DASH diet ในอาหารไทย: วิธีปรับเมนูไทยให้ช่วยลดความดัน

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept

  • โซเดียมในอาหารไทยสูงกว่าเป้าหมาย DASH diet เฉลี่ย 2–3 เท่า เราสามารถปรับได้ด้วยการลดน้ำปลาและซอสสำเร็จรูป
  • ผักและผลไม้ไทย เช่น กล้วย มะละกอ และผักบุ้ง เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ราคาถูกและหาง่าย
  • การปรับเมนูตาม DASH diet ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารทั้งหมด เพียงปรับสัดส่วนและวิธีปรุงก็เพียงพอ

DASH diet  คืออะไร? ทำไมจึงช่วยลดความดัน

DASH ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension เป็นรูปแบบการกินที่พัฒนาโดย National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเน้นการบริโภคผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไขมันต่ำ และลดโซเดียมลงอย่างมีนัยสำคัญ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) รายงานว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,636 mg ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าค่าที่ WHO (2023) แนะนำที่ไม่เกิน 2,000 mg ต่อวันเกือบสองเท่า ดังนั้นการปรับมาใช้ DASH diet ในบริบทอาหารไทย จึงหมายถึงการลดโซเดียมจากน้ำปลา ซอสปรุงรส และอาหารแปรรูป พร้อมกับเพิ่มแหล่งโพแทสเซียมและแคลเซียมจากผักผลไม้ท้องถิ่น

DASH diet ช่วยลดความดันได้จริงหรือไม่?

หลักฐานวิชาการและผลการศึกษา

การศึกษาแบบ meta-analysis ใน Journal of Human Hypertension (Siervo et al., 2015) ซึ่งรวบรวมการศึกษา 17 รายการพบว่า DASH diet สามารถลด systolic blood pressure ได้เฉลี่ย 6.74 mmHg และ ลด diastolic blood pressure ได้ 3.54 mmHg ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งผลที่เห็นได้ชัดมักปรากฏภายใน 2–4 สัปดาห์ หลังเริ่มปรับอาหารอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับบริบทไทย ข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ระบุว่าผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมอาหารร่วมกับยา สามารถลดขนาดยาได้เมื่อความดันลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนยา

กลไกทางโภชนาการ: ต่อความดัน

  • โซเดียมสูงทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเพิ่มปริมาตรเลือด ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดรับแรงดันมากขึ้น
  • ในทางตรงกันข้าม โพแทสเซียมช่วยขับโซเดียมออกทางปัสสาวะและผ่อนคลายผนังหลอดเลือด (Aburto et al., 2013, BMJ)
  • ขณะที่แคลเซียมและแมกนีเซียมช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบในผนังหลอดเลือด

ดังนั้นDASH diet จึงออกแบบให้สารอาหารเหล่านี้ทำงานร่วมกันแทนที่จะพึ่งการลดโซเดียมเพียงอย่างเดียว

DASH diet  กินอย่างไรให้เหมาะกับเมนูแบบไทย ๆ ?

การลดโซเดียมในอาหารไทย: ปรับซอส น้ำปลา และการปรุง

น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ (15 mL) มีโซเดียมประมาณ 1,160–1,400 mg (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, INMUCAL) ซึ่งเกือบเต็มโควตาโซเดียมต่อมื้อในมาตรฐาน DASH แนวทางปฏิบัติที่ทำได้ทันที ได้แก่

  • ลดน้ำปลาลงครึ่งหนึ่งและใช้น้ำมะนาวหรือสมุนไพรชดเชยรสชาติ
  • เลือกซอสถั่วเหลืองลดโซเดียม (reduced-sodium) ที่มีโซเดียมลดลงประมาณ 40%
  • เมื่อซื้ออาหารนอกบ้านในกรุงเทพฯ สามารถขอให้ร้านปรุงแยกน้ำปลาหรือลดซอสปรุงรสได้โดยตรง

เพิ่มแหล่งโพแทสเซียมจากผักและผลไม้ไทย

การเพิ่มผักสด 2–3 ทัพพีต่อมื้อและผลไม้ไทย 1 หน่วยบริโภคต่อวัน เป็นวิธีที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้สำหรับผู้สูงอายุไทย เช่น

  • กล้วยน้ำว้า 1 ผลกลาง (100 g) มีโพแทสเซียม 358 mg (INMUCAL)
  • มะละกอสุก 100 g มีโพแทสเซียม 257 mg
  • ผักบุ้ง 100 g มีโพแทสเซียม 312 mg

แหล่งโปรตีน สไตล์  DASH 

สำหรับโปรตีน DASH diet แนะนำเป็นปลาที่มีไขมันต่ำเช่น ปลานิล ปลาทู และเต้าหู้แข็ง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่หาได้ทั่วไปในตลาดสด

ตารางเปรียบเทียบโภชนาการของเมนูไทย (ต่อหน่วยเสิร์ฟมาตรฐาน)

ข้อมูลจาก INMUCAL สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และ USDA FoodData Central 

เมนู (หน่วยเสิร์ฟ)พลังงาน (kcal)Na (mg)K (mg)Protein (g)หมายเหตุแหล่งข้อมูล
ต้มจืดเต้าหู้ผักรวม (250 mL)654203106.2INMUCAL
แกงเขียวหวานไก่ (200 g)28089039018.0INMUCAL
ส้มตำปูปลาร้า (150 g)951,2404205.8INMUCAL
ส้มตำไทยลดน้ำปลา (150 g)*885204185.5ประมาณการจาก INMUCAL
แกงส้มผักรวมกุ้ง (250 mL)13068048012.5INMUCAL
ข้าวกล้อง (150 g สุก)1654773.5INMUCAL

*ส้มตำลดน้ำปลา: ใช้น้ำปลา 1 ช้อนชา (แทน 1 ช้อนโต๊ะ) และเติมน้ำมะนาวเพิ่ม ค่า Na ลดลงประมาณ 58%

เมนูตัวอย่าง 3 วัน แบบ DASH diet ฉบับไทย (เตรียมได้ใน 20–30 นาที)

แผนนี้ออกแบบให้โซเดียมรวมต่อวันไม่เกิน 1,800 mg และพลังงานประมาณ 1,800–2,000 kcal เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 40–65 ปี

วันเช้ากลางวันเย็นNa รวมโดยประมาณ (mg)
วันที่ 1ข้าวกล้อง 150 g + ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผักบุ้งลวก 100 g ราดน้ำมันน้อยต้มจืดเต้าหู้ผักรวม 250 mL + ข้าวกล้อง 150 g + กล้วยน้ำว้า 1 ผลแกงส้มผักรวมกุ้ง 250 mL + ข้าวกล้อง 150 g + มะละกอสุก 100 g~1,650
วันที่ 2โจ๊กข้าวกล้อง 300 mL + ปลาทูนึ่ง 60 g + ต้นหอมผักชี (ไม่เติมเกลือ)ส้มตำไทยลดน้ำปลา 150 g + ข้าวเหนียว 80 g + ไก่ย่างไม่ติดหนัง 80 gต้มจืดปลาช่อนผักรวม 250 mL + ข้าวกล้อง 150 g + ฝรั่ง 1 ผลกลาง~1,720
วันที่ 3นมพร่องมันเนย 200 mL + ข้าวโอ๊ต 40 g + กล้วยหอม 1 ผลแกงส้มผักรวมกุ้ง 250 mL + ข้าวกล้อง 150 g + แตงโม 150 gผัดผักรวมเต้าหู้แข็ง (น้ำมันน้อย ซอสลดโซเดียม) 200 g + ข้าวกล้อง 150 g~1,580

เคล็ดลับปฏิบัติได้จริง: วิธีเลือกซื้อ ปรุง และทานนอกบ้าน

  • ควรเลือกต้มจืด แกงส้ม หรือนึ่งแทนแกงกะทิ
  • ขอน้ำซุปแยกต่างหากและกินเฉพาะส่วนที่ต้องการ
  • หลีกเลี่ยงการเติมน้ำปลาหรือซอสพริกบนโต๊ะ
  • เลือกข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีทแทนข้าวขาว
  • การเตรียมอาหารล่วงหน้า (meal prep) ในวันหยุดสำหรับ 3–4 วันข้างหน้า เช่น ต้มซุปผักไว้ในช่องแช่แข็ง และหมักปลาหรือไก่ไว้ล่วงหน้า ช่วยลดเวลาการทำอาหารในวันทำงานเหลือ 15–20 นาที

ข้อควรระวังสำหรับผู้มีโรคประกอบ (CKD และเบาหวาน)

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) ระยะ 3–4 ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากไตที่เสื่อมสภาพอาจขับโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสได้ลดลง การเพิ่มผักผลไม้ตามหลัก DASH diet อาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป National Kidney Foundation (2020) แนะนำให้ปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนปรับ DASH diet ในผู้ป่วย CKD ทุกราย

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน DASH diet สามารถปรับร่วมกับการควบคุมคาร์โบไฮเดรตได้ โดยเน้นธัญพืชไม่ขัดสีและลดผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียนและมังคุด เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดควบคู่กัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DASH diet ในอาหารไทย

DASH diet คืออะไร?
DASH diet คือรูปแบบการกินเพื่อหยุดและป้องกันความดันโลหิตสูง โดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไขมันต่ำ และจำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,300 mg ต่อวัน (หรือ 1,500 mg ต่อวันในกรณีที่ความดันสูงมาก) พัฒนาและรับรองโดย NHLBI สหรัฐอเมริกา และได้รับการยอมรับจาก WHO ว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนที่สุดสำหรับการลดความดันโลหิต
DASH diet ช่วยลดความดันได้จริงไหม?
ใช่ มีหลักฐานชัดเจน การวิเคราะห์แบบ meta-analysis (Siervo et al., 2015) พบว่า DASH diet ลด systolic BP เฉลี่ย 6.74 mmHg ในผู้ที่มีความดันสูง โดยเห็นผลภายใน 2–4 สัปดาห์เมื่อปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ดีขึ้นเมื่อจำกัดโซเดียมพร้อมกัน
DASH diet ในอาหารไทย กินอย่างไรให้เป็นตามแนวทาง?
เริ่มจากลดน้ำปลาลงครึ่งหนึ่งในทุกมื้อ เพิ่มผักสด 2–3 ทัพพีต่อมื้อ เลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว และเปลี่ยนจากแกงกะทิมาเป็นต้มจืดหรือแกงส้ม ซึ่งมีโซเดียมต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญตามข้อมูล INMUCAL การเปลี่ยนแปลงทีละขั้นตอนและค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนทั้งหมดในคราวเดียว
DASH diet ควรกินโซเดียมเท่าไหร่ต่อวัน?
มาตรฐาน DASH กำหนดโซเดียมไม่เกิน 2,300 mg ต่อวันสำหรับประชากรทั่วไป และไม่เกิน 1,500 mg ต่อวันสำหรับผู้ที่มีความดันสูงหรือมีความเสี่ยงสูง ซึ่งสอดคล้องกับข้อแนะนำของ WHO (2023) ที่แนะนำโซเดียมไม่เกิน 2,000 mg ต่อวัน คนไทยโดยเฉลี่ยบริโภคโซเดียม 3,636 mg ต่อวัน (กรมอนามัย, 2566) ซึ่งต้องลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง
DASH diet เหมาะกับคนเป็นเบาหวานหรือไม่?
DASH diet เหมาะกับผู้เป็นเบาหวานได้ในหลายกรณี แต่ต้องปรับให้เน้นธัญพืชไม่ขัดสี ลดผลไม้หวานจัด และควบคุมสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต การศึกษาใน Diabetes Care (Azadbakht et al., 2011) พบว่า DASH diet ช่วยลดทั้งความดันและระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อปรับแผนให้เฉพาะบุคคล
จะปรับเมนูอาหารไทยยอดนิยมให้เป็น DASH ได้อย่างไร?
เมนูไทยยอดนิยมส่วนใหญ่ปรับได้โดยลดน้ำปลาและซอส เช่น ส้มตำลดน้ำปลาเหลือ 1 ช้อนชา ต้มยำขอน้ำซุปแยก แกงส้มเลือกกุ้งหรือปลาแทนหมู และผัดผักใช้น้ำมันน้อยกับซอสลดโซเดียม วิธีนี้ช่วยให้โซเดียมลดลง 40–60% โดยยังคงรสชาติที่ยอมรับได้
DASH diet แตกต่างจากอาหาร Mediterranean หรือ TLC อย่างไร?
DASH diet เน้นการลดโซเดียมเป็นหลักและมีหลักฐานชัดที่สุดสำหรับความดันโลหิตสูง Mediterranean diet เน้นไขมันดีจากน้ำมันมะกอกและปลา มีหลักฐานดีสำหรับโรคหัวใจโดยรวม ส่วน TLC (Therapeutic Lifestyle Changes) เน้นลด LDL คอเลสเตอรอลเป็นหลัก สำหรับคนไทยที่มีความดันสูง DASH ปรับเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นได้ง่ายกว่า Mediterranean ที่ต้องพึ่งน้ำมันมะกอกและปลาแซลมอนซึ่งราคาสูงกว่า
DASH diet ต้องทำอาหารเองเสมอไหม หรือสั่งอาหารนอกบ้านได้?
สั่งอาหารนอกบ้านได้หากเลือกอย่างถูกต้อง ให้เลือกเมนูต้ม นึ่ง ย่าง มากกว่าผัดหรือทอด ขอปรุงแยกซอสหรือลดน้ำปลา เลือกข้าวกล้องหากมีให้บริการ และหลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงบนโต๊ะ ในกรุงเทพฯ ร้านอาหารสุขภาพและโรงอาหารที่ผ่านระบบโรงอาหารเพื่อสุขภาพมักมีตัวเลือก DASH-friendly มากขึ้น

สรุป: เริ่มปรับเมนูไทยตาม DASH diet ในอาหารไทย อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

DASH diet ในอาหารไทย ไม่ใช่การเลิกกินอาหารไทย แต่คือการปรับสัดส่วน ลดโซเดียม และเพิ่มผักผลไม้ที่มีอยู่แล้วในครัวไทย โดยการเลือกต้มจืดแทนแกงกะทิ ลดน้ำปลาครึ่งช้อน และเพิ่มผักบุ้ง มะละกอ หรือกล้วยน้ำว้าทุกวัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้จริงสำหรับผู้ใหญ่อายุ 40–65 ปี หากต้องการแผนโภชนาการที่ปรับตามสภาวะสุขภาพส่วนบุคคล สามารถดาวน์โหลดแอป Wello เพื่อบันทึกมื้ออาหารและปรึกษานักกำหนดอาหารออนไลน์ได้ทันที หรือเข้าร่วมโปรแกรมโภชนาการส่วนบุคคลเพื่อรับแผนเฉพาะบุคคลจากทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ

เขียนโดย: ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ (Registered Dietitians) Eatwellconcept — ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคลินิกและสุขภาพองค์กร | eatwellconcept.com

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางโภชนาการทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการรับยาควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร

อ้างอิง

  1. Siervo, M., Lara, J., Chowdhury, S., Ashor, A., Oggioni, C., & Mathers, J. C. (2015). Effects of the Dietary Approach to Stop Hypertension (DASH) diet on cardiovascular risk factors: A systematic review and meta-analysis. British Journal of Nutrition, 113(1), 1–15. https://doi.org/10.1017/S0007114514003341
  2. Aburto, N. J., Hanson, S., Gutierrez, H., Hooper, L., Elliott, P., & Cappuccio, F. P. (2013). Effect of increased potassium intake on cardiovascular risk factors and disease: Systematic review and meta-analyses. BMJ, 346, f1378. https://doi.org/10.1136/bmj.f1378
  3. World Health Organization. (2023). Sodium intake for adults and children. WHO. https://www.who.int/publications/i/item/9789241504836
  4. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานการสำรวจการบริโภคโซเดียมของคนไทย. กรมอนามัย.
  5. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. INMUCAL-Nutrients V.4 ฐานข้อมูลโภชนาการอาหารไทย. https://www.inmu.mahidol.ac.th

ไม่อยากคำนวณแคลอรี่เอง ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องอาหาร

Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ