเราไม่มีนิยามก้างที่มีลักษณะแข็ง ทำให้ไม่สามารรับประทานได้ ปลากระป๋อง โดยเฉพาะปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ให้กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ ปลากระป๋องยังเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีเนื่องจากกระดูกหรือก้างของปลาที่นิ่ม ทำให้เราสามารถรับประทานได้ ซึ่งแคลเซียมจากปลาเหล่านี้มีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ข้อควรระวัง : ปลากระป๋องมักมีปริมาณโซเดียมที่สูง ซึ่งควรระมัดระวังในกลุ่มที่ต้องมีการจำกัดปริมาณโซเดียม นอกจากนี้ บางครั้งซอสมะเขือเทศอาจมีปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้นในบางยี่ห้อ ดังนั้นควรอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนเลือกซื้ออาหาร วิธีกินปลากระป๋องให้สุขภาพดี แม้ปลากระป๋องจะเป็นอาหารที่สะดวกและอุดมไปด้วยสารอาหารอย่างโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า-3 แต่ก็มีข้อที่ควรระวังในการบริโภค ดังนั้นเพื่อทำให้มื้ออาหารจากปลากระป๋องมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น วันนี้พวกเราจึงนำเทคนิค 5 การทำให้ปลากระป๋องเป็นมื้อที่สุขภาพดีมากขึ้นมาฝากกัน 1. เลือกปลากระป๋องที่มีโซเดียมต่ำ ปลากระป๋องส่วนใหญ่จะมีโซเดียมสูงเพื่อใช้ในการถนอมอาหาร การเลือกปลากระป๋องที่มีปริมาณโซเดียมต่ำหรือปลากระป๋องที่ไม่เติมเกลือจะช่วยลดความเสี่ยงจากการบริโภคโซเดียมที่มากเกินไป ซึ่งจะดีต่อหัวใจและลดความดันโลหิต […]
“จานนี้ กี่แคล ?” เป็นคำถามที่นักกำหนดอาหารได้ยินเสมอ เพราะหลายคนคิดว่าแคลอรีคือตัวชี้วัดหลักของสุขภาพและน้ำหนัก แต่จริง ๆ แล้วตัวเลขแคลอรีอาจไม่ได้บอกอะไรทั้งหมดเกี่ยวกับสุขภาพของคุณเลย การรู้แคลอรีเป็นเพียงข้อมูลคร่าว ๆ เท่านั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือคุณภาพของอาหารและความสมดุลที่คุณกินในจานแต่ละมื้อ 1.แคลอรีเป็นแค่ “ตัวเลข” ไม่ใช่คำตอบของสุขภาพ 2. ถ้าไม่เน้นแคลอรี แล้วควรดูอะไรดี? สัดส่วนอาหาร: ในแต่ละมื้อ ให้เน้นความสมดุลของ 3 หมวดหลัก ฟังร่างกายตัวเอง ความหลากหลาย 3. วิธีประเมินอาหารง่าย ๆ โดยไม่หมกมุ่นกับตัวเลข แทนที่จะนับแคลอรีแบบเป๊ะ ๆ คุณสามารถใช้วิธีประเมินคร่าว ๆ เพื่อดูว่ามื้ออาหารของคุณสมดุลหรือไม่ 4. ทำไมการกินอย่างสมดุลสำคัญกว่าการนับแคลอรี? 5. สรุป จานนี้ กี่แคล ? สำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แคลอรีอาจช่วยให้เรารู้พลังงานในอาหารที่เรากิน แต่สุขภาพที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ คุณภาพของอาหาร ความสมดุล และนิสัยการกินที่เหมาะสม มากกว่า การเลือกอาหารให้หลากหลาย เน้นสารอาหารที่ครบถ้วน และฟังร่างกายตัวเอง จะทำให้คุณมีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องกังวลกับตัวเลขมากจนเกินไป สามารถติดตามบทความใน #จานนี้กี่ kcal […]
ข้าวผัดกะเพรา เป็นเมนูยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของคนไทย เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกแรก ๆ เมื่อไม่รู้จะกินอะไร ด้วยรสชาติเผ็ดร้อน หอมกลิ่นใบกะเพรา และความหลากหลายของวัตถุดิบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ข้าวผัดกะเพรา แต่ละจานมี พลังงานเท่าไหร่ กี่แคล และวิธีการเลือกวัตถุดิบมีผลต่อสุขภาพอย่างไร? มาดูกันได้เลย เมนู ข้าวผัดกะเพรา กี่แคล ปริมาณพลังงานในกะเพราขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ เช่น ทำไมพลังงานถึงแตกต่าง? เคล็ดลับการกินผัดกะเพราให้สุขภาพดี เปรียบเทียบพลังงาน: หากเปลี่ยนวัตถุดิบ เช่น จากหมูกรอบเป็นหมูชิ้น จะลดพลังงานได้ประมาณ 100-150 กิโลแคลอรีต่อจาน การเลือกไก่หรือเต้าหู้แทนหมูกรอบจะช่วยลดพลังงานได้อีก 200-300 กิโลแคลอรี คนเป็นโรค … กินผัดกะเพรา ยังไง แม้ผัดกะเพราจะเป็นเมนูที่คนไทยนิยมมาก แต่การเลือกวัตถุดิบและวิธีการปรุงมีผลต่อพลังงานและสุขภาพอย่างมาก หากต้องการรับประทานอย่างสุขภาพดี ควรเลือกโปรตีนไขมันต่ำ ลดปริมาณน้ำมัน และเพิ่มผักเข้าไปในจาน เพียงเท่านี้ก็สามารถกินข้าวผัดกะเพราได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ สอบถามเพิ่มเติม Add Line ปรึกษานักกำหนดอาหาร
ข้าวมันไก่ เป็นหนึ่งในเมนูอาหารยอดนิยมของคนไทยและชาวต่างชาติ เพราะรสชาติอร่อย กินง่าย และหาซื้อได้สะดวก แต่เคยสงสัยไหมว่า ข้าวมันไก่ 1 จาน มี พลังงาน กี่แคลอรี? หากค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่ง คุณอาจพบว่ามีตัวเลขพลังงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 400 ไปจนถึง 700 กิโลแคลอรี บทความนี้จะช่วยอธิบายว่า ทำไมข้อมูลพลังงานจึงหลากหลาย และมีเคล็ดลับการปรับเมนูนี้ให้ดีต่อสุขภาพได้มาฝากกันอีกด้วย กินได้อร่อยถ้าเรารู้จักเลือกให้เหมาะสม ข้าวมันไก่ประกอบไปด้วยส่วนผสมหลักที่ให้พลังงาน ข้าวมัน: ข้าวที่หุงกับน้ำมันไก่และน้ำซุป พลังงานสูงเนื่องจากมีไขมันจากน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ไก่ต้ม: อาจเลือกเป็นเนื้อล้วนหรือเนื้อพร้อมหนัง ซึ่งส่งผลต่อปริมาณพลังงาน น้ำจิ้ม: มักประกอบด้วยซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว น้ำตาล และน้ำมันงา ซึ่งเพิ่มแคลอรี น้ำซุป: ส่วนมากเป็นซุปใส แต่บางร้านอาจใส่ไขมันไก่เพิ่มรสชาติ พลังงาน ใน ข้าวมันไก่ ข้อมูลพลังงานในข้าวมันไก่อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวิธีการเตรียมอาหารและปริมาณวัตถุดิบในการทำ รวมทั้งจาน: อยู่ที่ประมาณ 600-700 กิโลแคลอรี ทำไมข้อมูลพลังงานถึงแตกต่าง? พลังงานในข้าวมันไก่จากหลายแหล่งมีความแตกต่างเนื่องจาก เคล็ดลับการเลือกข้าวมันไก่เพื่อสุขภาพ สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพ สามารถลองทำข้าวมันไก่แบบโฮมเมด โดยใช้ข้าวกล้องหุงแทนข้าวมัน ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันรำข้าวในปริมาณน้อย เลือกไก่เนื้อล้วนและเสิร์ฟพร้อมผักหลากสี […]
หลายคนถ้าเลือกได้จะเลือกกินจากอะไร สิ่งที่ชอบ หรือสารอาหาร หรือพลังงาน โดยแต่ละเส้นที่เลือกมาต่างมีข้อดีของตัวเองเหมาะสำหรับการกินในแต่ละเมนูและแต่ละคน เส้นบุก เส้นราเมน โซบะ เส้นพาสต้า เส้นขนมจีน จริงๆ แล้วถ้ากังวลเรื่องแคลอรี่พลังงานอาจจะอยู่ที่ปริมาณของเส้นในการกินแต่ละครั้ง เส้นราเมน หรือบะหมี่ญี่ปุ่น และเส้นอูด้ง แม้จะมีความคล้ายคลึงกับบะหมี่ในกลุ่มเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่จะแตกต่างเนื่องจากไม่ได้มีส่วนผสมของไข่ไก่ ทำให้มีโปรตีนต่ำกว่าบะหมี่เล็กน้อย โดยน้ำหนักเส้นสุก 80 กรัม (ประมาณ 1 ทัพพีพูน) ก็จะให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 18-20 กรัม และอาจมีฟอสเฟตบ้าง ผู้ป่วยโรคไตและ Celiac’s disease ควรหลีกเลี่ยงที่จะบริโภค เส้นโซบะ เป็นเส้นที่ผลิตจากเมล็ดธัญพืช Buckwheat มีข้อดีคือ ไม่มี Gluten จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการบริโภคของผู้ป่วย Celiac’s disease ส่วนสารอาหารคือ น้ำหนักเส้นสุก 80 กรัม จะให้พลังงาน 80 kcal โดยมาจากคาร์โบไฮเดรต 18 กรัม และโปรตีนประมาณ 2 […]
เคยสงสัยไหมว่าทำไม “มะเขือเทศ” ถึงเป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่เรามักพบเห็นในอาหารเพื่อสุขภาพ? คำตอบนั้นก็คือ “ ไลโคปีน (Lycopene)” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง โดยไลโคปีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ทำให้มะเขือเทศมีสีแดงสดและมีบทบาทที่สำคัญต่อการป้องกันโรคหลายชนิดทั้งโรคหัวใจไปจนถึงมะเร็งเลย แล้วใครกันที่ควรบริโภคไลโคปีนและควรบริโภคอย่างไรถึงจะได้รับไลโคปีนไปอย่างเหมาะสมกับร่างกาย ทำไม ไลโคปีน ถึงสำคัญ ? ไลโคปีน ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ แต่ยังช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ และลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรง เช่น “มะเร็ง” โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย จากการศึกษาในหลายประเทศพบว่า การบริโภคไลโคปีนอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ได้ ใครบ้างที่ควรได้รับ ไลโคปีน ? ไลโคปีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรค หัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากพบว่าช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด ลดระดับ LDL คอเลสเตอรอล และเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ผู้ชายควรได้รับไลโคปีนเป็นประจำ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด ต่อมลูกหมากโต และ มะเร็งต่อมลูกหมาก สำหรับผู้สูงอายุ ไลโคปีนสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายและผิวหนัง ไลโคปีน มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถช่วยลดความเสียหายจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมของเซลล์และความชราของผิว นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุ เช่น โรคมะเร็งและโรคหัวใจ แหล่งของไลโคปีนที่หากินได้ง่าย ทำอย่างไรให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น ? ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบมะเขือเทศ อย่าเพิ่งกังวลไปอาจเป็นเพราะคุณยังไม่เจอวิธีการรับประทานที่ถูกใจ ลองเปลี่ยนวิธีการเลือกหรือการปรุงมะเขือเทศดูนะคะ ตัวอย่างเช่น […]
ถั่วขาว เป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ และมีวิตามินและเกลือแร่ เช่น สังกะสี โฟเลท เหล็ก วิตามินบี 6 ปกติแล้ว ถั่วขาว เราไม่ค่อยได้เห็นในอาหารไทยในชีวิตประจำวันสักเท่าไร นอกจากจะเป็นถั่วข้าวต้มแล้วใส่กินกับสลัด ยำต่างๆ หรือ ถั่วขาวกระป๋องซอสมะเขือเทศที่จะเห็นตามอาหารเช้าแบบตะวันตกที่เสิร์ฟคู่ขนมปังและไข่คน “ ถั่วขาว” หรือ “White Beans” ถือว่าเป็นโปรตีนอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลจึงสามารถทำให้อาหารมีความเข้มข้น ได้โดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งเหมาะสำหรับการทำซุป แกง และซอสต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีหลายรสสัมผัส คุณค่าทางโภชนาการของถั่วขาว ตามข้อมูลจาก U.S. Department of Agriculture (USDA) ถั่วขาวมีสารอาหารที่สำคัญดังนี้ (ต่อ 100 กรัมของถั่วขาวที่ปรุงสุก) สำหรับคนที่เลือกกิน Plant based หรือมังสวิรัติ ถั่วขาว จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ อีกด้วย เมนูอาหารที่แนะนำโดยใช้ ถั่วขาว หลนถั่วขาวแทนการใช้เต้าเจี้ยวในเมนูหลนด้วยถั่วขาว นำถั่วขาวมาบดแล้วผสมกับกะทิ […]
กรีกโยเกิร์ต กับ โยเกิร์ตธรรมดา ได้ชื่อว่าเป็นโยเกิร์ตเหมือนกัน ทำจากการนำแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์มาหมักเหมือนกัน แต่ฝาแฝดโยเกิร์ตนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ? หากให้พูดถึงสารอาหาร โยเกิร์ตทั้งสองชนิดนี้ต่างก็มีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดีที่ไม่แตกต่างกัน หากแต่มีความเข้มข้นของเนื้อโยเกิร์ตแตกต่างกัน ทำให้ในปริมาณที่เท่ากันของน้ำหนักเนื้อโยเกิร์ตนั้น กรีกโยเกิร์ตจะมีโปรตีนและไขมันที่สูงกว่า (หากเลือกสูตรที่ไม่ได้ใช้นมพร่องไขมันในการผลิต) กล่าวคือ ถ้าเอากรีกโยเกิร์ตออกมาชั่ง 100 กรัม เทียบกับโยเกิร์ตธรรมดา 100 กรัมแล้ว ตัวกรีกโยเกิร์ตจะให้โปรตีนประมาณ 10 กรัม ในขณะที่โยเกิร์ตธรรมดา จะให้โปรตีนเพียง 5-6 กรัมเท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิด ออกแบบมาเพื่อทำให้การบริโภคโปรตีนในปริมาณมากทำได้ง่ายขึ้น หากเทียบสารอาหารแล้วจะไม่ค่อยแตกต่างกันมากในแง่ของชนิดและคุณภาพของโปรตีน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่บางส่วนหากเรามองตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่วางขาย ซึ่งสารอาหารและคุณสมบัติที่ควรทราบเกี่ยวกับอาหารเสริมกลุ่มโปรตีนนี้ มีดังนี้ ไก่ปั่น กับ เวย์ ไก่ปั่น แบบสำเร็จหนึ่งขวดจะให้โปรตีนประมาณ 50-70 กรัมขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละยี่ห้อ และมักมีคาร์โบไฮเดรตมาประมาณ 5-15 กรัมต่อขวด และไขมันต่ำกว่า 5 กรัม ซึ่งรสชาติและการยอมรับจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตก็ได้พัฒนาสูตรไก่ปั่นต่าง ๆ ให้มีรสชาติที่ยอมรับได้ง่ายขึ้นและหาซื้อได้ทั้งในห้างหรือร้านค้าออนไลน์ การเก็บรักษาต้องแช่เย็นในตู้เย็นเท่านั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่อาจจะลำบากสำหรับบางคนที่อยู่หอพักที่ไม่มีตู้เย็นเสียหน่อย ส่วนโปรตีนผง ทั้งแบบ Whey หรือโปรตีนจากพืช จะขายในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ จะเป็นถุงหรือกระปุกก็ได้ เลือกชงเป็นช้อนสกู๊ปได้ โดย 1 สกู๊ปจะให้โปรตีนประมาณ 20-30 กรัม แล้วแต่ช้อนที่ผู้ผลิตจะแถมมาให้เลย การพัฒนาสูตรให้มีรสชาติต่างๆ ก็ไม่น้อย เช่น รสช็อคโกแลต รสชาเย็น รสวานิลลา สตรอเบอร์รี่ การเก็บรักษาจะค่อนข้างง่าย ขอแค่เป็นที่แห้ง ไม่ชื้น ไม่โดนแดดโดยตรงก็เก็บได้แล้ว ส่วนการหาซื้อก็สามารถทำได้ง่ายไม่แตกต่างกัน ทั้งซื้อในร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ ร้านขายยาหรือร้านค้าออนไลน์ก็มีให้เลือกมากมาย
น้ำมันพืชที่วางจำหน่ายเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหารนั้นมีมากมาย ซึ่งในปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพค่อนข้างเป็นที่แพร่หลายในวงกว้าง ทำให้มีทางเลือกของน้ำมันชนิดต่าง ๆ ออกมามากมายเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือก ในกลุ่มน้ำมันเหล่านี้ น้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าวต่างก็ได้รับความนิยมและสนใจเป็นอย่างมาก น้ำมันมะกอก กับ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันที่ผลิตจากผลมะกอก และให้สารอาหารเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดียว (หรือ โอเมก้า 9) ในสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้มีคุณสมบัติทางเคมีในการทนความร้อนจากการปรุงประกอบอาหารได้สูง น้ำมันมะกอกสามารถนำไปประกอบอาหารได้ทั้งประเภทผัดและทอด รวมถึงน้ำมันมะกอกชนิด Extra virgin ยังมีกลิ่นเฉพาะที่สามารถนำไปบริโภคด้วยการราดบนผักสดเพื่อรับประทานเป็นสลัดได้อีกด้วย น้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันที่สกัดจากเนื้อมะพร้าว ให้สารอาหารเป็นกรดไขมันชนิดอิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกรดไขมัน lauric acid ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 50 ของกรดไขมันทั้งหมด รองลงมาจะเป็น myristic acid และกรดไขมันชนิดอื่นๆ สำหรับผลต่อสุขภาพนั้น หากร่างกายได้รับกรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณมากเกินไปต่อเนื่อง จะทำให้ระดับของคอเลสเตอรอลชนิด LDL สูงขึ้นได้ จึงควรระมัดระวังปริมาณในการบริโภค การเลือกใช้น้ำมันเพื่อประกอบอาหารควรพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการใช้ทำอาหาร เพราะน้ำมันแต่ละแบบมีความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกน้ำมันให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง เลือกใช้น้ำมันทำกับข้าว อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ ส่วนคนไหนที่มีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงโรคไม่แน่ใจว่าสามารถกินน้ำมันชนิดไหนได้บ้างและผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆสามารถปรึกษากับนักกำหนดอาหารวิชชาชีพกับเราได้