สะตอ (Parkia speciosa) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่รักของคนภาคใต้และมาเลเซีย ใช้ทำกุ้งผัดสะตอ ผัดเผ็ด หรือกินดิบกับน้ำพริก สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำถามที่พบบ่อยคือกินได้ไหม มีอะไรต้องระวังบ้าง
คำตอบคือสะตอกินได้ในผู้ป่วยโรคไต ระยะต้นที่โพแทสเซียมปกติ แต่ต้องจำกัดปริมาณในระยะ G3b ขึ้นไป เนื่องจากมีโพแทสเซียมในระดับปานกลาง รวมถึงมีสารประกอบ Organosulfides ที่เป็นเอกลักษณ์ของสะตอที่ควรทำความเข้าใจด้วย
คุณค่าทางโภชนาการของสะตอที่เกี่ยวกับโรคไต
| สารอาหาร | สะตอ 100 g (เมล็ดดิบ) | ความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต |
|---|
| โพแทสเซียม | ~270–320 mg | ปานกลาง — ระวัง G3b+ |
| ฟอสฟอรัส | ~80–100 mg | ปานกลาง — ระวัง G3b+ |
| โซเดียม | ~5–10 mg | ต่ำมาก — ไม่เป็นปัญหา |
| โปรตีน | ~7–9 g | นับรวมในโควต้าโปรตีน |
| ใยอาหาร | ~4–5 g | ดี — ช่วยการขับถ่าย |
| Organosulfides | สูง (เป็นเอกลักษณ์) | ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่น — ไม่เป็นอันตราย |
สะตอ 100 g หรือประมาณ 15–20 เม็ด มีโพแทสเซียม 270–320 mg ซึ่งอยู่ในระดับ ปานกลาง ไม่สูงเท่ากล้วย (420 mg) หรือน้ำมะพร้าว (600 mg) แต่ก็ไม่ต่ำพอที่จะกินได้อย่างไม่จำกัด โดยเฉพาะเมื่อรวมกับอาหารอื่นในมื้อเดียวกัน
Organosulfides ในสะตอคืออะไร และมีผลต่อไตอย่างไร
สิ่งที่ทำให้สะตอมีกลิ่นเฉพาะตัว — ทั้งในอาหารและในปัสสาวะหลังกิน — คือกลุ่มสารที่เรียกว่า Organosulfides โดยเฉพาะ Cyclic Polysulfides ซึ่งเป็นสารประกอบกำมะถันที่พบในสะตอในปริมาณสูง
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Food Chemistry โดย Tocmo et al. (2015) ซึ่งวิเคราะห์น้ำมันจากสะตอโดย GC-MS พบ Organosulfides 9 ชนิดแบบ Cyclic และ 1 ชนิดแบบ Acyclic คิดเป็น 36% ของสารระเหยทั้งหมด และยังพบว่าสะตอมีความสามารถในการปล่อย Hydrogen Sulfide (H₂S) สูง ซึ่งเป็นก๊าซที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติและมีบทบาทในหลายกระบวนการชีววิทยา
Organosulfides ในสะตอมีคุณสมบัติคล้ายกับสารประกอบกำมะถันในกระเทียมและหอมหัวใหญ่ งานวิจัยเบื้องต้นชี้ว่าอาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านอักเสบ อย่างไรก็ตามยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วย CKD โดยเฉพาะ
ทำไมปัสสาวะถึงมีกลิ่นหลังกินสะตอ
Organosulfides จากสะตอถูกเมตาบอไลซ์และขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นเฉพาะที่คนไทยคุ้นเคยดี ปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่กินสะตอ ไม่ใช่สัญญาณว่าไตมีปัญหา และไม่ได้แสดงว่าสะตอทำอันตรายต่อไต การที่ไตขับสารนี้ออกทางปัสสาวะได้แสดงว่าไตทำงานได้ตามปกติ แต่ในผู้ป่วยโรคไต ที่ไตขับสารต่างๆ ได้น้อยลง การสะสมของ metabolites เหล่านี้อาจมากขึ้น
ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาผลของ Organosulfides จากสะตอโดยตรงต่อผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ ดังนั้นความระมัดระวังหลักสำหรับผู้ป่วยโรคไตยังคงอยู่ที่การควบคุม โพแทสเซียมและฟอสฟอรัสรวม จากสะตอและอาหารทั้งวัน ตามแนวทาง KDIGO 2024 และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2565
เป็นโรคไต กินสะตอ ได้มั้ย แยกตามระยะ
CKD ระยะ G1–G2 และโพแทสเซียมปกติ
กินได้ในปริมาณพอเหมาะ ไม่เกิน 8–10 เม็ดต่อมื้อ ดื่มน้ำเปล่าตามให้เพียงพอเพื่อช่วยการขับ metabolites ออกทางปัสสาวะ และไม่ควรกินดิบในปริมาณมากในครั้งเดียว
CKD ระยะ G3a–G3b
ต้องตรวจสอบระดับโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดก่อน ถ้าค่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ อาจกินได้ไม่เกิน 5 เม็ดต่อครั้ง และไม่บ่อยกว่าสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ควรเลือกสะตอสุก (ผ่านความร้อน) ซึ่งจะสูญเสียโพแทสเซียมไปกับน้ำต้มบางส่วน
CKD ระยะ G4–G5
ควรปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนกินทุกครั้ง เพราะโควต้าโพแทสเซียมเข้มงวดมาก และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเรื่องผลของ Organosulfides ในระยะนี้ หลายกรณีแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือกินน้อยมาก
เทคนิคลดโพแทสเซียมในสะตอก่อนกิน
- ลวกหรือต้มสะตอในน้ำเดือดแล้วทิ้งน้ำต้ม — ลดโพแทสเซียมได้ประมาณ 30–40%
- แช่น้ำก่อนปรุง 30–60 นาที แล้วเปลี่ยนน้ำใหม่
- ไม่ดื่มน้ำแกงหรือน้ำต้มสะตอ เพราะโพแทสเซียมละลายในน้ำ
- กินร่วมกับอาหารโพแทสเซียมต่ำในมื้อเดียวกัน เช่น ข้าวสวย แตงกวา ถั่วงอก
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอหลังกินสะตอ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ยังไม่ต้องจำกัดน้ำ
เปรียบเทียบสะตอกับอาหารกลุ่มถั่วอื่น
| อาหาร | โพแทสเซียม (mg/100 g) | ฟอสฟอรัส (mg/100 g) | เหมาะสำหรับ CKD |
|---|
| ถั่วงอก (ต้ม) | ~155 | ~54 | ดีมาก |
| ถั่วฝักยาว (ต้ม) | ~211 | ~46 | ดี |
| สะตอ (ดิบ) | ~270–320 | ~80–100 | ปานกลาง — จำกัดปริมาณ |
| ถั่วพลู/ถั่วลันเตา | ~244 | ~53 | ปานกลาง |
| ถั่วเหลือง (ต้ม) | ~515 | ~245 | สูง — จำกัดใน G3b+ |
สรุป: เป็นโรคไต กินสะตอ ได้มั้ย
สำหรับผู้ป่วยโรคไต สามารถกินสะตอได้ในระยะต้นที่โพแทสเซียมปกติ โดยจำกัดไม่เกิน 8–10 เม็ดต่อมื้อ ลวกหรือต้มทิ้งน้ำก่อน และดื่มน้ำเปล่าตามให้เพียงพอ สำหรับผู้ป่วยระยะ G3b ขึ้นไป ควรปรึกษานักกำหนดอาหารเฉพาะรายเพราะโควต้าโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสรวมต้องถูกนับอย่างละเอียด
สำหรับกลิ่นปัสสาวะหลังกินสะตอเป็นปรากฏการณ์ปกติจาก Organosulfides ที่ขับออกทางปัสสาวะ ไม่ใช่สัญญาณที่น่ากังวลสำหรับคนที่ไตทำงานปกติ แต่ในผู้ป่วยโรคไตระยะท้ายที่ไตขับสารได้น้อยลง ควรระมัดระวังมากขึ้น
อ้างอิง
- Chaiwichien, A., Osotprasit, S., Samrit, T., Kueakhai, P., & Changklungmoa, N. (2026). Suppressive potential of ethanolic extracts of Parkia speciosa Hassk. empty pods against colon cancer cell migration and invasion. International Journal of Molecular Sciences, 27(4), 2072. https://doi.org/10.3390/ijms27042072
- Goh, S. M., Dassanayake, M. K., Foan, C. C., Wiart, C., Symonds, R., Khoo, T. J., Chong, C. H., & Elfar, O. A. (2024). Antibacterial potency of mid-polar extracts obtained from Malaysian plant Parkia speciosa against human pathogenic bacteria. Microbial Pathogenesis, 198, 107134. https://doi.org/10.1016/j.micpath.2024.107134
- KDIGO CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 clinical practice guideline for the evaluation and management of chronic kidney disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1–117.
- Kovesdy, C. P., Appel, L. J., Grams, M. E., Gutiérrez, O. M., McCullough, P. A., Palmer, B. F., Pitt, B., Sica, D. A., & Townsend, R. R. (2017). Potassium homeostasis in health and disease: A scientific workshop cosponsored by the National Kidney Foundation and the American Society of Hypertension. American Journal of Kidney Diseases, 70(6), 844–858. https://doi.org/10.1053/j.ajkd.2017.06.018
- Saleh, M. S. M., Jalil, J., Mustafa, N. H., Ramli, F. F., Asmadi, A. Y., & Kamisah, Y. (2021). UPLC-MS-based metabolomics profiling for α-glucosidase inhibiting property of Parkia speciosa pods. Life (Basel), 11(2), 78. https://doi.org/10.3390/life11020078
- Tocmo, R., Liang, D., Wang, C., Poh, J., & Huang, D. (2015). Organosulfide profile and hydrogen sulfide-releasing capacity of stinky bean (Parkia speciosa) oil: Effects of pH and extraction methods. Food Chemistry, 190, 1123–1129. https://doi.org/10.1016/j.foodchem.2015.06.072
- U.S. Department of Agriculture. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). ข้อแนะนำเวชปฏิบัติโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
ไม่แน่ใจว่าอาหารที่กินอยู่ปลอดภัยสำหรับไตของคุณไหม?
Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ
เมนูและกับข้าวที่คำนวณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนมาให้ตามแนวทางผู้ป่วยโรคไตตามระยะของคุณ — แค่เปิดแพ็คแล้วกิน ไม่ต้องนับเองทุกวัน
สั่งเลย
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ