อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569
หลายคนชอบกินอาหารร้อนจัด ๆ เพราะรู้สึกว่าอร่อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นโจ๊ก ซุป ก๋วยเตี๋ยว ชา หรือกาแฟ แต่งานวิจัยชี้ชัดว่า การกินหรือดื่มของร้อนจัดเป็นประจำ อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อร้อนมากจนลวกปาก แสบคอ หรือกลืนแล้วระคาย เพราะสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ว่าเป็นอาหารชนิดไหน แต่คือ อุณหภูมิที่ร้อนเกินไป จนเยื่อบุหลอดอาหารถูกกระทบซ้ำ ๆ
ดังนั้น ประเด็นของบทความนี้ไม่ใช่การบอกว่าอาหารร้อนทุกชนิดอันตราย แต่คือการชวนแยกให้ออกว่า “อุ่นร้อนกำลังดี” กับ “ร้อนจัดจนลวก” ต่างกันมากในมุมสุขภาพ และถ้าอยากลดความเสี่ยง การปล่อยให้อาหารคลายร้อนลงก่อนกิน ก็อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยได้มากกว่าที่คิด
อาหารร้อนจัด เสี่ยงมะเร็งอะไร?
ถ้าถามให้ชัดที่สุด มะเร็งที่เชื่อมโยงกับของร้อนจัดมากที่สุดจากข้อมูลปัจจุบันคือ มะเร็งหลอดอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินหรือดื่มของร้อนมากเป็นประจำ IARC (International Agency for Research on Cancer) หรือ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง สรุปว่า เครื่องดื่มที่ร้อนมากกว่า 65°C จัดเป็น “น่าจะก่อมะเร็งในคน” หรือ Group 2A และมะเร็งที่เกี่ยวข้องคือ มะเร็งหลอดอาหาร
แม้ข้อสรุปทางการจะเน้นที่ เครื่องดื่มร้อนจัด เป็นหลัก แต่หลักฐานเชิงระบาดวิทยาและงานทบทวนวรรณกรรมก็ไปในทิศทางเดียวกันว่า ความร้อนจัดของอาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นประเด็นสำคัญ โดยกลไกที่ถูกพูดถึงบ่อยคือการบาดเจ็บจากความร้อน หรือ thermal injury ที่เกิดซ้ำ ๆ กับเยื่อบุหลอดอาหาร
ทำไมของร้อนจัดถึงกระทบหลอดอาหาร?
หลอดอาหารเป็นทางผ่านของอาหารและเครื่องดื่มก่อนลงกระเพาะ ถ้าเรากินของที่ร้อนเกินไปบ่อย ๆ เยื่อบุหลอดอาหารอาจถูกความร้อนกระทบซ้ำ ๆ ได้ โดยพบว่า กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มร้อนอื่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารผ่านการทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเกิดความเสียหายจากความร้อนอย่างต่อเนื่อง
พูดง่าย ๆ คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “อาหารร้อน” แบบอุ่นกำลังดี แต่อยู่ที่ ร้อนจัดจนลวกปาก แสบลิ้น หรือกลืนแล้วระคายคอ ถ้าเป็นแบบนี้บ่อย ๆ ก็ไม่ใช่นิสัยที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว
อาหารร้อนจัดแค่ไหนที่ควรระวัง?
เวลาพูดถึงของร้อนจัด ตัวเลขที่อ้างอิงบ่อยที่สุดคือ มากกว่า 65 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่ IARC ใช้เป็นจุดอ้างอิงของ “very hot beverages” ในการประเมินความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร
ถ้าจะเอาแบบใช้จริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องพกเครื่องเทอร์โมมิเตอร์ทุกมื้อ แนวทางที่ง่ายกว่าคือดูจากความรู้สึกของร่างกาย ถ้ายังลวกปาก ควันขึ้นแรง จิบแล้วสะดุ้ง หรือกลืนแล้วระคายคอ แปลว่ายังร้อนไป ในทางปฏิบัติ หลายคนจึงใช้เป้าหมายประมาณ ต่ำกว่า 60°C เป็นแนวทางที่สบายปากและลดโอกาสลวกเยื่อบุได้ดีกว่า แม้ตัวเลขนี้จะเป็นแนวทางเชิงใช้จริงมากกว่าจุดตัดวินิจฉัยทางการแพทย์
พบว่า ประเทศจีน มีความชุกของการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร สูง
ข้อมูล GLOBOCAN 2022 ระบุว่า จีนมีผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารรายใหม่ประมาณ 224,012 ราย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 187,467 ราย ในปีเดียว อีกทั้งข้อมูล fact sheet ระดับประเทศของ IARC ก็จัดให้มะเร็งหลอดอาหารเป็นหนึ่งในมะเร็งสำคัญของจีน
งานวิเคราะห์จากข้อมูล GLOBOCAN 2022 ยังระบุด้วยว่า ในปี 2022 จีนคิดเป็นประมาณ 43.8% ของผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารรายใหม่ทั่วโลก และ 42.1% ของการเสียชีวิตทั่วโลก จากโรคนี้ ซึ่งสะท้อนว่าภาระโรคในจีนสูงมากจริง ส่วนหนึ่งอาจมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารร้อนจัด ๆ เช่น ชาร้อน แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น สูบบุหรี่
แล้วควรกินร้อนแค่ไหนดี?
ถ้าถามแบบใช้จริงในชีวิตประจำวัน คำตอบคือ
กินตอนอุ่นร้อน แต่ไม่ควรร้อนจัดจนลวก
แนวทางง่าย ๆ คือ
1) รอให้อาหารคลายร้อนก่อน
โดยเฉพาะโจ๊ก ซุป ก๋วยเตี๋ยว ชา กาแฟ และหม้อไฟ
2) ใช้สัญญาณจากร่างกายช่วยตัดสิน
ถ้ายังแสบปาก แสบลิ้น หรือกลืนแล้วระคายคอ แปลว่ายังร้อนไป
3) อย่าฝืนกินตอนร้อนจัด
ความชิน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
4) เป้าหมายคือ “อุ่นอร่อย ไม่ลวก”
อันนี้เป็นหลักจำง่ายที่สุดสำหรับคนทั่วไป
คำแนะนำนี้สอดคล้องกับหลักฐานที่ชี้ว่า จุดน่ากังวลคือการได้รับความร้อนในระดับสูงซ้ำ ๆ มากกว่าการกินอาหารอุ่นหรือร้อนธรรมดา
สรุป
ดังนั้น ถ้าถามว่า อาหารร้อนจัด เสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารไหม คำตอบคือ
มีความสัมพันธ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อกินหรือดื่มของร้อนจัดเป็นประจำจนลวกปากหรือระคายคอ
ถ้าถามว่า สิ่งที่ควรระวังคืออะไร คำตอบคือ
ไม่ใช่แค่อาหารชนิดไหน แต่คือ อุณหภูมิที่ร้อนเกินไป และพฤติกรรมการกินของร้อนจัดซ้ำ ๆ
ถ้าถามว่า ควรกินร้อนแค่ไหนดี คำตอบคือ
กินตอน อุ่นร้อนกำลังดี ไม่ต้องฝืน และหลีกเลี่ยงการกินหรือดื่มที่ เกิน 65°C เป็นประจำ
สรุปสั้น ๆ แบบจำง่าย
อุ่นร้อน = ได้
ร้อนจัดจนลวก = ควรเลี่ยง
FAQ
อาหารร้อนจัด เสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารไหม?
มีความสัมพันธ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อกินหรือดื่มของร้อนจัดเป็นประจำจนลวกปากหรือระคายคอ
อาหารร้อนจัด เสี่ยงมะเร็งอะไร?
มะเร็งที่เชื่อมโยงมากที่สุดคือ มะเร็งหลอดอาหาร
อุณหภูมิอาหารที่ควรเลี่ยงคือเท่าไหร่?
ระดับที่ควรระวังคือ มากกว่า 65°C และในทางปฏิบัติอาจรอให้ต่ำกว่านั้นก่อนกิน
ชาร้อน กาแฟร้อน ต้องงดไหม?
ไม่จำเป็นต้องงด แต่ไม่ควรดื่มตอนร้อนจัดจนลวกปากหรือแสบคอ
References
Bray, F., Laversanne, M., Sung, H., Ferlay, J., Siegel, R. L., Soerjomataram, I., & Jemal, A. (2024). Global cancer statistics 2022: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 36 cancers in 185 countries. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 74(3), 229–263. https://doi.org/10.3322/caac.21834
Chang, J. S., Hsiao, J.-R., & Chen, C.-H. (2017). ALDH2 polymorphism and alcohol-related cancers in Asians: A public health perspective. Journal of Biomedical Science, 24(1), 19. https://doi.org/10.1186/s12929-017-0327-y
Global Cancer Observatory. (2024). China fact sheet: GLOBOCAN 2022 (version 1.1). International Agency for Research on Cancer. https://gco.iarc.who.int/media/globocan/factsheets/populations/160-china-fact-sheet.pdf
International Agency for Research on Cancer. (2016, June 15). IARC Monographs evaluate drinking coffee, maté, and very hot beverages. https://www.iarc.who.int/wp-content/uploads/2018/07/pr244_E.pdf
International Agency for Research on Cancer. (2022, June 30). A very-hot food and beverage thermal exposure index and esophageal cancer risk in Malawi and Tanzania: Findings from the ESCCAPE case-control studies. https://www.iarc.who.int/news-events/a-very-hot-food-and-beverage-thermal-exposure-index-and-esophageal-cancer-risk-in-malawi-and-tanzania-findings-from-the-esccape-case-control-studies/
Islami, F., Boffetta, P., Ren, J. S., Pedoeim, L., Khatib, D., & Kamangar, F. (2009). High-temperature beverages and foods and esophageal cancer risk: A systematic review. International Journal of Cancer, 125(3), 491–524. https://doi.org/10.1002/ijc.24445
Qi, L., Sun, M., Liu, W., Zhang, X., Yu, Y., Tian, Z., Ni, Z., Zheng, R., & Li, Y. (2024). Global esophageal cancer epidemiology in 2022 and predictions for 2050: A comprehensive analysis and projections based on GLOBOCAN data. Chinese Medical Journal, 137(24), 3108–3116. https://doi.org/10.1097/CM9.0000000000003420
World Health Organization. (2017, December 14). Thailand uses integrated ecosystems health approach to beat cancer-causing disease. https://www.who.int/news/item/14-12-2017-thailand-uses-integrated-ecosystems-health-approach-to-beat-cancer-causing-disease