อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept
สรุปสำคัญ : อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ คือการเลือกรับประทานอาหารพิวรีนต่ำเพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือด โดยจำกัดเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ และแอลกอฮอล์ พร้อมเพิ่มผักสด นมพร่องมันเนย และน้ำเปล่าอย่างน้อย 2–3 ลิตรต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงการกำเริบของอาการปวดข้อ
- จำกัดพิวรีนจากอาหารให้ต่ำกว่า 400 มก. ต่อวันในช่วงที่มีอาการกำเริบ (Choi et al., 2005)
- นมพร่องมันเนยและโยเกิร์ตไขมันต่ำช่วยลดระดับกรดยูริกในซีรัมได้จริงตามหลักฐานเชิงประจักษ์
- การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอและลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นมาตรการเสริมที่สำคัญควบคู่กับการใช้ยา
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ คืออะไร และทำไมต้องระวังอาหารนี้
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ คือ รูปแบบการกินอาหารที่ออกแบบมาเพื่อ ควบคุมและลดระดับกรดยูริก (Uric acid) ในเลือดให้ต่ำกว่า 6 มก./ดล. ในระยะยาว ซึ่งเป็นเกณฑ์เป้าหมายสำคัญที่สมาคมโรคข้อแห่งสหรัฐอเมริกา (ACR) และสมาคมอายุรศาสตร์แห่งประเทศไทยแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบและลดการสะสมของผลึกตามข้อต่างๆ
ในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมอนามัย (2565) ระบุว่าผู้ป่วยโรคเก๊าท์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความชุกประมาณ 0.5–2% ของประชากรผู้ใหญ่ ซึ่งพฤติกรรมการกินอาหารมีผลโดยตรงต่อการดำเนินโรคนี้
เก๊าท์เกิดจากอะไร และกรดยูริกสัมพันธ์กับอาหารอย่างไร
โรคเก๊าท์เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia) นานพอที่จะทำให้เกลือโมโนโซเดียมยูเรต (monosodium urate) ตกผลึกในข้อ งานวิจัยของ Choi et al. ที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine (2004) พบว่าการบริโภคเนื้อแดงและอาหารทะเลบางชนิดสัมพันธ์กับความเสี่ยงเก๊าท์กำเริบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
บทสรุปกลไก: พิวรีน → ยูริก → ผลึกในข้อ
พิวรีนในอาหาร (adenine, guanine, hypoxanthine, xanthine) ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารและดูดซึมเข้ากระแสเลือด จากนั้นเอนไซม์แซนทีนออกซิเดส (xanthine oxidase) เปลี่ยนไฮโปแซนทีนและแซนทีนเป็นกรดยูริก เมื่อความเข้มข้นของกรดยูริกในเลือดเกิน 6.8 มก./ดล. จะเริ่มตกผลึก โดยเฉพาะในข้อที่อุณหภูมิต่ำ เช่น หัวแม่เท้า ข้อเท้า และข้อเข่า โดยประมาณ 70–80% ของกรดยูริกในร่างกายมาจากการสังเคราะห์ภายใน ส่วนที่เหลือมาจากอาหาร (Dalbeth et al., Lancet, 2021)
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง: น้ำหนักตัว แอลกอฮอล์ ยาบางชนิด
- ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มการสังเคราะห์กรดยูริกและลดการขับออกทางไต
- แอลกอฮอล์โดยเฉพาะเบียร์มีพิวรีนสูงและยังลดการขับกรดยูริกออกทางไต
- ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอาไซด์และแอสไพรินขนาดต่ำ อาจทำให้ระดับกรดยูริกสูงขึ้น ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ควรแจ้งแพทย์และนักกำหนดอาหารเพื่อปรับแผนอาหารควบคู่กัน
อาหารชนิดใดที่ผู้ป่วยเก๊าท์ควรกิน (อาหารพิวรีนต่ำ)
หลักการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์คือ เน้นแหล่งโปรตีนที่มีพิวรีนต่ำ อาหารที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และอาหารที่ช่วยเพิ่มการขับกรดยูริกออกทางไต การศึกษาของ Dalbeth et al. (2021) ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำช่วยลดความเสี่ยงเก๊าท์กำเริบได้อย่างชัดเจน
รายการอาหารพิวรีนต่ำที่แนะนำ (โปรตีนจากนม ไก่ไม่ติดหนัง ถั่วบางชนิด)
- แหล่งโปรตีนที่มีพิวรีนต่ำกว่า 50 มก./100 ก. ได้แก่ นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไขมันต่ำ ไข่ไก่ อกไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ขาวนุ่ม และถั่วเหลือง (แม้ถั่วเหลืองมีพิวรีนปานกลางแต่หลักฐานพบว่าไม่เพิ่มความเสี่ยงเก๊าท์เท่ากับเนื้อสัตว์)
- คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
- ผักใบเขียวส่วนใหญ่มีพิวรีนต่ำมากและควรเป็นฐานของมื้ออาหาร
ข้อมูลจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (INMUCAL) ยืนยันว่าข้าวสวย 100 ก. มีพิวรีนต่ำกว่า 10 มก.
ผลไม้และผักที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อการลดกรดยูริก
- เชอร์รีและผลไม้ตระกูลเบอร์รีมีสารแอนโทไซยานินที่ช่วยลดการอักเสบและยับยั้งแซนทีนออกซิเดส จากการศึกษาของ Zhang et al. (Arthritis and Rheumatism, 2012) พบว่าการกินเชอร์รี 10–12 เม็ดลดความเสี่ยงเก๊าท์กำเริบได้ 35%
- ผลไม้วิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง มะนาว และมะเขือเทศช่วยเพิ่มการขับกรดยูริกทางไต
- ผักใบเขียวส่วนใหญ่รวมทั้งผักบุ้ง ผักกาดขาว และบรอกโคลีมีพิวรีนต่ำและให้โพแทสเซียมซึ่งส่งเสริมสภาวะปัสสาวะเป็นด่างเล็กน้อย
อาหารที่ผู้ป่วยเก๊าท์ต้องหลีกเลี่ยงหรือจำกัด
- ควรจำกัดหรืองดอาหารที่มีพิวรีนสูงกว่า 150 มก./100 ก. โดยเฉพาะในช่วงที่อาการกำเริบเฉียบพลัน
- เป้าหมายคือลดพิวรีนจากอาหารให้เหลือต่ำกว่า 400 มก./วัน และต่ำกว่า 200 มก./วันในช่วงกำเริบ (Choi et al., 2005)
- น้ำตาลฟรักโทสสูงจากน้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง และขนมหวานต้องจำกัดด้วยเนื่องจากฟรักโทสกระตุ้นการสังเคราะห์พิวรีนภายในเซลล์ตับ
เนื้อแดง เครื่องใน และปลาบางชนิดที่มีพิวรีนสูง
- เครื่องในสัตว์อยู่ในกลุ่มพิวรีนสูงมาก ได้แก่ ตับวัว (~250 มก./100 ก.) ไตหมู (~200 มก./100 ก.) และสมอง ควรงดโดยสมบูรณ์ในช่วงกำเริบและจำกัดอย่างเข้มงวดในระยะบำรุงรักษา (ข้อมูล INMUCAL, สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล)
- ปลาที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ ปลาซาร์ดีนกระป๋อง (~345 มก./100 ก.) ปลาแอนโชวี และปลาแฮร์ริง สำหรับปลาน้ำจืดไทย เช่น ปลาช่อน (~100–120 มก./100 ก.) และปลาดุก (~80–100 มก./100 ก.) สามารถรับประทานได้ในปริมาณจำกัด (ไม่เกิน 60–90 ก. ต่อมื้อ) ในระยะที่ไม่มีอาการ
บริบทอาหารไทย: เมนูไทยที่ควรระวังและเมนูที่ปลอดภัย
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ผู้ชายอายุ 45 ปี น้ำหนัก 85 กก. เป็นเก๊าท์มา 2 ปี รับประทานผัดผักรวมกับตับหมู 120 ก. และดื่มเบียร์ 1 กระป๋องเป็นประจำ 3 ครั้ง/สัปดาห์ ระดับกรดยูริกอยู่ที่ 9.2 มก./ดล.
เมื่อนักกำหนดอาหารปรับเมนูเป็นผัดผักรวมกับอกไก่ 90 ก. งดเบียร์ และเพิ่มน้ำเปล่า 2.5 ลิตร/วัน หลัง 3 เดือนระดับกรดยูริกลดลงเหลือ 7.1 มก./ดล. และไม่มีอาการกำเริบ
- เมนูอาหารไทยที่ควรระวัง ได้แก่ ต้มยำทะเล (กุ้ง หอย หมึกมีพิวรีนปานกลาง-สูง) ยำตีนหมู ลาบเนื้อ และข้าวหมูกรอบ
- เมนูอาหารไทยที่ปลอดภัยกว่า ได้แก่ แกงเลียง (ผักหลากชนิด พิวรีนต่ำ) ต้มจืดเต้าหู้ไข่ ผัดผักบุ้งไฟแดงไม่ใส่เนื้อสัตว์มาก และข้าวต้มปลากะพง (ปริมาณไม่เกิน 60 ก. ต่อมื้อ)
ตารางเปรียบเทียบ: ปริมาณพิวรีนและสารอาหารต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| อาหาร (หน่วยบริโภค) | พิวรีนโดยประมาณ (มก./100 ก.) | โปรตีน (ก./100 ก.) | ระดับความเสี่ยง |
|---|
| ตับวัว (60 ก.) | ~250 | 26 | สูงมาก — งด |
| ปลาซาร์ดีนกระป๋อง (60 ก.) | ~345 | 21 | สูงมาก — งด |
| ปลาช่อน (60 ก.) | ~110 | 18 | ปานกลาง — จำกัด |
| กุ้งขาว (60 ก.) | ~90 | 14 | ปานกลาง — จำกัด |
| อกไก่ไม่ติดหนัง (90 ก.) | ~60 | 21 | ต่ำ — รับประทานได้ |
| เต้าหู้ขาวนุ่ม (100 ก.) | ~25 | 5 | ต่ำ — รับประทานได้ |
| ไข่ไก่ (1 ฟอง, 60 ก.) | <5 | 8 | ต่ำมาก — แนะนำ |
| นมพร่องมันเนย (200 มล.) | <2 | 7 | ต่ำมาก — แนะนำ |
ที่มา: สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (INMUCAL) และ USDA FoodData Central; ค่าพิวรีนเป็นค่าโดยประมาณ อาจแตกต่างตามวิธีการปรุงและแหล่งที่มา
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ: ปรับเมนู วิธีปรุง และการจัดสัดส่วนมื้ออาหาร
- การต้มและลวกเนื้อสัตว์ช่วยลดพิวรีนได้ประมาณ 50–60% เนื่องจากพิวรีนละลายน้ำได้ดี น้ำต้มควรทิ้งและไม่นำมาทำน้ำซุปสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์
- สัดส่วนจานอาหารที่แนะนำ: ครึ่งจานเป็นผักหลากสี หนึ่งในสี่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และหนึ่งในสี่เป็นโปรตีนพิวรีนต่ำ
- ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2–2.5 ลิตรต่อวันเพื่อส่งเสริมการขับกรดยูริกออกทางไต ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2020) เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ข้อควรระวังและข้อห้าม (ยา อาหารเสริม และการอดอาหาร)
- การอดอาหารหรือลดน้ำหนักเร็วเกิน 0.5 กก./สัปดาห์ (crash diet) กระตุ้นให้ระดับกรดยูริกพุ่งสูงชั่วคราวและอาจทำให้เก๊าท์กำเริบ
- ผู้ที่ใช้ยา allopurinol หรือ febuxostat ไม่ควรหยุดยาเองแม้ระดับกรดยูริกจะเข้าสู่ปกติแล้ว เพราะอาจทำให้ผลึกที่ละลายกลับตกใหม่
- อาหารเสริมวิตามินซีขนาด 500 มก./วันอาจมีประโยชน์ช่วยขับกรดยูริก แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน เนื่องจากในผู้ที่มีนิ่วในไตบางชนิดอาจมีข้อห้ามใช้
ตัวอย่างแผนมื้ออาหาร 1 วันสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์
มื้อเช้า: ข้าวต้มข้าวกล้อง 150 ก. + ไข่ต้ม 1 ฟอง + ผักกาดดอง (ไม่มีน้ำซุปกระดูก) + นมพร่องมันเนย 200 มล. พิวรีนรวมประมาณ 15–20 มก.
มื้อกลางวัน: ข้าวสวย 150 ก. + แกงเลียงผักรวม (ฟักทอง ข้าวโพด ผักบุ้ง ใบแมงลัก) 200 ก. + อกไก่ต้มฉีก 90 ก. + ฝรั่ง 100 ก. พิวรีนรวมประมาณ 70–85 มก.
มื้อเย็น: ข้าวกล้อง 150 ก. + ต้มจืดเต้าหู้ไข่ผักกาด (เต้าหู้ขาวนุ่ม 100 ก. + ไข่ 1 ฟอง) + ผัดบรอกโคลีน้ำมันน้อย 100 ก. + กล้วยน้ำว้า 1 ผล พิวรีนรวมประมาณ 35–45 มก.
รวมพิวรีนทั้งวัน: ประมาณ 120–150 มก. ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำและปลอดภัยสำหรับระยะบำรุงรักษา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาหารและเก๊าท์
- เก๊าท์คืออะไร และเกี่ยวข้องกับอาหารอย่างไร
- เก๊าท์คือโรคข้ออักเสบเฉียบพลันจากผลึกโมโนโซเดียมยูเรตที่เกิดเมื่อกรดยูริกในเลือดสูงเกิน 6.8 มก./ดล. อาหารที่มีพิวรีนสูงเพิ่มภาระการสร้างกรดยูริกในร่างกาย ทำให้ความเสี่ยงกำเริบสูงขึ้นโดยตรง แม้อาหารจะรับผิดชอบเพียง 20–30% ของกรดยูริกทั้งหมด แต่การควบคุมอาหารมีผลชัดเจนต่อการจัดการโรคร่วมกับยา (Dalbeth et al., Lancet, 2021)
- ผู้ป่วยเก๊าท์สามารถกินเนื้อสัตว์ได้ไหมและควรจำกัดเท่าไหร่
- กินได้แต่ต้องเลือกชนิดและจำกัดปริมาณ อกไก่ไม่ติดหนังและปลาน้ำจืดที่มีพิวรีนต่ำ-ปานกลางรับประทานได้ไม่เกิน 90–120 ก./มื้อ ในระยะไม่มีอาการ ส่วนช่วงกำเริบควรลดให้เหลือต่ำกว่า 60 ก./มื้อและหลีกเลี่ยงเนื้อแดงและเครื่องในทั้งหมด
- ผลไม้ชนิดใดช่วยลดกรดยูริกหรือปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นเก๊าท์
- เชอร์รีและเบอร์รีตระกูลต่าง ๆ มีหลักฐานดีที่สุดในการลดความเสี่ยงกำเริบ ฝรั่ง มะนาว และกีวีให้วิตามินซีสูงซึ่งช่วยขับกรดยูริก ผลไม้ที่ควรระวังคือผลไม้หวานจัดและน้ำผลไม้ที่มีฟรักโทสสูง เช่น ทุเรียนและน้ำผลไม้กล่องที่เติมน้ำตาล
- เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ ไต ควรหลีกเลี่ยงตลอดไปหรือจำกัดปริมาณ
- ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงกำเริบและช่วงที่ระดับกรดยูริกยังไม่อยู่ในเป้าหมาย เครื่องในสัตว์มีพิวรีนสูงมากที่สุดในบรรดาอาหารทั้งหมด และเพียง 60 ก. ของตับวัวก็ให้พิวรีนเกิน 150 มก. แล้ว ในระยะที่ควบคุมกรดยูริกได้ดีและอยู่ในการดูแลของแพทย์ อาจรับประทานได้น้อยมากและไม่บ่อยตามการประเมินของนักกำหนดอาหาร
- นมและผลิตภัณฑ์นมปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์หรือไม่ และควรเลือกแบบใด
- นมพร่องมันเนยและโยเกิร์ตไขมันต่ำปลอดภัยและมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเก๊าท์ การศึกษาของ Choi et al. (NEJM, 2004) พบว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงเก๊าท์กำเริบ ควรเลือกนมพร่องมันเนยหรือนมไขมัน 0% และโยเกิร์ตไม่เติมน้ำตาล วันละ 1–2 หน่วยบริโภค
- มีเมนูไทยตัวอย่างสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์หรือแผนมื้ออาหารประจำวันหรือไม่
- มีแผนมื้ออาหาร 1 วันในบทความนี้ซึ่งออกแบบโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ โดยรวมพิวรีนทั้งวันต่ำกว่า 150 มก. เมนูไทยที่แนะนำ ได้แก่ แกงเลียงผักรวม ต้มจืดเต้าหู้ไข่ และผัดผักบุ้งกับอกไก่ สำหรับแผนอาหาร 7 วันเฉพาะบุคคล สามารถปรึกษานักกำหนดอาหารผ่านโปรแกรมโภชนาการส่วนบุคคลได้เลย
- ในช่วงเก๊าท์กำเริบเฉียบพลัน ควรปรับอาหารอย่างไร
- ในช่วงกำเริบเฉียบพลันควรจำกัดพิวรีนจากอาหารให้ต่ำกว่า 200 มก./วัน งดเนื้อแดง เครื่องใน อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ทั้งหมด เน้นอาหารพิวรีนต่ำมาก เช่น ข้าวต้ม ไข่ต้ม ผักลวก และดื่มน้ำเปล่า 2.5–3 ลิตร/วัน การปรับอาหารในช่วงนี้เป็นมาตรการเสริมยาต้านการอักเสบ ไม่ใช่การทดแทนยา
- แอลกอฮอล์ทุกชนิดต้องงดหรือเพียงแค่จำกัด
- เบียร์และสุราหมักทุกชนิดควรงดโดยเด็ดขาดในช่วงกำเริบ เพราะมีทั้งพิวรีนสูงและยับยั้งการขับกรดยูริกทางไต ไวน์แดงในปริมาณน้อยมาก (ไม่เกิน 1 หน่วยดื่ม/วัน) อาจยอมรับได้ในระยะบำรุงรักษาสำหรับบางราย แต่ WHO (2023) ระบุว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ใดที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ การงดแอลกอฮอล์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์
สรุป: การเลือกอาหารเพื่อลดการกำเริบและการปวดข้อจากเก๊าท์
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ที่ได้ผลจริงต้องอาศัยการจำกัดพิวรีนจากเนื้อแดง เครื่องใน และแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการเพิ่มผักสด ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ และการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนอาหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนยาได้ แต่ช่วยให้ระดับกรดยูริกอยู่ในเป้าหมายและลดความถี่ในการกำเริบได้อย่างมีนัยสำคัญ หากต้องการแผนอาหารเฉพาะบุคคลที่คำนึงถึงยา โรคร่วม และเมนูอาหารไทยที่ชื่นชอบ สามารถปรึกษาทีมนักกำหนดอาหารผ่านแอป Wello เพื่อรับคำแนะนำที่ตรงกับชีวิตประจำวันของผู้ป่วยแต่ละรายได้เลยวันนี้
เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept | ตรวจสอบความถูกต้องทางคลินิกโดยนักกำหนดอาหารที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ | Eatwellconcept บริการโภชนาการคลินิกและสุขภาพองค์กร
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปด้านโภชนาการและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารวิชาชีพก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือยา
อ้างอิง
- Choi, H. K., Atkinson, K., Karlson, E. W., Willett, W., & Curhan, G. (2004). Purine-rich foods, dairy and protein intake, and the risk of gout in men. New England Journal of Medicine, 350(11), 1093–1103. https://doi.org/10.1056/NEJMoa035700
- Choi, H. K., & Curhan, G. (2005). Gout: Epidemiology and lifestyle choices. Current Opinion in Rheumatology, 17(3), 341–345.
- Dalbeth, N., Choi, H. K., Joosten, L. A. B., Khanna, P. P., Matsuo, H., Perez-Ruiz, F., & Stamp, L. K. (2021). Gout. Lancet, 397(10287), 1843–1855. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(21)00569-9
- Zhang, Y., Neogi, T., Chen, C., Chaisson, C., Hunter, D. J., & Choi, H. (2012). Cherry consumption and decreased risk of recurrent gout attacks. Arthritis & Rheumatism, 64(12), 4004–4011. https://doi.org/10.1002/art.34677
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย.
- สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2566). โปรแกรม INMUCAL-Nutrients V.4: ฐานข้อมูลองค์ประกอบอาหารไทย. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
ไม่อยากคำนวณแคลอรี่เอง ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องอาหาร
Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ
ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ