เป็นโรคไต กินลูกเนียง ได้มั้ย ?

ลูกเนียงหรือลูกเหนียง (Archidendron pauciflorum หรือที่รู้จักในชื่อ Djenkol bean / Jering) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมกินในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มักกินดิบหรือปรุงสุก มีกลิ่นเฉพาะตัว

สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำตอบตรงๆ คือ ลูกเนียงเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรงแม้แต่ในคนปกติ ซึ่งต่างจากสะตอ (Parkia speciosa) โดยสิ้นเชิง

ลูกเนียง vs สะตอ — ต่างกันอย่างไร

คนมักสับสนระหว่างสองชนิดนี้ แต่เป็นพืชและกลไกอันตรายคนละแบบ

สะตอ (Parkia speciosa)

สารสำคัญ: Organosulfides (ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่น)
ผลต่อไต: ไม่มีหลักฐานว่าเป็นพิษโดยตรง
ปริมาณเล็กน้อย: ผู้ป่วย G1–G3 ยังพอกินได้

ลูกเนียง (Archidendron pauciflorum)

สารสำคัญ: Djenkolic Acid (ตกผลึกในไต)
ผลต่อไต: Acute Kidney Injury ได้แม้ในคนปกติ
ปริมาณใดก็ตาม: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง

Djenkolic Acid คืออะไร และทำร้ายไตอย่างไร

Djenkolic Acid เป็นกรดอะมิโนที่มีกำมะถันซึ่งพบเฉพาะในลูกเนียง เมื่อร่างกายเมตาบอไลซ์สารนี้แล้วขับออกทางปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะมีความเป็นกรดสูงหรือร่างกายขาดน้ำ Djenkolic Acid จะ ตกผลึก ในท่อไตและระบบทางเดินปัสสาวะ ก่อให้เกิดการอุดตันและทำลายเนื้อเยื่อไตโดยตรง

กลไกเป็นพิษต่อไต: Djenkolic Acid + ปัสสาวะเป็นกรด + ขาดน้ำ = ผลึกตกในท่อไต → อุดตัน → ปัสสาวะไม่ออก → ปวดหลัง ปัสสาวะเป็นเลือด → Acute Kidney Injury ใน 24–72 ชั่วโมง งานวิจัยทบทวนวรรณกรรม 96 กรณีจาก Bunawan et al. (2014) พบว่า 4 ใน 96 รายเสียชีวิตจากไตวายเฉียบพลัน
 

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง

ปัจจัยเหตุผลความเสี่ยงใน ผู้ป่วยโรคไต
กินปริมาณมากครั้งเดียวDjenkolic Acid เข้มข้นในปัสสาวะมากขึ้นสูงมาก
กินดิบ (ไม่ผ่านความร้อน)สารยังอยู่ครบ ไม่ถูกทำลายบางส่วนสูงมาก
ดื่มน้ำน้อยปัสสาวะเข้มข้น ผลึกตกง่ายขึ้นสูงมาก
ปัสสาวะเป็นกรดDjenkolic Acid ละลายน้อยลงในสภาวะกรดสูง
ไตทำงานลดลงอยู่แล้ว ขับสารช้าลง สะสมมากขึ้นสูงมากเป็นพิเศษ

 

หลักฐานจากงานวิจัยเกี่ยวกับลูกเนียง

จากการค้นฐานข้อมูล PubMed พบงานวิจัยสำคัญหลายชิ้นที่ยืนยันอันตรายของลูกเนียงต่อไต

Segasothy et al. (1995) รายงานใน American Journal of Kidney Diseases ว่าผู้ป่วยที่กินลูกเนียงเกิด ภาวะไตวายเฉียบพลัน โดยการตรวจ Renal biopsy พบ Acute Tubular Necrosis และการรักษาที่ได้ผลคือให้น้ำเกลือและทำให้ปัสสาวะเป็นด่างด้วย Sodium Bicarbonate เพื่อให้ Djenkolic Acid ละลายออกจากผลึก

Bunawan et al. (2014) ทบทวนวรรณกรรมจาก International Medical Case Reports Journal รวบรวม 96 กรณีของ Djenkolism พบว่าอาการหลักคือปวดท้องน้อยและสีข้างอย่างรุนแรง ปัสสาวะไม่ออก และปัสสาวะเป็นเลือด โดย 4 รายเสียชีวิต และ 3 รายต้องผ่าตัด

Vachvanichsanong & Lebel (1997) จาก Prince of Songkla University ศึกษาเด็กนักเรียน 609 คนในหาดใหญ่  พบว่าเด็กที่กินลูกเนียงมีอัตราปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria) สูงกว่าเด็กที่ไม่กินถึง 3.7 เท่า แม้ยังไม่มีอาการชัดเจน ซึ่งแสดงว่าลูกเนียงส่งผลต่อไตแม้ในเด็กปกติที่กินในชีวิตประจำวัน

Brown (2017) ใน Food and Chemical Toxicology รวบรวมอาหารที่มี case report ว่าเป็นพิษต่อไตที่ตีพิมพ์ใน PubMed กว่า 50 ปี และระบุว่า ลูกเนียง (Djenkol bean) เป็นหนึ่งในอาหารที่มีรายงานความเป็นพิษต่อไตมากที่สุด อยู่ในลิสต์เดียวกับ มะเฟือง และน้ำดีปลาบางชนิด
 

อาการของ Djenkolism ที่ต้องรู้จัก

ถ้าตัวเองหรือคนใกล้ชิดกินลูกเนียงแล้วมีอาการต่อไปนี้ภายใน 2–12 ชั่วโมง ควรไปโรงพยาบาลทันที

  • ปวดท้องน้อยหรือปวดสีข้างอย่างรุนแรง คล้ายปวดไต
  • ปัสสาวะเป็นเลือด (สีชมพูหรือสีแดง)
  • ปัสสาวะออกน้อยผิดปกติหรือไม่ออกเลย
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดหลังส่วนล่างข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
การรักษา Djenkolism ในคนปกติ: ให้น้ำเกลือในปริมาณมาก (Aggressive hydration) และ Sodium Bicarbonate เพื่อทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง ซึ่งช่วยให้ Djenkolic Acid ละลายออกจากผลึกและขับออกได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ถ้ารักษาเร็ว แต่สำหรับ ผู้ป่วยโรคไตที่ไตทำงานลดลงอยู่แล้ว กระบวนการนี้ยากขึ้นมาก เสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลันสูง 
 

สำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ

ในคนที่ไตปกติ Djenkolism อาจรักษาหายได้ด้วยการให้น้ำและทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต สถานการณ์ยากขึ้นมาก

  • ไตขับ Djenkolic Acid ออกได้ช้าลงตามระดับ eGFR ที่ลดลง ทำให้สะสมในระบบนานกว่า
  • ผู้ป่วยโรคไตบางรายต้องจำกัดน้ำ ทำให้วิธีรักษาหลัก (Aggressive hydration) ทำได้จำกัด
  • ไตที่เสื่อมอยู่แล้วทนต่อ Acute Tubular Necrosis ได้น้อยกว่า อาจทำให้ eGFR ลดลงเร็วและถาวร

ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะ ตั้งแต่ G1 ถึง G5 และผู้ที่ฟอกไตหรือรับการปลูกถ่ายไต ควร หลีกเลี่ยงลูกเนียงอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะกินดิบหรือสุก ปริมาณน้อยหรือมาก

สรุป: เป็นโรคไต กินลูกเนียง ได้มั้ย

ไม่ได้ค่ะ ลูกเนียงเป็นหนึ่งในอาหารที่ไม่มีปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย CKD เพราะ Djenkolic Acid สามารถตกผลึกในท่อไตและทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้แม้ในคนที่ไตปกติ และรุนแรงกว่ามากในผู้ป่วยที่ไตทำงานลดลงอยู่แล้ว

ถ้าเคยกินลูกเนียงโดยไม่ทราบว่าเป็นอันตราย และมีอาการปวดท้องรุนแรง ปัสสาวะน้อยหรือเป็นเลือด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีและแจ้งแพทย์ว่ากินลูกเนียง เพราะอาการอาจถูกวินิจฉัยผิดเป็นโรคอื่นได้


อ้างอิง

  • Brown, A. C. (2017). Kidney toxicity related to herbs and dietary supplements: Online table of case reports. Part 3 of 5 series. Food and Chemical Toxicology, 107(Pt A), 502–519. https://doi.org/10.1016/j.fct.2016.07.024
  • Bunawan, N. C., Rastegar, A., White, K. P., & Wang, N. E. (2014). Djenkolism: Case report and literature review. International Medical Case Reports Journal, 7, 79–84. https://doi.org/10.2147/IMCRJ.S58379
  • KDIGO CKD Work Group. (2024). KDIGO 2024 clinical practice guideline for the evaluation and management of chronic kidney disease. Kidney International Supplements, 14(1), 1–117.
  • Segasothy, M., Swaminathan, M., Kong, N. C., & Bennett, W. M. (1995). Djenkol bean poisoning (djenkolism): An unusual cause of acute renal failure. American Journal of Kidney Diseases, 25(1), 63–66. https://doi.org/10.1016/0272-6386(95)90627-4
  • Sumitro, K., Yong, C. S., Tan, L. T., Choo, S., Lim, C. Y., Shariman, H., Anand, J., & Chong, V. H. (2020). An unusual cause of acute abdomen and acute renal failure: Djenkolism. Malaysian Family Physician, 15(2), 50–52. PMC7430306
  • Vachvanichsanong, P., & Lebel, L. (1997). Djenkol beans as a cause of hematuria in children. Nephron, 76(1), 39–42. https://doi.org/10.1159/000190138
  • Wong, J. S., Ong, T. A., Chua, H. H., & Tan, C. (2007). Acute anuric renal failure following jering bean ingestion. Asian Journal of Surgery, 30(1), 80–81. https://doi.org/10.1016/S1015-9584(09)60134-2
  • สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2565). ข้อแนะนำเวชปฏิบัติโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.


ไม่แน่ใจว่าอาหารที่กินอยู่ปลอดภัยสำหรับไตของคุณไหม?

Wello Food คิดให้ครบแล้วทุกมื้อ

เมนูและกับข้าวที่คำนวณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนมาให้ตามแนวทางผู้ป่วยโรคไตตามระยะของคุณ — แค่เปิดแพ็คแล้วกิน ไม่ต้องนับเองทุกวัน

สั่งเลย

ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี

โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?

พร้อมรับคำปรึกษาจาก

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ