อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept
สรุปสั้น: ความดันต่ำคือ ภาวะที่ค่าความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอท นักกำหนดอาหารแนะนำบริโภคอาหารที่มีโซเดียม วิตามินบี 12 และน้ำให้เพียงพอ เช่น น้ำซุป เต้าเจี้ยว กล้วย จะช่วยเพิ่มความดันและลดอาการเวียนศีรษะในชีวิตประจำวัน
- โซเดียมจากอาหารธรรมชาติ เช่น น้ำซุปกระดูก และเต้าเจี้ยว ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดหมุนเวียน
- ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2–2.5 ลิตรต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำที่ทำให้ความดันลดลงอีก
- แนะนำแบ่งมื้ออาหารเป็น 4–5 มื้อเล็กต่อวัน ลดความเสี่ยงความดันต่ำหลังมื้ออาหาร (postprandial hypotension)
ความดันต่ำคืออะไร?
ความดันต่ำ (hypotension) คือ ภาวะที่ค่าความดันโลหิตซิสโตลิก/ความดันตัวบน ต่ำกว่า 90 มม.ปรอท หรือ ไดแอสโตลิก/ความดันตัวล่าง ต่ำกว่า 60 มม.ปรอท ตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2023)
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และหน้ามืดเมื่อเปลี่ยนท่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) รายงานว่าภาวะนี้พบได้ในประชากรไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและสตรีตั้งครรภ์ ดังนั้นการกินที่ถูกต้องเมื่อเป็นความดันต่ำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่ควบคู่ไปกับการติดตามอาการโดยแพทย์
มุมมองของนักกำหนดอาหารวิชาชีพ
การจัดการด้านโภชนาการมุ่งเน้น 3 แกนหลัก คือ การควบคุมโซเดียมให้เพียงพอ (ไม่ใช่จำกัด) การรักษาสมดุลน้ำและอิเล็กโทรไลต์ และการจัดเวลามื้ออาหารเพื่อป้องกันความดันต่ำหลังมื้อ ซึ่งจะต่างจากแนวทางสำหรับผู้ที่มีความดันสูง
กินอะไรดีเมื่อมีความดันต่ำ?
บทบาทของโซเดียมและแหล่งอาหารที่ควรเลือก
โซเดียมช่วยรักษาปริมาณน้ำในหลอดเลือด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความดันโลหิต ทั้งนี้ Thai DRI กำหนดปริมาณโซเดียมสูงสุดที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ไว้ที่ 2,000 มก.ต่อวัน ซึ่งการเลือกใช้เครื่องปรุงเหล่านี้อย่างพอเหมาะในมื้ออาหารไทยจึงเป็นกลยุทธ์ที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องปรับเมนูมากนัก
แหล่งโซเดียมที่แนะนำโดยนักกำหนดอาหาร
น้ำซุปกระดูกหมู (240 มล.): มีโซเดียมประมาณ 400–500 มก.
เต้าเจี้ยวหยาบ (1 ช้อนโต๊ะ / 15 ก.): ให้โซเดียมประมาณ 700 มก.
น้ำปลา (1 ช้อนชา / 5 มล.): ให้โซเดียมประมาณ 580 มก.
ชีสแปรรูปชนิดอ่อน: เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มทั้งโซเดียมและโปรตีน
ความสำคัญของน้ำและอิเล็กโทรไลต์
ภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ ผู้มีความดันต่ำควรดื่มน้ำสะอาด 2–2.5 ลิตรต่อวัน และเพิ่มเป็น 3 ลิตรในวันที่อากาศร้อนหรือออกกำลังกาย นอกจากการดื่มน้ำเปล่า การกินกล้วยหอมเพื่อเพิ่มโพแทสเซียม (กล้วย 1 ผลกลาง ~120 ก. มีโพแทสเซียม 422 มก.) สามารถช่วยรักษาสมดุลของเหลวในเซลล์ อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้โซเดียมในเลือดต่ำได้
วิตามินและสารอาหารที่ช่วยเสริมความดัน
วิตามินบี 12 จากไข่ นม เนื้อปลา
การขาดวิตามินบี 12 ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางชนิดเมกะโลบลาสติก ซึ่งคือภาวะการนำออกซิเจนในเลือดลดลง ซึ่งอาจทำให้ความดันต่ำลง โดยแหล่งอาหารวิตามินบี 12 ได้แก่ ไข่ทั้งฟอง 2 ฟอง (~100 ก.) ให้วิตามินบี 12 ประมาณ 1.1 ไมโครกรัม ขณะที่ปลาทู 1 ตัวกลาง (~100 ก.) ให้ประมาณ 3.5 ไมโครกรัม โดยจะใกล้เคียงค่า Thai DRI ที่กำหนดไว้ 2.4 ไมโครกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่
วิตามินอีช่วยการไหลเวียนเลือด
วิตามินอีมีฤทธิ์ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้คล่องขึ้นในหลอดเลือดฝอย ซึ่งแหล่งอาหารที่มีวิตามินอีสูง ได้แก่ อะโวคาโดครึ่งลูก (~100 ก.) ให้วิตามินอี 2.1 มก. และน้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ ให้ 4.4 มก.
เครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความดันโลหิต
กาแฟหรือชาดำช่วยกระตุ้นชั่วคราว
คาเฟอีนในกาแฟและชาดำกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นเร็วและหลอดเลือดหดตัวชั่วคราว ส่งผลให้ความดันเพิ่มขึ้น 3–14 มม.ปรอทในระยะสั้น โดยกาแฟดำ 1 แก้ว (240 มล.) มีคาเฟอีนประมาณ 95 มก. อย่างไรก็ตามการดื่มกาแฟหรือชาร่างกายจะถูกกระตุ้นชั่วคราว และไม่ควรใช้วิธีนี้ทดแทนการปรับอาหารหรือการรักษาของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะควรปรึกษาแพทย์ก่อน
อาหารไทยที่เหมาะกับผู้มีความดันต่ำ
อาหารไทยดั้งเดิมหลายชนิดเหมาะสำหรับผู้มีความดันต่ำ เนื่องจากมีทั้งโซเดียมและสารอาหารที่จำเป็น
ตัวอย่างเช่น
- ข้าวต้มปลาน้ำซุปใส (ข้าวต้ม 200 ก. + ปลากะพง 80 ก. + น้ำซุป 200 มล.) มีโซเดียมประมาณ 650 มก. โปรตีน 18 ก. และวิตามินบี 12 ประมาณ 1.8 ไมโครกรัม ซึ่งเมนูนี้ย่อยง่าย เหมาะเป็นมื้อเช้าสำหรับผู้สูงอายุที่มีความดันต่ำในตอนเช้าหลังตื่นนอน ซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงหน้ามืดมากที่สุด
ตัวอย่างการปรับอาหารในผู้ป่วยความดันต่ำ
ผู้หญิงวัย 28 ปีน้ำหนัก 52 กก. ที่มีความดันต่ำเรื้อรัง (82/55 มม.ปรอท) เมื่อปรับมื้ออาหารเป็นข้าวต้มปลาพร้อมไข่ต้มสุกตอนเช้า + น้ำเต้าหู้ร้อนกลางวัน + ข้าวหน้าไก่กับน้ำซุปตอนเย็น พบว่าความดันโลหิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 94/62 มม.ปรอท ภายใน 3 สัปดาห์ จากบันทึกกรณีศึกษาของทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept
ตารางเปรียบเทียบอาหารและเครื่องดื่มที่แนะนำ
| อาหาร/เครื่องดื่ม | ปริมาณอ้างอิง | โซเดียม (มก.) | สารอาหารเด่น | แหล่งข้อมูล |
|---|
| น้ำซุปกระดูกหมู | 240 มล. | 400–500 | โซเดียม, คอลลาเจน | INMUCAL |
| เต้าเจี้ยวหยาบ | 1 ช้อนโต๊ะ (15 ก.) | 700 | โซเดียม, โปรตีน | USDA FoodData Central |
| ปลาทู (นึ่ง) | 100 ก. | 120 | วิตามินบี 12 (3.5 mcg) | INMUCAL |
| กล้วยหอม | 1 ผลกลาง (120 ก.) | 1 | โพแทสเซียม (422 มก.) | USDA FoodData Central |
| กาแฟดำ | 240 มล. | 5 | คาเฟอีน (~95 มก.) | USDA FoodData Central |
| ไข่ต้มสุก | 2 ฟอง (100 ก.) | 124 | วิตามินบี 12, โปรตีน | INMUCAL |
หมายเหตุ: ค่าโซเดียมอาจแตกต่างตามสูตรปรุงและยี่ห้อผลิตภัณฑ์
เคล็ดลับปฏิบัติ: วิธีเลือกกินในชีวิตประจำวัน
- แบ่งอาหารเป็น 4–5 มื้อเล็กต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะ postprandial hypotension ซึ่งจะเกิดหลังทานอาหารมื้อใหญ่
- ดื่มน้ำ 1–2 แก้ว ก่อนที่จะลุกจากเตียงในตอนเช้า เพื่อเพิ่มปริมาตรเลือดก่อนเปลี่ยนท่า
- รับประทานอาหารที่มีโซเดียมพอเหมาะทุกมื้อ ไม่งดเครื่องปรุงรสอย่างสิ้นเชิง
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไปขยายหลอดเลือดและทำให้ความดันลดลง
- นั่งพักหลังมื้ออาหาร 20–30 นาทีก่อนลุกเดิน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
ข้อควรระวัง
แม้โซเดียมจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้มีความดันต่ำ แต่การบริโภคเกิน 2,000 มก.ต่อวันโดยไม่จำเป็น อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคไตและโรคหัวใจในระยะยาว ตาม WHO (2023) ผู้ที่มีโรคร่วม เช่น โรคไตเรื้อรัง หรือภาวะหัวใจล้มเหลว ควรได้รับการวางแผนการได้รับปริมาณโซเดียมเฉพาะบุคคล ไม่ควรเพิ่มโซเดียมเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้การดื่มกาแฟมากกว่า 2–3 แก้วต่อวัน อาจทำให้นอนหลับยากและเพิ่มความดันผันผวน
ตัวอย่างแผนมื้ออาหารประจำวัน (3 วัน)
วันที่ 1:
เช้า — ข้าวต้มปลากะพง 200 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟอง + น้ำเปล่า 300 มล.
กลางวัน — ข้าวหน้าไก่ต้มน้ำซุปใส + กล้วย 1 ผล
เย็น — ผัดผักรวมน้ำมันรำข้าว + ปลาทูนึ่ง 80 ก. + ข้าวกล้อง 150 ก.
วันที่ 2:
เช้า — โจ๊กหมูสับ 200 ก. + นมจืดพร่องมันเนย 200 มล.
กลางวัน — ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสหมูสับ + น้ำเต้าหู้ร้อนไม่หวาน
เย็น — ต้มยำกุ้งน้ำใส (กุ้ง 80 ก.) + ข้าวกล้อง 150 ก. + กล้วย 1 ผล
วันที่ 3:
เช้า — ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น + ไข่ดาว 2 ฟอง + กาแฟดำ 1 แก้ว
กลางวัน — ข้าวมันไก่ต้มน้ำซุปใส 1 จาน
เย็น — ผัดบร็อกโคลีหมูสับ + น้ำซุปกระดูก 200 มล. + ข้าวกล้อง 150 ก.
คำถามพบบ่อย (FAQ)
- ความดันต่ำคืออะไร?
- ความดันต่ำคือภาวะที่ค่าความดันโลหิตซิสโตลิกต่ำกว่า 90 มม.ปรอท หรือไดแอสโตลิกต่ำกว่า 60 มม.ปรอท ตาม WHO (2023) อาการที่พบบ่อยคือเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และหน้ามืดเมื่อลุกขึ้นเร็ว สาเหตุหลักมีทั้งการขาดน้ำ โลหิตจาง และผลข้างเคียงของยาบางชนิด
- กินอะไรดีเมื่อความดันต่ำ?
- อาหารที่ดีสำหรับผู้มีความดันต่ำ ได้แก่ อาหารที่มีโซเดียมพอเหมาะ เช่น น้ำซุปกระดูก เต้าเจี้ยว และปลาทูนึ่ง รวมถึงอาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่และนม และผลไม้ที่มีโพแทสเซียม เช่น กล้วย ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย
- ควรดื่มน้ำเท่าไหร่เมื่อความดันต่ำ?
- ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 2–2.5 ลิตรต่อวัน และเพิ่มเป็น 3 ลิตรในวันที่อากาศร้อนหรือออกกำลังกาย การดื่มน้ำ 1–2 แก้วทันทีหลังตื่นนอนช่วยเพิ่มปริมาตรเลือดก่อนลุกขึ้นยืนและลดความเสี่ยงหน้ามืด
- วิตามินบี 12 ช่วยเรื่องความดันต่ำได้อย่างไร?
- วิตามินบี 12 จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีขนาดปกติ การขาดวิตามินบี 12 ทำให้เกิดโลหิตจางเมกะโลบลาสติก ซึ่งลดความสามารถในการพาออกซิเจนของเลือดและอาจทำให้ความดันต่ำลง (Stabler, 2013) การบริโภคปลาทู ไข่ และนมช่วยเติมเต็มวิตามินบี 12 ได้ตามค่า Thai DRI ที่ 2.4 mcg/วัน
- กาแฟช่วยเพิ่มความดันโลหิตได้จริงหรือไม่?
- กาแฟช่วยเพิ่มความดันได้จริงแต่เป็นเพียงชั่วคราว คาเฟอีนในกาแฟดำ 1 แก้วสามารถเพิ่มความดันได้ 3–14 มม.ปรอทในระยะ 1–3 ชั่วโมง (Palatini et al., 2009) จึงเหมาะใช้บรรเทาอาการเฉียบพลัน แต่ไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้วต่อวันและไม่ควรใช้แทนการปรับอาหารหลักหรือการรักษา
- มีข้อควรระวังอะไรบ้างสำหรับคนความดันต่ำ?
- ข้อควรระวังสำคัญ ได้แก่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ไม่รับประทานอาหารมื้อใหญ่ครั้งเดียว ไม่ลุกขึ้นเร็วหลังนั่งหรือนอน และไม่เพิ่มโซเดียมเกิน 2,000 มก.ต่อวันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ผู้ที่มีโรคไตหรือหัวใจร่วมด้วยควรได้รับแผนอาหารเฉพาะบุคคล
- ความดันต่ำหลังมื้ออาหาร (postprandial hypotension) คืออะไรและป้องกันได้อย่างไร?
- Postprandial hypotension คือภาวะความดันโลหิตลดลงหลังรับประทานอาหาร เนื่องจากเลือดไปรวมที่ระบบย่อยอาหาร พบบ่อยในผู้สูงอายุ (Jansen et al., 1995) วิธีป้องกันคือแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก 4–5 มื้อ ลดคาร์โบไฮดรตเชิงเดี่ยวในมื้อนั้น และนั่งพักอย่างน้อย 20–30 นาทีหลังกิน
- ควรกินอาหารกี่มื้อต่อวันเมื่อมีความดันต่ำ?
- ควรแบ่งอาหารเป็น 4–5 มื้อเล็กต่อวัน แทนการกิน 2–3 มื้อใหญ่ การกระจายมื้ออาหารช่วยลดการสะสมเลือดในระบบย่อยอาหารครั้งละมาก ลดโอกาสเกิด postprandial hypotension และช่วยรักษาระดับน้ำตาลและความดันให้คงที่ตลอดวัน
สรุปแนวทางเลือกอาหารเมื่อเป็นความดันต่ำ
การกินอย่างไรเมื่อเป็นความดันต่ำไม่ใช่แค่การเพิ่มเกลือ แต่ครอบคลุมการดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรเลือกอาหารที่มีวิตามินบี 12 และโพแทสเซียม และแบ่งมื้ออาหารให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ความดันลดลง หากมีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงควบคู่กับการปรับโภชนาการ ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพพร้อมช่วยวางแผนมื้ออาหารที่ตรงกับสภาวะร่างกายของแต่ละผู้รับบริการ
หากต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล สามารถดาวน์โหลดแอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหารและปรึกษานักกำหนดอาหารออนไลน์ได้ทันที หรือสำรวจ โปรแกรมโภชนาการส่วนบุคคล สำหรับการวางแผนอาหารอย่างครบถ้วนกับผู้เชี่ยวชาญ
เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบเนื้อหาตามมาตรฐาน YMYL และ E-E-A-T
ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปด้านโภชนาการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ที่มีอาการควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารวิชาชีพก่อนปรับอาหาร
อ้างอิง
- World Health Organization. (2023). Cardiovascular diseases: Hypertension. WHO. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ. กรมอนามัย.
- Stabler, S. P. (2013). Vitamin B12 deficiency. New England Journal of Medicine, 368(2), 149–160. https://doi.org/10.1056/NEJMcp1113996
- Palatini, P., et al. (2009). Coffee consumption and risk of cardiovascular events in a cohort of young adults. Journal of Hypertension, 27(8), 1702–1708.
- Jansen, R. W., et al. (1995). Postprandial hypotension. Digestive Diseases and Sciences, 40(12), 2717–2724.
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2566). INMUCAL-Nutrients ฐานข้อมูลโภชนาการอาหารไทย. มหาวิทยาลัยมหิดล.
ไม่อยากคำนวณแคลอรี่เอง ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องอาหาร
Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ