ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : อาหารสุขภาพ

เป็นโรคไต กินกระถิน ได้มั้ย ?

กระถิน (Leucaena leucocephala) เป็นพืชที่คนไทยคุ้นเคยมาก ฝักอ่อนและยอดกระถินกินเป็นผักแนมกับน้ำพริก ลาบ หรือยำ สำหรับผู้ป่วยโรคไต กระถินมีประเด็นสองอย่างที่น่ารู้คือเรื่องโพแทสเซียมและสารชีวเคมีพิเศษที่เรียกว่า Mimosine ข่าวดีคือกระถินในปริมาณพอเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต ระยะต้นยังกินได้ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อกินในปริมาณมากเป็นประจำ คุณค่าทางโภชนาการของกระถินที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร กระถิน (ฝักอ่อน) 100 g ความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต โพแทสเซียม ~380–420 mg ปานกลางถึงสูง — ระวัง G3b+ ฟอสฟอรัส ~70–90 mg ปานกลาง โซเดียม ~10–15 mg ต่ำ — ไม่เป็นปัญหา โปรตีน ~10–13 g สูง — นับรวมในโควต้าโปรตีน ใยอาหาร ~5–7 g ดี — ช่วยการขับถ่าย Mimosine มีปริมาณสูง ระวังถ้ากินมากเป็นประจำ   Mimosine ในกระถินคืออะไร […]

ยิ่งดื่มน้ำร้อนจัด ยิ่งเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร

อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569 หลายคนชอบกินอาหารร้อนจัด ๆ เพราะรู้สึกว่าอร่อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นโจ๊ก ซุป ก๋วยเตี๋ยว ชา หรือกาแฟ แต่งานวิจัยชี้ชัดว่า การกินหรือดื่มของร้อนจัดเป็นประจำ อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อร้อนมากจนลวกปาก แสบคอ หรือกลืนแล้วระคาย เพราะสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ว่าเป็นอาหารชนิดไหน แต่คือ อุณหภูมิที่ร้อนเกินไป จนเยื่อบุหลอดอาหารถูกกระทบซ้ำ ๆ ดังนั้น ประเด็นของบทความนี้ไม่ใช่การบอกว่าอาหารร้อนทุกชนิดอันตราย แต่คือการชวนแยกให้ออกว่า “อุ่นร้อนกำลังดี” กับ “ร้อนจัดจนลวก” ต่างกันมากในมุมสุขภาพ และถ้าอยากลดความเสี่ยง การปล่อยให้อาหารคลายร้อนลงก่อนกิน ก็อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยได้มากกว่าที่คิด อาหารร้อนจัด เสี่ยงมะเร็งอะไร? ถ้าถามให้ชัดที่สุด มะเร็งที่เชื่อมโยงกับของร้อนจัดมากที่สุดจากข้อมูลปัจจุบันคือ มะเร็งหลอดอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินหรือดื่มของร้อนมากเป็นประจำ IARC (International Agency for Research on Cancer) หรือ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง   สรุปว่า เครื่องดื่มที่ร้อนมากกว่า 65°C จัดเป็น “น่าจะก่อมะเร็งในคน” หรือ Group […]

เป็นโรคไต ดื่มน้ำอัดลม ได้มั้ย ?  

เป็นโรคไต ดื่มน้ำอัดลม ได้มั้ย ? คำถามสำหรับใครหลายคน ที่เริ่มเป็นโรคไต   เพราะน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนดื่มเป็นประจำ ทั้งโค้ก เป๊ปซี่ น้ำอัดลมรสผลไม้ หรือโซดา แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง น้ำอัดลมโดยเฉพาะประเภทมีสีเข้ม (dark-colored) ซ่อนอันตรายที่หลายคนมองข้ามอยู่ในรูปของ ฟอสเฟตสังเคราะห์ ที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้เกือบ 100% บทความนี้อธิบายว่าทำไมน้ำอัดลมถึงเป็นปัญหาสำหรับโรคไต มีอะไรอยู่ในน้ำอัดลมบ้าง และมีเครื่องดื่มทางเลือกอะไรที่ปลอดภัยกว่า อะไรในน้ำอัดลมที่เป็นปัญหาสำหรับโรคไต น้ำอัดลมมีสารอาหารที่ผู้ป่วยโรคไต ต้องระวังอยู่สองอย่างหลัก คือ ฟอสเฟตสารเติมแต่ง และ น้ำตาล โดยน้ำอัดลมสีเข้มอย่างโคล่ายังมีกรดฟอสฟอริก (Phosphoric Acid) เพิ่มเข้ามาด้วย ฟอสเฟตในน้ำอัดลมเป็น ฟอสเฟตสังเคราะห์ (Inorganic Phosphate) ที่ร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100% ต่างจากฟอสฟอรัสในอาหารธรรมชาติที่ดูดซึมได้เพียง 40–60% งานวิจัยพบว่าฟอสเฟตสังเคราะห์สัมพันธ์กับการเสื่อมของไตที่เร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยโรคไต    เปรียบเทียบสารอาหารในน้ำอัดลมแต่ละชนิด เครื่องดื่ม ขนาด 350 mL ฟอสฟอรัส (mg) โพแทสเซียม (mg) น้ำตาล (g) โคล่า (Cola) 1 กระป๋อง ~40–55 ~10–15 […]

ข้าวผัดมันเนื้อ 1 จานกี่แคล?

อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569 ถ้าพูดถึงเมนูที่ทั้งหอม ทั้งอิ่ม และให้ความรู้สึกว่าเป็นมื้อที่จัดเต็มขึ้นกว่าข้าวผัดทั่วไป ข้าวผัดมันเนื้อ น่าจะเป็นหนึ่งในจานที่หลายคนนึกถึง เพราะมีทั้งความหอมจากการผัด รสของเนื้อวัว และความมันที่ทำให้จานนี้อร่อยแบบหยุดยาก แต่ในอีกมุมหนึ่ง เมนูนี้ก็เป็นจานที่พลังงานค่อนข้างสูง เพราะมีทั้งข้าว เนื้อวัว ไขมันจากมันเนื้อ น้ำมันผัด และบางครั้งยังมีของเพิ่มอย่างกระเทียมเจียวหรือไข่แดงดองซีอิ๊วอีกด้วย แต่ตามหลักการกินของทีม Eatwellconcept นั้น เรามักชี้ให้เห็นว่า อย่าดูแค่แคลอรี่ แต่ควรดูองค์ประกอบของมื้อโดยรวมด้วย ดังนั้น มาดูกันว่า ข้าวผัดมันเนื้อ จะกินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น  โดยทั่วไป ข้าวผัดมันเนื้อ 1 จาน มักอยู่ที่ประมาณ 650–900 กิโลแคลอรี่ ขึ้นอยู่กับปริมาณข้าว เนื้อวัว และไขมันที่ใช้ผัดจริง ตัวเลขนี้เป็นการประเมินจากองค์ประกอบหลักของจาน เช่น ข้าวสวย เนื้อวัว น้ำมัน และของเพิ่มอย่างไข่แดงดองซีอิ๊ว  กระเทียม ดังนั้น ไม่ใช่ทุกร้าน ที่มีพลังงานเท่ากับที่กล่าวไป  ถ้าเป็นสูตรที่ผัดมันมาก ใช้เนื้อติดมันเยอะ หรือโรยกระเทียมเจียวหนัก ๆ พลังงานก็อาจสูงขึ้นกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ เพราะฉะนั้น […]

เป็นโรคไต กินไก่ ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินไก่ ได้มั้ย ? คำถามสุดฮิต ของคนที่เป็นโรคไต เนื่องจากเนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่หลายคนเลือกเพราะราคาไม่แพง ไขมันต่ำ และหาซื้อได้ทั่วไป สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำถามไม่ใช่ว่ากินได้หรือไม่ แต่คือกินได้มากแค่ไหน และต้องปรุงอย่างไรถึงจะปลอดภัย คำตอบคือ เนื้อไก่กินได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณตามโควต้าโปรตีนรายวันที่แพทย์หรือนักกำหนดอาหารกำหนดไว้ เพราะโปรตีนมากเกินไปทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกำจัดของเสีย ทำไมผู้ป่วย CKD ต้องควบคุมโปรตีน การย่อยสลายโปรตีนจะสร้างของเสียเป็นไนโตรเจน เช่น BUN (Blood Urea Nitrogen) และ creatinine ซึ่งต้องขับออกทางไต เมื่อไตทำงานลดลง ของเสียเหล่านี้สะสมในเลือดและส่งผลเสียต่อร่างกาย แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ผู้ป่วย CKD G4–G5 ที่ไม่ฟอกไตบริโภคโปรตีน 0.6 g/kg น้ำหนักอ้างอิง/วัน โดยอย่างน้อย 50% ควรมาจากโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งอกไก่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ (ระดับหลักฐาน 1B) เนื้อไก่ (ส่วนอก)​ 100 g มีอะไรบ้าง สารอาหาร อกไก่ต้ม 100 […]

เป็นโรคไต กินปลาเค็ม ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินปลาเค็ม ได้มั้ย คำถามที่คนไข้โรคไตที่ยังชื่นชอบรสเค็มอยู่ มักอยากรู้ เพราะปลาเค็มเป็นส่วนหนึ่งของอาหารไทยมาช้านาน กินกับข้าวต้ม ผัดข้าว หรือทำเป็นผัดพริกแกง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ปลาเค็มคือหนึ่งในอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด เพราะโซเดียมสูงมากจนแทบเกินโควต้าทั้งวันในทีเดียว ปลาเค็มมีโซเดียมสูงแค่ไหน ปลาเค็ม 30 g (ประมาณ 1–2 ชิ้นเล็ก) มีโซเดียม 1,000–3,000 mg ขึ้นอยู่กับชนิดและวิธีทำ ซึ่งเทียบเท่าหรือเกินโควต้าโซเดียมทั้งวันสำหรับผู้ป่วย CKD ปลาเค็มชนิด ปริมาณ 30 g โซเดียม (mg) % โควต้าในผู้ป่วยโรคไต/วัน ปลาทูเค็ม ~1 ตัวเล็ก ~1,200–1,500 ~60–75% ปลาช่อนเค็ม ~1–2 ชิ้น ~1,500–2,000 ~75–100% ปลาสลิดเค็ม ~1 ตัวเล็ก ~800–1,200 ~40–60% ปลากรอบ (ทอดกรอบ) ~30 g ~600–900 ~30–45% การแช่น้ำและล้างน้ำช่วยได้ไหม […]

เป็นโรคไต กินหน่อไม้ ได้มั้ย ?

หน่อไม้เป็นผักที่คนไทยกินมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม ต้มกะทิ หรือผัด สำหรับผู้ป่วยโรคไตมีสองประเด็นที่ต้องรู้ก่อนกินคือ โพแทสเซียมที่ค่อนข้างสูง และสาร Taxiphyllin ที่พบในหน่อไม้ดิบซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็น Hydrogen Cyanide ได้ถ้าไม่ผ่านความร้อนอย่างถูกต้อง คุณค่าทางโภชนาการของหน่อไม้ที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร หน่อไม้ต้มสุก 100 g ความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต โพแทสเซียม ~533 mg สูง — ระวัง G3+ ฟอสฟอรัส ~59 mg ต่ำ — ไม่เป็นปัญหาหลัก โซเดียม ~5 mg ต่ำมาก — ดี โปรตีน ~2.5 g ต่ำ — ไม่เป็นปัญหา ใยอาหาร ~2.2 g ดี Taxiphyllin (ดิบ) มีปริมาณสูง ต้องต้มทิ้งน้ำก่อนกิน หน่อไม้ต้มสุก 100 g มีโพแทสเซียมสูงถึง […]

ผงชูรสทำให้ผมร่วง จริงมั้ย ?

อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569 หลายคนมักเคยได้ยินคำล้อเลียน ว่าที่ผมร่วง ผมบาง เพราะกินผงชูรสเยอะเกินไป แต่จริงๆ แล้ว ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือที่บอกว่าการกินผงชูรส หรือ MSG ทำให้ผมร่วงโดยตรง  จาก สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา  ระบุว่าสาเหตุผมร่วงที่พบบ่อยกว่ามากคือพันธุกรรม ความเครียด ความผิดปกติของไทรอยด์ ภาวะเจ็บป่วยบางอย่าง รวมถึงการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีน เหล็ก และสังกะสี มากกว่าจะมาจากผงชูรส  พูดง่าย ๆ คือ ถ้าผมร่วง อย่าเพิ่งรีบโทษผงชูรสอย่างเดียว เพราะเราอาจพลาดสาเหตุจริงที่สำคัญกว่าได้ ผงชูรสคืออะไร? ผงชูรส หรือ MSG ย่อมาจาก Monosodium Glutamate เป็นเกลือโซเดียมของกรดกลูตามิก ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบได้ตามธรรมชาติทั้งในร่างกายและในอาหารหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ ชีส เห็ด และอาหารที่มีรสอูมามิ องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริการะบุว่า MSG เป็นส่วนประกอบอาหารที่คนส่วนใหญ่บริโภคได้อย่างปลอดภัยในปริมาณที่ใช้ทั่วไปในอาหาร แล้วทำไมคนถึงชอบโยงว่า ผงชูรสทำให้ผมร่วง ? เพราะเวลาเรามีอาการบางอย่าง เช่น ปวดหัว […]

เป็นโรคไต กินกล้วย ได้มั้ย ?

อัพเดต เมื่อ เมษายน 2569 กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยกินง่าย หาซื้อได้ทั่วไป และหลายคนคิดว่าดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง คำถามว่า “โรคไตกินกล้วยได้มั้ย ” ไม่ได้มีคำตอบตรงๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะขึ้นอยู่กับระยะของโรคไตและระดับโพแทสเซียมในเลือดของแต่ละคน ทำไมกล้วยถึงเป็นปัญหาสำหรับโรคไต สาเหตุหลักคือโพแทสเซียม กล้วยหนึ่งลูกขนาดกลาง (~118 g) มีโพแทสเซียมประมาณ 420–450 mg ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ในคนปกติ ไตจะขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในผู้ป่วย CKD โดยเฉพาะระยะ G3b ขึ้นไป ความสามารถในการขับโพแทสเซียมลดลง ส่งผลให้โพแทสเซียมสะสมในเลือด ภาวะที่เรียกว่า Hyperkalemia ซึ่งอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเป็นอันตรายถึงชีวิต แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ระบุว่าผู้ป่วย CKD ระยะ G4–G5 หรือผู้ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 mEq/L ควรจำกัดโพแทสเซียมไม่เกิน 2,000–3,000 mg ต่อวัน กล้วยแต่ละชนิดมีโพแทสเซียมเท่าไร ชนิดกล้วย ปริมาณ โพแทสเซียม (mg) ข้อควรระวัง […]

เป็นโรคไต กินผัดกะเพรา ได้มั้ย ?

ผัดกะเพราราดข้าวเป็นเมนูโปรดของคนไทยทุกวัย แต่พอรู้ว่าเป็นโรคไต หลายคนก็เลิกกินทันที เพราะกังวลเรื่องโซเดียม คำตอบคือ ผัดกะเพราสูตรร้านอาหารทั่วไปมีโซเดียมสูงมากจริง แต่ถ้าปรุงเองที่บ้านด้วยการปรับสูตร ยังสามารถกินได้อย่างปลอดภัย บทความนี้แยกแยะให้ชัดว่าอะไรในผัดกะเพราที่เป็นปัญหา อะไรยังโอเค และมีสูตรผัดกะเพราสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่ทำง่ายและอร่อยได้จริง ผัดกะเพราร้านทั่วไป โซเดียมสูงแค่ไหน ปัญหาหลักของผัดกะเพราคือเครื่องปรุงที่ใช้หลายชนิดพร้อมกัน ซึ่งโซเดียมสะสมเร็วมากโดยที่ไม่รู้ตัว เครื่องปรุงในผัดกะเพราสูตรปกติ ปริมาณที่ใช้ โซเดียม (mg) น้ำปลา 1 ช้อนชา  400 ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา 400 ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ ~450–550 น้ำตาล 1 ช้อนชา 0 รวมโซเดียมต่อจาน (สูตรปกติ) — ~1,250–1,350 mg โควต้าสำหรับผู้ป่วยโรคไตทั้งวัน — 2,000–2,300 mg ผัดกะเพราสูตรร้านทั่วไป 1 จาน มีโซเดียมสูง กิน โควต้าโซเดียมทั้งวันสำหรับผู้ป่วยโรคไตไปถึงครึ่งนึง  นั่นหมายความว่ากินผัดกะเพราจานเดียว โซเดียมทั้งวันเกือบหมดแล้ว   อะไรในผัดกะเพราที่ยังโอเค ก่อนจะท้อ มาดูกันก่อนว่าส่วนไหนของผัดกะเพราที่ยังดีสำหรับผู้ป่วยโรคไต ส่วนประกอบ […]

1 5 6 7 16