fbpx

ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : Health

อาหาร สำหรับ ผู้ป่วยมะเร็ง

ผู้ป่วยมะเร็ง จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะทุพโภชนาการมากกว่าคนปกติ เนื่องจากเนื้องอกที่เกิดขึ้นและสภาวะของร่างกายจะส่งผลต่อการเผาผลาญ ความอยากอาหาร หรือทำให้การกินอาหารของผู้ป่วยเกิดความยากลำบากมากขึ้น รวมถึงการรักษาของแพทย์ก็อาจมีผลข้างเคียงต่อความอยากอาหารของผู้ป่วยด้วย แต่สภาพร่างกายของผู้ป่วยกลับต้องการพลังงานและสารอาหารมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การเตรียมสุขภาพผู้ป่วยให้มีความพร้อมในการรับการรักษาของแพทย์ จึงมีบทบาทอย่างมากในการรักษาคนไข้ให้หายขาดจากโรคมะเร็ง แล้วแบบนี้ผู้ป่วยมะเร็ง ควรกิน อาหารอย่างไร และปรับเปลี่ยนประยุกต์อย่างไรให้ผู้ป่วยได้พลังงานและสารอาหารอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยมะเร็ง ต้องการพลังงานและสารอาหารเท่าไหร่  โดยทั่วไปคนเราควรได้รับพลังงานต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1,600 – 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปตามเพศ วัย องค์ประกอบร่างกายและกิจวัตรประจำวันของแต่ละบุคคล โดยเราสามารถคำนวณหาพลังงานที่ควรได้รับต่อวันได้ที่นี่ คลิก แต่เมื่อร่างกายมีภาวะต่าง ๆ ความต้องการพลังงานก็จะเปลี่ยนแปลงไป โดยตามหลักคำแนะนำของ ESPEN Guideline ได้ให้คำแนะนำในผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับพลังงานใกล้เคียงกันกับคนปกติหรือ 25 – 30 กิโลแคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น เรามีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ก็ควรได้รับพลังงานวันละ 1,500 – 1,800 กิโลแคลอรี่ต่อวัน   และส่วนของโปรตีน ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมากกว่าคนปกติหรืออยู่ที่ 1 – 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 […]

กินผัก อย่างไรให้ได้เพียงพอต่อวัน

กินผัก ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะผักนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะแตกต่างกันไปตามสีของผักแต่ละชนิด ซึ่งสารอาหารต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพของเราแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายของเราห่างไกลจากโรคเรื้อรัง รวมถึงมีส่วนช่วยในการคุมน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันได้มีคำแนะนำให้กินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งสำหรับบางคนนั้นการกินผักอาจจะเป็นเรื่องยากหรือเบื่อกับการที่จะต้องกินผักในปริมาณมาก ๆ วันนี้เราเลยมีเทคนิคต่าง ๆ มาเพื่อช่วยให้คุณสามารถกินผักได้หรือกินได้มากยิ่งขึ้น  เลือกผักใบก่อนเพื่อน เพราะโดยทั่วไปแล้วผักใบจะมีลักษณะที่นิ่ม เคี้ยวได้ง่าย อีกทั้งส่วนใหญ่ยังไม่มีกลิ่นแรง ๆ ซึ่งหากนำไปปรุงอาหารก็จะสามารถกินได้ง่ายกว่าผักในส่วนอื่น ๆ เช่น ก้านนั่นเอง  ปรุงผักด้วยเทคนิคที่เหมาะสม เนื่องจากการให้กินเมนูผักสด หรือผัดผักอาจจะทำให้เราได้รับรสชาติของผักเต็ม ๆ ซึ่งอาจจะทำให้กินได้ยากกว่า ซึ่งหากเรานำไปปรุงด้วยวิธีต่าง ๆ เช่นแครอทอบกรอบ เห็ดย่างซอสบาบีคิว กะหล่ำปลีห่อหมูตุ๋น ก็จะช่วยให้มีรสชาติ เนื้อสัมผัสที่ดี กินได้ง่ายขึ้นนั่นเอง  เลือกเมนูผักที่ดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เช่น เมนูเส้น สำหรับใครหลาย ๆ คนที่อาจจะชอบเมนูเส้น อาจเลือกเส้นที่มีการเติมผักลงในแป้ง หรือที่เราจะรู้จักกันดีคือ บะหมี่ผัก ก็ถือเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราเติมผักในมื้ออาหารได้มากขึ้น และจะดียิ่งขึ้น […]

โภชนบำบัด ในผู้ป่วย ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ (Non-alcoholic fatty liver disease, NAFLD) ถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังและส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมาก  ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในปี พ.ศ.2561 มีผู้ที่มีภาวะตับแข็งทั้งจากแอลกอฮอล์และปัจจัยอื่น ๆ มากถึง 200,000 คน โดยปัญหาภาวะไขมันพอกตับนั้น มักพบควบคู่กับโรคเรื้อรังหรือปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ เช่น อ้วนลงพุง ภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยภาวะไขมันพอกตับนี้จะเกิดจากการสะสมของไขมันภายในเนื้อเยื่อตับทำให้เกิดการแข็งตัวจนก่อให้เกิดโรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ในที่สุด  สำหรับการดูแลหรือรักษาภาวะไขมันพอกตับนั้นจะให้ความสำคัญไปในด้านของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดว่ามีผลนั่นก็คือการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งในวันนี้ที่เราจะพูดถึงอย่างเจาะลึกคือการปรับโภชนาการ เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร หรือ โภชนบำบัดในผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับ  ความสำคัญของสารอาหารหลักต่อภาวะ ไขมันพอกตับ  ถ้าพูดถึงสารอาหารหลัก ๆ ที่เราจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ซึ่งถือเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย (Macronutrient) ซึ่งได้มีการศึกษาพบหลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสารอาหารเหล่านี้กับการเกิดโรคภาวะไขมันพอกตับ โดยพบว่า  อาหารกลุ่มไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ น้ำตาลทราย และน้ำตาลฟรุกโตส มีความสัมพันธ์กับการเกิดไขมันพอกตับ นอกจากนั้นอาหารเหล่านี้จะส่งผลต่อระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดและความสามารถในการทำงานของตับ เราลองไปเจาะลึกว่าสารอาหารแต่ละชนิดกันมีผลต่อตับของเราอย่างไรบ้าง  ไขมัน  […]

ไขความลับประโยชน์ของ โอเมกา 3

โอเมกา 3 คือชื่อของไขมันไม่อิ่มตัวที่ใครหลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อนี้ตามโฆษณาต่าง ๆ มาอย่างมากมาย โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กหรือผลิตภัณฑ์จากปลา เพราะโอเมกา 3 ถือว่าเป็นไขมันที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายและสมอง อีกทั้งกรดไขมันโอเมกา 3 นี้ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเพียงเท่านั้น แล้วไขมันตัวนี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายและสมองของเราอย่างไรบ้าง   โอเมกา 3 คืออะไร กรดไขมัน โอเมกา 3 จัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวและเป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย ที่จะได้รับจากการกินอาหารเพียงเท่านั้น เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ซึ่งที่มาของการตั้งชื่อว่าโอเมกา แล้ว 3 ที่ต่อท้ายนั้น เพราะว่าโครงสร้างโมเลกุลตัวกรดไขมันนี้มีพันธะคู่ของคาร์บอนอยู่ ณ ตำแหน่งที่ 3 ซึ่งไขมันโอเมกา 3 นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้   ALA (Alpha-linolenic acid)  กรดไขมัน ALA นั้นเป็นชนิดที่สามารถพบได้มากในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน เมล็ดแฟลกซ์  วอลนัทและน้ำมันถั่วเหลือง โดยกรดไขมันตัวนี้ถือว่าเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดไขมันอย่างที่สำคัญอย่าง EPA และ DHA    EPA (Eicosapentaenoic acid)    กรดไขมัน EPA จะเป็นกรดไขมันที่สามารถได้รับจากอาหารจำพวก ปลา อาหารทะเล และสามารถสร้างขึ้นเองภายในร่างกายจากการเปลี่ยนกรดไขมัน ALA ได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร  DHA (Docosahexaenoic acid)   กรดไขมัน DHA นั้นก็จัดเป็นกรดไขมันที่สามารถได้รับจากอาหารจำพวก ปลา อาหารทะเล เป็นหลัก และอาจจะมีการสร้างขึ้นเองจากการเปลี่ยนกรดไขมัน ALA แต่ก็พบได้ในปริมาณที่น้อยเช่นเดียวกับกรดไขมัน EPA  แล้วไขมันโอเมก้า 3 นั้นมีประโยชน์ต่อเราอย่างไรบ้าง […]

กินอาหารอย่างไรเมื่อ ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ (Fatty Liver) คือ ภาวะที่ตับมีการสะสมไขมันในรูปของไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยและไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่ภาวะไขมันพอกตับนั้นจะส่งผลให้การทำงานของตับแย่ลง และนำไปสู่สุขภาพโดยรวมที่แย่ลงอีกด้วย หากเป็นในระยะเวลานานและรุนแรงพอ จะก่อให้เกิดมะเร็งตับได้ แล้วแบบนี้ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับควรเลือกกินอาหารอย่างไรหรือคุมอาหารอย่างไร เพื่อชะลอการเสื่อมลงของตับ รวมถึงลดปริมาณของไขมันที่สะสมในตับลงได้  เจาะลึกเรื่องชนิดและอาการของ ไขมันพอกตับ  ไขมันพอกตับ เป็นภาวะที่มีไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์สะสมอยู่ภายในเซลล์ตับมากขึ้น ส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบและกลายเป็นตับแข็งในที่สุด ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น การทำงานของตับก็จะลดลงแล้วก็ส่งผลให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแย่ลงอีกด้วย แต่ว่าโรคไขมันพอกตับนั้นไม่มีอาการแสดงออกอย่างชัดเจน ทำให้เราจะทราบว่าเป็นไขมันพอกตับอยู่หรือไม่จากการตรวจสุขภาพเท่านั้น โดยโรคไขมันพอกตับนั้น จะถูกแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้  ไขมันพอกตับที่เกิดจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic fatty liver) คือ การเกิดภาวะตับแข็งจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณจนทำให้ตับเสื่อมสภาพลง และเกิดการสะสมของไขมันที่เซลล์ตับ  ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic fatty liver) คือ ภาวะตับแข็งที่มีความผิดปกติจากโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การกินอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีพลังงานสูง หรืออาหารที่มีน้ำเชื่อมฟรุกโตสสูง (High fructose corn syrup, […]

ในหนึ่งวัน ดื่มกาแฟได้กี่แก้ว ?

ดื่มกาแฟได้กี่แก้ว อาจเป็นคำถามในใจของคอกาแฟหลาย ๆ คน เนื่องจากใครหลายคนอาจจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟกลิ่นหอม ๆ สักแก้ว ด้วยรสชาติขม อมเปรี้ยว หรือบางคนก็เติมหวานให้ละมุน พร้อมกลิ่นที่อบอวลที่เป็นเอกลักษณ์จะช่วยเติมพลังและความตื่นตัวของเราให้พร้อมกับการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในวันนั้นได้อย่างเต็มที่ จนถึงขั้นที่ในบางคนอาจจะรู้สึกว่าไม่สามารถขาดกาแฟไปได้ ไขความลับของ กาแฟ  กาแฟ ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีส่วนช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัว ไม่ง่วง พร้อมกับการทำงาน โดยกาแฟจะมีสารที่มีชื่อว่า “คาเฟอีน” ซึ่งเป็นสารที่มีหน้าตาคล้ายกันกับ อะดีโนซีน หรือสารที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลียนั่นเอง ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟจึงทำให้สารอะดีโนซีนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เราจึงไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือง่วงนอนนั่นเอง ทั้งนี้คาเฟอีนยังอาจไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนได้อีกด้วย จึงทำให้บางครั้งอาจเกิดอาการใจสั่น มือสั่นได้ แต่โดยส่วนใหญ่มักจะพบอาการเหล่านี้ได้ในผู้ที่ดื่มกาแฟมากเกินไปนั่นเอง  และนอกจากกาแฟจะช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัวได้แล้ว ยังได้มีการศึกษาอื่น ๆ เพิ่มเติมมากมายเพื่อดูค้นคว้าถึงประโยชน์เพิ่มเติมจากกาแฟต่อร่างกาย ซึ่งจากการศึกษาได้พบประโยชน์ ดังนี้  กาแฟ 1 แก้ว (คาเฟอีน 80 กรัม) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับรถได้ในคนที่ขับรถเป็นระยะเวลานาน โดยทำให้สามารถรักษารถอยู่ในเลนของตนเองได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ   การดื่มกาแฟเพิ่มขึ้นวันละ 1 แก้วสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยพบว่าสามารถลดมะเร็งตับได้ถึง 15% และยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย  หนึ่งวันจะ […]

ลดความเสี่ยง Alzheimer ทำอย่างไรดี

อัลไซเมอร์ ( Alzheimer ) ถือเป็นหนึ่งในโรคที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลให้การทำงานของสมองลดลงได้ แล้วนอกจากการกินอาหารทั้ง 3 รูปแบบที่เราเคยพูดถึงกันไปแล้ว ยังมีวิธีการใดที่จะช่วย ลดความเสี่ยง Alzheimer ลงได้อีกบ้าง  อัลไซเมอร์ ( Alzheimer ) คืออะไรกัน  อัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของสมองที่สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแต่จะเกิดจากการที่สมองมีการสะสมของสาร เบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-amyloid) จนเกิดเป็นคราบบริเวณเซลล์สมอง ส่งผลให้การทำงานของสมองเริ่มลดลง โดยอาจเริ่มจากหลงลืมเกี่ยวกับความทรงจำระยะสั้น ๆ และอาจร้ายแรงถึงไม่สามารถเกิดการเรียนรู้และลืมการดำเนินชีวิตไปได้อีกด้วย ซึ่งอย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่าโรคอัลไซเมอร์มีปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ดังนี้ อายุที่มากขึ้น โดยในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีความเสียงสูงขึ้น 2 เท่าในทุก 5 ปีที่อายุเพิ่มขึ้น  พันธุกรรม เช่น มีญาติที่มีภาวะอัลไซเมอร์ เป็นต้น  การประสบอุบัติเหตุที่ส่งผลโดยตรงต่อศีรษะ  โรคหลอดเลือดหัวใจ ที่มีปัจจัยย่อย ๆ ได้แก่ 1.อายุที่มากขึ้น โดยในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีความเสียงสูงขึ้น 2 เท่าในทุก 5 […]

อาหารบำรุงสมอง 5 ชนิด

สมอง ถือเป็นอีกอวัยวะที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนไหว การจดจำ และการทำงานของอวัยวะ เป็นต้น และถ้านึกถึงสมองสิ่งแรกที่หลายคนน่าจะคิดออกเป็นลำดับแรกก็คือ “ด้านความจำ” เพราะเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้นสมองของเราจะเกิดการเสื่อมลง ทำให้อาจเกิดการหลง ๆ ลืม ๆ และอาจก่อให้เกิดการตีบของหลอดเลือดสมองและเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้ นักกำหนดอาหารเลยมีคำแนะนำสำหรับ 5 อาหารบำรุงสมอง และสามารถหากินได้ง่าย  อาหารอะไรบ้างที่ดีต่อสมอง  1.ไข่ต้ม   หนึ่งในอาหารสามัญประจำบ้านที่เราทุกคนต้องเคยได้ลิ้มลองกันมาแล้ว ซึ่งเมนูง่าย ๆ นี้อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 และบี 12 ที่มีส่วนช่วยให้การทำงานของระบบประสาทและสมองเป็นปกติ อีกทั้งยังมีโคลีนซึ่งเป็นสารสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความทรงจำ นอกจากนี้การเสริมโคลีนนั้นมีส่วนช่วยให้อารมณ์และการจดจำดีขึ้นด้วย  2.ปลา เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีย่อยได้ง่าย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา  3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีส่วนช่วยในการการทำงานของสมอง เพราะจากการศึกษาพบว่ากว่า 60% ของสมองเราประกอบด้วยไขมัน ฉะนั้นเมื่อเรากินปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 จะช่วยให้การทำงานของสมองในด้านความจำดีขึ้นและสามารถทำงานได้ตามเป็นปกติอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นสารอาหารที่สำคัญในทารกและหญิงตั้งครรภ์เนื่องจากเป็นส่วนช่วยให้พัฒนาการสมองของทารกเป็นไปตามปกติอีกด้วย  3.ดาร์กช็อกโกแลต หรือ ผงโกโก้ ถือเป็นเครื่องดื่มหรือของว่างที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ และสารที่กระตุ้นระบบประสาทอย่างคาเฟอีน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองคล้ายกับการดื่มกาแฟ และยังพบอีกว่าฟลาโวนอยด์นั้นก็มีส่วนช่วยให้มีความจำที่ดีขึ้น โดยจากการทดลองให้คนกว่า 900 […]

น้ำตาลในเลือด เท่าไหร่ถึงเป็น เบาหวาน

เบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับ น้ำตาล ในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้จนทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้อย่างเพียงพอหรือไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนนี้ได้ตามปกติ (ภาวะดื้อต่ออินซูลิน) ซึ่งอินซูลินถือว่าเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยตรงนั่นเอง  ด้วยภาวะทั้งสองที่กล่าวไป ทำให้ร่างกายหรือเซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างปกติ จนเกิดเป็นการสะสมอยู่ภายในเลือด ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานานก็จะก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนหรือเป็นอันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้   ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงจำเป็นต้องควบคุมอาหารให้เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ    รู้ได้อย่างไรว่าเป็น เบาหวาน  การวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานจะสามารถทำได้ด้วยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก รวมถึงแพทย์จะสอบถามอาการผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและของบุคคลในครอบครัว  โดยมีวิธีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลายวิธีและจะแปรผลได้ ดังนี้  ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง (FPG) ≥ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  ระดับน้ำตาลในเลือดแบบสุ่ม (สำหรับผู้มีอาการ) ≥ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  ระดับน้ำตาลในเลือดหลังดื่มน้ำกลูโคส 75 กรัม 2 ชั่วโมง (OGTT) ≥ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  ระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (HbA1C) ≥ 6.5%  แต่การตรวจโดยส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดมักจะถูกรวมอยู่ในการตรวจสุขภาพประจำปีคือ ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 […]

เป็น เบาหวาน จะสามารถกิน ผลไม้ หรือไม่?

ผู้เป็น เบาหวาน มีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงปกติ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานหลาย ๆ คนสงสัยว่าเป็นเบาหวาน กินอะไรดีและอย่าง ผลไม้ ที่มีรสหวานจะสามารถกินได้หรือไม่  เจาะลึกเรื่อง เบาหวาน  เบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ผู้เป็นโรคเบาหวานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร เช่น ควบคุมคาร์โบไฮเดรต เลี่ยงอาหารหวาน เลี่ยงอาหารมัน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน หากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากเบาหวานได้ เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคไต หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน ซึ่งเป็นปัญหาทางสุขภาพที่ลดคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเบาหวานอย่างมาก แล้วแบบนี้ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องระมัดระวังปริมาณน้ำตาลในอาหารจะสามารถกินผลไม้ที่มีรสหวานจากธรรมชาติได้หรือไม่  ผลไม้ เป็น เบาหวาน จะกินได้ไหม  หลายคนอาจสงสัยว่าโรคเบาหวานที่ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด จะกินผลไม้ได้จริง ๆ ใช่หรือไม่ โดยตามหลักการดูแลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถสรุปอย่างง่ายได้ว่า  ผู้เป็นโรคเบาหวานสามารถกินผลไม้ได้ เพราะถึงแม้ผู้เป็นเบาหวานจะต้องควบคุมน้ำตาล แต่ก็สามารถกินผลไม้ได้ทุกชนิด โดยจะต้องเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะสมด้วย เพื่อไม่ให้ร่างกายเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาลในเลือดมากจนเกินไป ซึ่งปริมาณของผลไม้ที่แนะนำให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถกินได้ในหนึ่งวัน คือ ครั้งละ 1 คาร์บ เทียบได้กับผลไม้ประมาณ 1 […]

1 2 5
ส่งข้อความถึงเรา