เป็นโรคไต กินหน่อไม้ ได้มั้ย ?

หน่อไม้เป็นผักที่คนไทยกินมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม ต้มกะทิ หรือผัด สำหรับผู้ป่วยโรคไตมีสองประเด็นที่ต้องรู้ก่อนกินคือ โพแทสเซียมที่ค่อนข้างสูง และสาร Taxiphyllin ที่พบในหน่อไม้ดิบซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็น Hydrogen Cyanide ได้ถ้าไม่ผ่านความร้อนอย่างถูกต้อง

คุณค่าทางโภชนาการของหน่อไม้ที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคไต

สารอาหารหน่อไม้ต้มสุก 100 gความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต
โพแทสเซียม~533 mgสูง — ระวัง G3+
ฟอสฟอรัส~59 mgต่ำ — ไม่เป็นปัญหาหลัก
โซเดียม~5 mgต่ำมาก — ดี
โปรตีน~2.5 gต่ำ — ไม่เป็นปัญหา
ใยอาหาร~2.2 gดี
Taxiphyllin (ดิบ)มีปริมาณสูงต้องต้มทิ้งน้ำก่อนกิน
หน่อไม้ต้มสุก 100 g มีโพแทสเซียมสูงถึง ~533 mg ซึ่งสูงกว่ากล้วย (420 mg) เสียอีก อย่างไรก็ตาม การต้มน้ำปริมาณมากและทิ้งน้ำต้มช่วยลดโพแทสเซียมได้ 40–60% ทำให้หน่อไม้ที่ต้มอย่างถูกต้องมีโพแทสเซียมเหลือประมาณ 200–320 mg ต่อ 100 g
 

Taxiphyllin ในหน่อไม้คืออะไร

Taxiphyllin เป็น Cyanogenic Glycoside ที่พบในหน่อไม้ดิบ เมื่อกินหน่อไม้ดิบหรือต้มไม่สุก เอนไซม์ในลำไส้จะย่อย Taxiphyllin และปล่อย Hydrogen Cyanide (HCN) ออกมา ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม การต้มในน้ำเดือดเป็นเวลา 15–20 นาทีและทิ้งน้ำต้มทำลาย Taxiphyllin ได้เกือบทั้งหมด ทำให้หน่อไม้ต้มที่ถูกวิธีปลอดภัยสำหรับการกิน

วิธีต้มหน่อไม้ที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยโรคไต

  1. ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นบางๆ ก่อนต้ม
  2. ต้มในน้ำปริมาณมาก น้ำเดือดจัด 15–20 นาที
  3. ทิ้งน้ำต้มทิ้ง — ช่วยลดทั้ง Taxiphyllin และโพแทสเซียม
  4. ถ้าต้องการลดโพแทสเซียมเพิ่ม ต้มซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำใหม่
  5. ห้ามกินดิบโดยเด็ดขาด แม้แต่ในคนปกติ

กินได้ไหม แยกตามระยะโรคไต

CKD ระยะ G1–G2

กินได้หลังต้มถูกวิธีแล้ว ปริมาณ 50–80 g ต่อมื้อ

CKD ระยะ G3a–G3b

กินได้แต่จำกัดปริมาณ ไม่เกิน 50 g ต่อมื้อ ต้มสองรอบ ทิ้งน้ำทุกครั้ง และตรวจโพแทสเซียมในเลือดสม่ำเสมอ

CKD ระยะ G4–G5

ควรปรึกษานักกำหนดอาหารก่อน เพราะโพแทสเซียมสูงแม้หลังต้มแล้ว อาจต้องหลีกเลี่ยง

สรุป: เป็นโรคไต กินหน่อไม้ ได้มั้ย

กินได้ถ้าต้มถูกวิธี คือต้มในน้ำเดือด 15–20 นาทีและทิ้งน้ำต้มทุกครั้ง ห้ามกินดิบโดยเด็ดขาด และจำกัดปริมาณตามระยะโรคไตเพราะแม้หลังต้มแล้ว โพแทสเซียมในหน่อไม้ยังสูงกว่าผักทั่วไป


อ้างอิง

  • KDIGO CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 clinical practice guideline for the evaluation and management of chronic kidney disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1–117.
  • Kovesdy, C. P., Appel, L. J., Grams, M. E., Gutiérrez, O. M., McCullough, P. A., Palmer, B. F., Pitt, B., Sica, D. A., & Townsend, R. R. (2017). Potassium homeostasis in health and disease. American Journal of Kidney Diseases, 70(6), 844–858. https://doi.org/10.1053/j.ajkd.2017.06.018
  • Nambiar, V. S., & Seshadri, S. (2001). Bioavailability trials of beta-carotene from fresh and dehydrated drumstick leaves in a rat model. Plant Foods for Human Nutrition, 56(1), 83–95. https://doi.org/10.1023/A:1008175820763
  • U.S. Department of Agriculture. (2023). FoodData Central. https://fdc.nal.usda.gov
  • สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). ข้อแนะนำเวชปฏิบัติโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.


ไม่แน่ใจว่าอาหารที่กินอยู่ปลอดภัยสำหรับไตของคุณไหม?

Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ

เมนูและกับข้าวที่คำนวณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนมาให้ตามแนวทางผู้ป่วยโรคไตตามระยะของคุณ — แค่เปิดแพ็คแล้วกิน ไม่ต้องนับเองทุกวัน

สั่งเลย

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ