ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : อาหารโรคไต

เป็นโรคไต ดื่มน้ำมะพร้าว ได้มั้ย ?

น้ำมะพร้าวมีภาพลักษณ์ว่าเป็นเครื่องดื่มธรรมชาติ สะอาด ดีต่อสุขภาพ หลายคนคิดว่าดื่มได้ทุกวัน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ความเชื่อนี้อาจเป็นอันตรายได้จริง น้ำมะพร้าวมีโพแทสเซียมสูงมากเป็นพิเศษ และนี่คือปัญหาหลักสำหรับผู้ป่วยโรคไต ที่ไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โพแทสเซียมในน้ำมะพร้าวสูงแค่ไหน เครื่องดื่ม ปริมาณ 240 mL โพแทสเซียม (mg) เทียบกับโควต้าผู้ป่วยโรคไต G4 น้ำมะพร้าวสด 1 แก้ว ~600–700 ~25–35% น้ำส้มคั้น 1 แก้ว ~470 ~20% กาแฟดำ 1 แก้ว ~116 ~5% น้ำเปล่า 1 แก้ว 0 0% น้ำมะพร้าว 1 ลูก (~240–300 mL) มีโพแทสเซียมประมาณ 600–700 mg ซึ่งเท่ากับ 20–35% ของโควต้าโพแทสเซียมทั้งวันสำหรับผู้ป่วยที่ต้องจำกัด หมายความว่าดื่มน้ำมะพร้าวแก้วเดียว โควต้าโพแทสเซียมก็หมดไปถึงหนึ่งในสามแล้วก่อนที่จะกินอาหารใดๆ น้ำมะพร้าวถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีโพแทสเซียมสูงที่สุด ผู้ป่วยโรคไตระยะ G3b–G5 หรือผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูงควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด […]

เป็นโรคไต กินกระถิน ได้มั้ย ?

กระถิน (Leucaena leucocephala) เป็นพืชที่คนไทยคุ้นเคยมาก ฝักอ่อนและยอดกระถินกินเป็นผักแนมกับน้ำพริก ลาบ หรือยำ สำหรับผู้ป่วยโรคไต กระถินมีประเด็นสองอย่างที่น่ารู้คือเรื่องโพแทสเซียมและสารชีวเคมีพิเศษที่เรียกว่า Mimosine ข่าวดีคือกระถินในปริมาณพอเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต ระยะต้นยังกินได้ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อกินในปริมาณมากเป็นประจำ คุณค่าทางโภชนาการของกระถินที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร กระถิน (ฝักอ่อน) 100 g ความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต โพแทสเซียม ~380–420 mg ปานกลางถึงสูง — ระวัง G3b+ ฟอสฟอรัส ~70–90 mg ปานกลาง โซเดียม ~10–15 mg ต่ำ — ไม่เป็นปัญหา โปรตีน ~10–13 g สูง — นับรวมในโควต้าโปรตีน ใยอาหาร ~5–7 g ดี — ช่วยการขับถ่าย Mimosine มีปริมาณสูง ระวังถ้ากินมากเป็นประจำ   Mimosine ในกระถินคืออะไร […]

เป็นโรคไต ดื่มน้ำอัดลม ได้มั้ย ?  

เป็นโรคไต ดื่มน้ำอัดลม ได้มั้ย ? คำถามสำหรับใครหลายคน ที่เริ่มเป็นโรคไต   เพราะน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนดื่มเป็นประจำ ทั้งโค้ก เป๊ปซี่ น้ำอัดลมรสผลไม้ หรือโซดา แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง น้ำอัดลมโดยเฉพาะประเภทมีสีเข้ม (dark-colored) ซ่อนอันตรายที่หลายคนมองข้ามอยู่ในรูปของ ฟอสเฟตสังเคราะห์ ที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้เกือบ 100% บทความนี้อธิบายว่าทำไมน้ำอัดลมถึงเป็นปัญหาสำหรับโรคไต มีอะไรอยู่ในน้ำอัดลมบ้าง และมีเครื่องดื่มทางเลือกอะไรที่ปลอดภัยกว่า อะไรในน้ำอัดลมที่เป็นปัญหาสำหรับโรคไต น้ำอัดลมมีสารอาหารที่ผู้ป่วยโรคไต ต้องระวังอยู่สองอย่างหลัก คือ ฟอสเฟตสารเติมแต่ง และ น้ำตาล โดยน้ำอัดลมสีเข้มอย่างโคล่ายังมีกรดฟอสฟอริก (Phosphoric Acid) เพิ่มเข้ามาด้วย ฟอสเฟตในน้ำอัดลมเป็น ฟอสเฟตสังเคราะห์ (Inorganic Phosphate) ที่ร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสในอาหารธรรมชาติที่ดูดซึมได้เพียง 40–60% งานวิจัยพบว่าฟอสเฟตสังเคราะห์สัมพันธ์กับการเสื่อมของไตที่เร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยโรคไต    เปรียบเทียบสารอาหารในน้ำอัดลมแต่ละชนิด เครื่องดื่ม ขนาด 350 mL ฟอสฟอรัส (mg) โพแทสเซียม (mg) น้ำตาล (g) โคล่า (Cola) 1 กระป๋อง ~40–55 ~10–15 […]

เป็นโรคไต กินไก่ ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินไก่ ได้มั้ย ? คำถามสุดฮิต ของคนที่เป็นโรคไต เนื่องจากเนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่หลายคนเลือกเพราะราคาไม่แพง ไขมันต่ำ และหาซื้อได้ทั่วไป สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำถามไม่ใช่ว่ากินได้หรือไม่ แต่คือกินได้มากแค่ไหน และต้องปรุงอย่างไรถึงจะปลอดภัย คำตอบคือ เนื้อไก่กินได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณตามโควต้าโปรตีนรายวันที่แพทย์หรือนักกำหนดอาหารกำหนดไว้ เพราะโปรตีนมากเกินไปทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกำจัดของเสีย ทำไมผู้ป่วย CKD ต้องควบคุมโปรตีน การย่อยสลายโปรตีนจะสร้างของเสียเป็นไนโตรเจน เช่น BUN (Blood Urea Nitrogen) และ creatinine ซึ่งต้องขับออกทางไต เมื่อไตทำงานลดลง ของเสียเหล่านี้สะสมในเลือดและส่งผลเสียต่อร่างกาย แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ผู้ป่วย CKD G4–G5 ที่ไม่ฟอกไตบริโภคโปรตีน 0.6 g/kg น้ำหนักอ้างอิง/วัน โดยอย่างน้อย 50% ควรมาจากโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งอกไก่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ (ระดับหลักฐาน 1B) เนื้อไก่ (ส่วนอก)​ 100 g มีอะไรบ้าง สารอาหาร อกไก่ต้ม 100 […]

เป็นโรคไต กินปลาเค็ม ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินปลาเค็ม ได้มั้ย คำถามที่คนไข้โรคไตที่ยังชื่นชอบรสเค็มอยู่ มักอยากรู้ เพราะปลาเค็มเป็นส่วนหนึ่งของอาหารไทยมาช้านาน กินกับข้าวต้ม ผัดข้าว หรือทำเป็นผัดพริกแกง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ปลาเค็มคือหนึ่งในอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด เพราะโซเดียมสูงมากจนแทบเกินโควต้าทั้งวันในทีเดียว ปลาเค็มมีโซเดียมสูงแค่ไหน ปลาเค็ม 30 g (ประมาณ 1–2 ชิ้นเล็ก) มีโซเดียม 1,000–3,000 mg ขึ้นอยู่กับชนิดและวิธีทำ ซึ่งเทียบเท่าหรือเกินโควต้าโซเดียมทั้งวันสำหรับผู้ป่วย CKD ปลาเค็มชนิด ปริมาณ 30 g โซเดียม (mg) % โควต้าในผู้ป่วยโรคไต/วัน ปลาทูเค็ม ~1 ตัวเล็ก ~1,200–1,500 ~60–75% ปลาช่อนเค็ม ~1–2 ชิ้น ~1,500–2,000 ~75–100% ปลาสลิดเค็ม ~1 ตัวเล็ก ~800–1,200 ~40–60% ปลากรอบ (ทอดกรอบ) ~30 g ~600–900 ~30–45% การแช่น้ำและล้างน้ำช่วยได้ไหม […]

เป็นโรคไต กินหน่อไม้ ได้มั้ย ?

หน่อไม้เป็นผักที่คนไทยกินมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม ต้มกะทิ หรือผัด สำหรับผู้ป่วยโรคไตมีสองประเด็นที่ต้องรู้ก่อนกินคือ โพแทสเซียมที่ค่อนข้างสูง และสาร Taxiphyllin ที่พบในหน่อไม้ดิบซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็น Hydrogen Cyanide ได้ถ้าไม่ผ่านความร้อนอย่างถูกต้อง คุณค่าทางโภชนาการของหน่อไม้ที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร หน่อไม้ต้มสุก 100 g ความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต โพแทสเซียม ~533 mg สูง — ระวัง G3+ ฟอสฟอรัส ~59 mg ต่ำ — ไม่เป็นปัญหาหลัก โซเดียม ~5 mg ต่ำมาก — ดี โปรตีน ~2.5 g ต่ำ — ไม่เป็นปัญหา ใยอาหาร ~2.2 g ดี Taxiphyllin (ดิบ) มีปริมาณสูง ต้องต้มทิ้งน้ำก่อนกิน หน่อไม้ต้มสุก 100 g มีโพแทสเซียมสูงถึง […]

เป็นโรคไต กินกล้วย ได้มั้ย ?

อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569 กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยกินง่าย หาซื้อได้ทั่วไป และหลายคนคิดว่าดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง คำถามว่า “โรคไตกินกล้วยได้มั้ย ” ไม่ได้มีคำตอบตรงๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะขึ้นอยู่กับระยะของโรคไตและระดับโพแทสเซียมในเลือดของแต่ละคน ทำไมกล้วยถึงเป็นปัญหาสำหรับโรคไต สาเหตุหลักคือโพแทสเซียม กล้วยหนึ่งลูกขนาดกลาง (~118 g) มีโพแทสเซียมประมาณ 420–450 mg ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ในคนปกติ ไตจะขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในผู้ป่วย CKD โดยเฉพาะระยะ G3b ขึ้นไป ความสามารถในการขับโพแทสเซียมลดลง ส่งผลให้โพแทสเซียมสะสมในเลือด ภาวะที่เรียกว่า Hyperkalemia ซึ่งอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเป็นอันตรายถึงชีวิต แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ระบุว่าผู้ป่วย CKD ระยะ G4–G5 หรือผู้ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L ควรจำกัดโพแทสเซียมไม่เกิน 2,000–3,000 mg ต่อวัน กล้วยแต่ละชนิดมีโพแทสเซียมเท่าไร ชนิดกล้วย ปริมาณ โพแทสเซียม (mg) ข้อควรระวัง […]

เป็นโรคไต กินผัดกะเพรา ได้มั้ย ?

ผัดกะเพราราดข้าวเป็นเมนูโปรดของคนไทยทุกวัย แต่พอรู้ว่าเป็นโรคไต หลายคนก็เลิกกินทันที เพราะกังวลเรื่องโซเดียม คำตอบคือ ผัดกะเพราสูตรร้านอาหารทั่วไปมีโซเดียมสูงมากจริง แต่ถ้าปรุงเองที่บ้านด้วยการปรับสูตร ยังสามารถกินได้อย่างปลอดภัย บทความนี้แยกแยะให้ชัดว่าอะไรในผัดกะเพราที่เป็นปัญหา อะไรยังโอเค และมีสูตรผัดกะเพราสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่ทำง่ายและอร่อยได้จริง ผัดกะเพราร้านทั่วไป โซเดียมสูงแค่ไหน ปัญหาหลักของผัดกะเพราคือเครื่องปรุงที่ใช้หลายชนิดพร้อมกัน ซึ่งโซเดียมสะสมเร็วมากโดยที่ไม่รู้ตัว เครื่องปรุงในผัดกะเพราสูตรปกติ ปริมาณที่ใช้ โซเดียม (mg) น้ำปลา 1 ช้อนชา  400 ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา 400 ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ ~450–550 น้ำตาล 1 ช้อนชา 0 รวมโซเดียมต่อจาน (สูตรปกติ) — ~1,250–1,350 mg โควต้าสำหรับผู้ป่วยโรคไตทั้งวัน — 2,000–2,300 mg ผัดกะเพราสูตรร้านทั่วไป 1 จาน มีโซเดียมสูง กิน โควต้าโซเดียมทั้งวันสำหรับผู้ป่วยโรคไตไปถึงครึ่งนึง  นั่นหมายความว่ากินผัดกะเพราจานเดียว โซเดียมทั้งวันเกือบหมดแล้ว   อะไรในผัดกะเพราที่ยังโอเค ก่อนจะท้อ มาดูกันก่อนว่าส่วนไหนของผัดกะเพราที่ยังดีสำหรับผู้ป่วยโรคไต ส่วนประกอบ […]

เป็นโรคไต กินเนื้อวัว ได้มั้ย ?

เนื้อวัวเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงและธาตุเหล็กที่ดีมาก แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื้อวัวมีข้อพิจารณาที่ต้องดูเพิ่มจากเนื้อหมูเล็กน้อย ทั้งเรื่องฟอสฟอรัสที่สูงกว่าเล็กน้อย และเรื่องกรดยูริกที่อาจเป็นปัญหาถ้ากินมากเกินไป เปรียบเทียบเนื้อวัวกับเนื้อหมูสำหรับ ผู้ป่วยโรคไต ประเภทเนื้อ โปรตีน (g/100g) ฟอสฟอรัส (mg/100g) พิวรีน (เสี่ยงกรดยูริกสูง) สำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื้อวัวไม่ติดมัน (ต้ม) ~31 ~215–240 ปานกลางสูง กินได้ จำกัดปริมาณ หมูสันใน (ต้ม) ~29 ~220 ปานกลาง กินได้ จำกัดปริมาณ อกไก่ (ต้ม) ~31 ~220 ปานกลาง ดีมาก เนื้อวัวติดมัน ~25 ~185 ปานกลางสูง จำกัด — ไขมันอิ่มตัวสูง เครื่องในวัว (ตับ ไต) ~20–26 ~350–500 สูงมาก หลีกเลี่ยง   เนื้อวัวและเนื้อหมูมีฟอสฟอรัสใกล้เคียงกัน กุญแจสำคัญคือ ปริมาณ และ วิธีปรุง ไม่ใช่ชนิดของเนื้อสัตว์ เนื้อวัวไม่ติดมันต้มสุกเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคไต ที่ต้องการความหลากหลายในอาหาร […]

เป็นเกาต์กินอะไร ได้บ้าง ? อัพเดตความรู้ใหม่ เลิกคิดว่าไก่ทำให้เป็นเกาต์​ 

  หลายคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นโรคเกาต์ มักเริ่มจากคำถามเดียวกันว่า “เป็นเกาต์กินอะไรได้บ้าง” และอีกคำถามที่ได้ยินบ่อยมากคือ “กินไก่ได้ไหม” หรือ “ไก่ทำให้เป็นเกาต์หรือเปล่า” ถ้าดูจาก แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์และกรดยูริกในเลือดสูง พ.ศ. 2569 ของสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย แนวทางเน้นให้จำกัด แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำผลไม้ เนื้อแดง และอาหารทะเล รวมถึงแนะนำให้ลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน แต่ไม่ได้ระบุว่า “ไก่” เป็นอาหารต้องห้ามหลักแบบเฉพาะเจาะจง ดังนั้น ถ้าจะตอบให้ตรงที่สุดคือคนเป็นเกาต์กินไก่ได้ และไม่ควรเหมารวมว่า “ไก่ทำให้เป็นเกาต์” แบบตรง ๆ เพราะ แนวทางเวชปฏิบัติฯ  ฉบับใหม่ ไม่ได้ชี้ให้หลีกเลี่ยงไก่เป็นพิเศษเหมือนกับกลุ่มเนื้อแดง อาหารทะเล น้ำหวาน และแอลกอฮอล์ โรคเกาต์เกี่ยวกับอาหารอย่างไร โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกี่ยวข้องกับระดับกรดยูริกในเลือดสูงและการสะสมของผลึกยูเรตในร่างกาย อาหารจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมโรค แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของโรคนี้ แนวทางเวชปฏิบัติฯ  ปี 2569 อธิบายว่า การดูแลโรคเกาต์ประกอบด้วยทั้งการรักษาโดยไม่ใช้ยา เช่น การควบคุมอาหารและลดน้ำหนัก และการรักษาด้วยยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ พูดง่าย ๆ คือ อาหารบางกลุ่มอาจทำให้ควบคุมโรคยากขึ้นหรือเพิ่มโอกาสกำเริบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดเดียวเป็นต้นเหตุของโรคเกาต์ในทุกคน ลบความเชื่อผิด ๆ […]

1 2 3 4