ป้ายกำกับจากคลังความรู้ Tag : Health อาหารคีโต หรือ อาหารคีโตเจนิก ถือเป็นเทรนด์รูปแบบของ อาหารลดน้ำหนัก ที่ถูกพูดถึงผ่านทางคอลัมน์โภชนาการ สื่อกระแสสังคม รวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยม เนื่องจากถูกอ้างว่าช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริง และลดได้เร็วมากกว่าอาหารรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเทียบกับ การบริโภคอาหารแป้งต่ำ (Low carb diet) อาหารไขมันต่ำ (low fat) อาหารมังสวิรัติ (Vegetarian diet) หรือการบริโภคแบบอดอาหารสลับช่วง (Intermittent fasting) โดยบทความนี้ จะขอเทียบระหว่างเทรนด์อาหารที่ต่างกันสุดขั้วอย่าง อาหารคีโต vs อาหารไขมันต่ำ ในฐานะนักกำหนดอาหาร จึงขอนำทุกท่านเข้าสู่สังเวียนระหว่างฝ่ายแดง อาหารคีโต ชกกับ ฝ่ายน้ำเงิน อาหารไขมันต่ำ เทียบกันแบบหมัดต่อหมัด แบบไหนกินอย่างไร กินแล้วดีจริงไหม อาหารคีโตเจนิก หรือ อาหารคีโต (Ketogenic Diet) คือ อะไร? อาหารคีโตเจนิก หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาหารคีโต คือ รูปแบบอาหารที่บริโภคเพื่อให้เกิดสารคีโตนขึ้นในร่างกาย ในภาวะปกติจะเกิดสารคีโตนต่อเมื่อร่างกายอดอาหารอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมงหรือออกกำลังกายต่อเนื่อง พูดให้เข้าใจง่ายว่า การกินอาหารคีโต […]
ตัวอย่าง อาหารทางการแพทย์ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
“Superfood” เป็นหนึ่งคำที่ใช้เรียกอาหารกลุ่มหนึ่งที่ถึงแม้ว่ายังไม่มีคำจำกัดความชัดเจน แต่คำนี้กลับกลายเป็นกระแสโด่งดังในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ทำให้หลายๆ คนอยากทำความรู้จัก และอยากปรับเปลี่ยนมาลองกินอาหารกลุ่ม Superfood มากขึ้น “Superfood” สุดยอดอาหาร โภชนาการสูง คืออะไร ไม่ใช่อาหารเหนือมนุษย์หรืออาหารที่เราไม่สามารถจับต้องได้แต่อย่างใด แต่ Superfood ถูกนำมาใช้เรียกกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันจำเป็น กรดอะมิโนจำเป็น วิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร หรือสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ที่อัดแน่นอยู่ในอาหารเหล่านั้น แบบไหนถึงเรียกว่า Superfood สุดยอดอาหาร จากนิยามข้างต้น อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัด ลองดูตัวอย่าง ” 9 Superfood ” ที่เราสามารถหาทานได้ง่ายๆ พร้อมปริมาณที่แนะนำให้กินต่อมื้อหรือต่อวัน เพื่อให้ได้รับ สารอาหาร ครบถ้วนและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ การบริโภคควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมและหลากหลาย สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปด้วย ผักใบเขียว นอกจากจะเป็นแหล่งของใยอาหารแล้ว พืชผักที่มีใบสีเขียวยังเป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีของวิตามินและเกลือแร่ ได้แก่ วิตามิน A C แคลเซียม ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และสารพฤกษเคมี (Phytonutrients) มากมาย […]
ผู้ป่วยมะเร็ง จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะทุพโภชนาการมากกว่าคนปกติ เนื่องจากเนื้องอกที่เกิดขึ้นและสภาวะของร่างกายจะส่งผลต่อการเผาผลาญ ความอยากอาหาร หรือทำให้การกินอาหารของผู้ป่วยเกิดความยากลำบากมากขึ้น รวมถึงการรักษาของแพทย์ก็อาจมีผลข้างเคียงต่อความอยากอาหารของผู้ป่วยด้วย แต่สภาพร่างกายของผู้ป่วยกลับต้องการพลังงานและสารอาหารมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การเตรียมสุขภาพผู้ป่วยให้มีความพร้อมในการรับการรักษาของแพทย์ จึงมีบทบาทอย่างมากในการรักษาคนไข้ให้หายขาดจากโรคมะเร็ง แล้วแบบนี้ผู้ป่วยมะเร็ง ควรกิน อาหารอย่างไร และปรับเปลี่ยนประยุกต์อย่างไรให้ผู้ป่วยได้พลังงานและสารอาหารอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยมะเร็ง ต้องการพลังงานและสารอาหารเท่าไหร่ โดยทั่วไปคนเราควรได้รับพลังงานต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1,600 – 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปตามเพศ วัย องค์ประกอบร่างกายและกิจวัตรประจำวันของแต่ละบุคคล โดยเราสามารถคำนวณหาพลังงานที่ควรได้รับต่อวันได้ที่นี่ คลิก แต่เมื่อร่างกายมีภาวะต่าง ๆ ความต้องการพลังงานก็จะเปลี่ยนแปลงไป โดยตามหลักคำแนะนำของ ESPEN Guideline ได้ให้คำแนะนำในผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับพลังงานใกล้เคียงกันกับคนปกติหรือ 25 – 30 กิโลแคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น เรามีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ก็ควรได้รับพลังงานวันละ 1,500 – 1,800 กิโลแคลอรี่ต่อวัน และส่วนของโปรตีน ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมากกว่าคนปกติหรืออยู่ที่ 1 – 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 […]
กินผัก ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะผักนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะแตกต่างกันไปตามสีของผักแต่ละชนิด ซึ่งสารอาหารต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพของเราแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายของเราห่างไกลจากโรคเรื้อรัง รวมถึงมีส่วนช่วยในการคุมน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันได้มีคำแนะนำให้กินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งสำหรับบางคนนั้นการกินผักอาจจะเป็นเรื่องยากหรือเบื่อกับการที่จะต้องกินผักในปริมาณมาก ๆ วันนี้เราเลยมีเทคนิคต่าง ๆ มาเพื่อช่วยให้คุณสามารถกินผักได้หรือกินได้มากยิ่งขึ้น ถ้าให้พูดการ กินผัก สำหรับใครหลาย ๆ คนอาจเป็นเรื่องที่อยาก แต่เรานักกำหนดอาหารจาก Eatwellconcept ก็อยากให้คุณได้รับประโยชน์จากผักและผลไม้ต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เพื่อที่สุขภาพของคุณจะได้แข็งแรง พร้อมที่จะต่อสู้กับโรคเรื้อรังต่าง ๆ ซึ่งถ้าคุณไม่รู้จะลองปรับเมนูอย่างไร ต้องกินผักมากน้อยแค่ไหน ก็ลองทักเข้ามาปรึกษาเราให้ช่วยออกแบบตารางเมนูอาหารที่เฉพาะเหมาะสมกับคุณได้เลย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
ไขมันพอกตับ (Non-alcoholic fatty liver disease, NAFLD) ถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังและส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมาก ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในปี พ.ศ.2561 มีผู้ที่มีภาวะตับแข็งทั้งจากแอลกอฮอล์และปัจจัยอื่น ๆ มากถึง 200,000 คน โดยปัญหาภาวะไขมันพอกตับนั้น มักพบควบคู่กับโรคเรื้อรังหรือปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ เช่น อ้วนลงพุง ภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยภาวะไขมันพอกตับนี้จะเกิดจากการสะสมของไขมันภายในเนื้อเยื่อตับทำให้เกิดการแข็งตัวจนก่อให้เกิดโรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ในที่สุด สำหรับการดูแลหรือรักษาภาวะไขมันพอกตับนั้นจะให้ความสำคัญไปในด้านของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดว่ามีผลนั่นก็คือการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งในวันนี้ที่เราจะพูดถึงอย่างเจาะลึกคือการปรับโภชนาการ เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร หรือ โภชนบำบัดในผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับ ความสำคัญของสารอาหารหลักต่อภาวะ ไขมันพอกตับ ถ้าพูดถึงสารอาหารหลัก ๆ ที่เราจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ซึ่งถือเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย (Macronutrient) ซึ่งได้มีการศึกษาพบหลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสารอาหารเหล่านี้กับการเกิดโรคภาวะไขมันพอกตับ โดยพบว่า อาหารกลุ่มไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ น้ำตาลทราย และน้ำตาลฟรุกโตส มีความสัมพันธ์กับการเกิดไขมันพอกตับ นอกจากนั้นอาหารเหล่านี้จะส่งผลต่อระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดและความสามารถในการทำงานของตับ เราลองไปเจาะลึกว่าสารอาหารแต่ละชนิดกันมีผลต่อตับของเราอย่างไรบ้าง ไขมันจะสามารถแบ่งออกได้เป็น […]
โอเมกา 3 คือชื่อของไขมันไม่อิ่มตัวที่ใครหลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อนี้ตามโฆษณาต่าง ๆ มาอย่างมากมาย โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กหรือผลิตภัณฑ์จากปลา เพราะโอเมกา 3 ถือว่าเป็นไขมันที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายและสมอง อีกทั้งกรดไขมันโอเมกา 3 นี้ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเพียงเท่านั้น แล้วไขมันตัวนี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายและสมองของเราอย่างไรบ้าง โอเมกา 3 คืออะไร กรดไขมัน โอเมกา 3 จัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวและเป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย ที่จะได้รับจากการกินอาหารเพียงเท่านั้น เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ซึ่งที่มาของการตั้งชื่อว่าโอเมกา แล้ว 3 ที่ต่อท้ายนั้น เพราะว่าโครงสร้างโมเลกุลตัวกรดไขมันนี้มีพันธะคู่ของคาร์บอนอยู่ ณ ตำแหน่งที่ 3 ซึ่งไขมันโอเมกา 3 นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ กรดไขมัน ALA นั้นเป็นชนิดที่สามารถพบได้มากในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัทและน้ำมันถั่วเหลือง โดยกรดไขมันตัวนี้ถือว่าเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดไขมันอย่างที่สำคัญอย่าง EPA และ DHA กรดไขมัน EPA จะเป็นกรดไขมันที่สามารถได้รับจากอาหารจำพวก ปลา อาหารทะเล และสามารถสร้างขึ้นเองภายในร่างกายจากการเปลี่ยนกรดไขมัน ALA ได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร กรดไขมัน DHA นั้นก็จัดเป็นกรดไขมันที่สามารถได้รับจากอาหารจำพวก ปลา อาหารทะเล เป็นหลัก และอาจจะมีการสร้างขึ้นเองจากการเปลี่ยนกรดไขมัน ALA แต่ก็พบได้ในปริมาณที่น้อยเช่นเดียวกับกรดไขมัน EPA แล้วไขมันโอเมก้า 3 นั้นมีประโยชน์ต่อเราอย่างไรบ้าง ไขความลับ ประโยชน์ของไขมันโอเมกา 3 และนี่ก็เป็นข้อดีของไขมันโอเมกา 3 ที่สามารถพบได้ในอาหารหลากหลายชนิดแต่อาหารชนิดไหนที่จะมีกรดไขมันโอเมกา 3 มากที่สุด อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันโอเมกา 3 […]
ไขมันพอกตับ (Fatty Liver) คือ ภาวะที่ตับมีการสะสมไขมันในรูปของไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยและไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่ภาวะไขมันพอกตับนั้นจะส่งผลให้การทำงานของตับแย่ลง และนำไปสู่สุขภาพโดยรวมที่แย่ลงอีกด้วย หากเป็นในระยะเวลานานและรุนแรงพอ จะก่อให้เกิดมะเร็งตับได้ แล้วแบบนี้ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับควรเลือกกินอาหารอย่างไรหรือคุมอาหารอย่างไร เพื่อชะลอการเสื่อมลงของตับ รวมถึงลดปริมาณของไขมันที่สะสมในตับลงได้ เจาะลึกเรื่องชนิดและอาการของ ไขมันพอกตับ ไขมันพอกตับ เป็นภาวะที่มีไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์สะสมอยู่ภายในเซลล์ตับมากขึ้น ส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบและกลายเป็นตับแข็งในที่สุด ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น การทำงานของตับก็จะลดลงแล้วก็ส่งผลให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแย่ลงอีกด้วย แต่ว่าโรคไขมันพอกตับนั้นไม่มีอาการแสดงออกอย่างชัดเจน ทำให้เราจะทราบว่าเป็นไขมันพอกตับอยู่หรือไม่จากการตรวจสุขภาพเท่านั้น โดยโรคไขมันพอกตับนั้น จะถูกแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ และแม้ว่าอาการของไขมันพอกตับนั้นจะไม่ชัดเจน แต่ก็จะมีอาการแสดงเล็กน้อยให้เห็นได้เมื่อตับมีการสะสมของไขมันในปริมาณมาก ซึ่งอาการที่สามารถพบได้บ่อยคือ แม้ว่าโรคไขมันพอกตับ จะมีอาการแสดงเล็กน้อย แต่มักจะคล้ายคลึงกับการที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงอาจทำให้ยากต่อการทราบว่าตนเองเกิดภาวะไขมันพอกตับแล้ว ทำให้ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะสามารถรู้ว่าตนเองมีไขมันพอกตับจะมาจากการตรวจเลือดในการตรวจสุขภาพประจำปีหรือตามคำแนะนำของแพทย์ 5 ทริคง่าย ๆ ในการกินเมื่อไขมันพอกตับ ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทำให้ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อที่จะชะลอการสะสมไขมันที่ตับและการนำไขมันที่สะสมไปใช้เพื่อให้ตับกลับมาใช้งานได้ดีมากขึ้น ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถดูแลตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ และนี่ก็คือ 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับหรือคนที่เริ่มมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างง่าย […]
ดื่มกาแฟได้กี่แก้ว อาจเป็นคำถามในใจของคอกาแฟหลาย ๆ คน เนื่องจากใครหลายคนอาจจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟกลิ่นหอม ๆ สักแก้ว ด้วยรสชาติขม อมเปรี้ยว หรือบางคนก็เติมหวานให้ละมุน พร้อมกลิ่นที่อบอวลที่เป็นเอกลักษณ์จะช่วยเติมพลังและความตื่นตัวของเราให้พร้อมกับการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในวันนั้นได้อย่างเต็มที่ จนถึงขั้นที่ในบางคนอาจจะรู้สึกว่าไม่สามารถขาดกาแฟไปได้ ไขความลับของ กาแฟ กาแฟ ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีส่วนช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัว ไม่ง่วง พร้อมกับการทำงาน โดยกาแฟจะมีสารที่มีชื่อว่า “คาเฟอีน” ซึ่งเป็นสารที่มีหน้าตาคล้ายกันกับ อะดีโนซีน หรือสารที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลียนั่นเอง ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟจึงทำให้สารอะดีโนซีนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เราจึงไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือง่วงนอนนั่นเอง ทั้งนี้คาเฟอีนยังอาจไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนได้อีกด้วย จึงทำให้บางครั้งอาจเกิดอาการใจสั่น มือสั่นได้ แต่โดยส่วนใหญ่มักจะพบอาการเหล่านี้ได้ในผู้ที่ดื่มกาแฟมากเกินไปนั่นเอง และนอกจากกาแฟจะช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัวได้แล้ว ยังได้มีการศึกษาอื่น ๆ เพิ่มเติมมากมายเพื่อดูค้นคว้าถึงประโยชน์เพิ่มเติมจากกาแฟต่อร่างกาย ซึ่งจากการศึกษาได้พบประโยชน์ ดังนี้ หนึ่งวันจะ ดื่มกาแฟได้กี่แก้ว สำหรับปริมาณกาแฟที่แนะนำให้สามารถดื่มได้ในแต่ละวันนั้น จะขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนภายในกาแฟแต่ละชนิด ซึ่งจะมีปริมาณดังนี้ ซึ่งในแต่วันเราไม่ควรได้รับคาเฟอีนมากกว่า 300 มิลลิกรัม หรือถ้าเทียบเป็นการดื่มกาแฟก็คือ ดื่มกาแฟดำหรือกาแฟซองได้ละวันละ 3 – 4 แก้ว หากเลือกเป็นกาแฟสดแนะนำที่ไม่เกิน 3 […]
อัลไซเมอร์ ( Alzheimer ) ถือเป็นหนึ่งในโรคที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลให้การทำงานของสมองลดลงได้ แล้วนอกจากการกินอาหารทั้ง 3 รูปแบบที่เราเคยพูดถึงกันไปแล้ว ยังมีวิธีการใดที่จะช่วย ลดความเสี่ยง Alzheimer ลงได้อีกบ้าง อัลไซเมอร์ ( Alzheimer ) คืออะไรกัน อัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของสมองที่สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแต่จะเกิดจากการที่สมองมีการสะสมของสาร เบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-amyloid) จนเกิดเป็นคราบบริเวณเซลล์สมอง ส่งผลให้การทำงานของสมองเริ่มลดลง โดยอาจเริ่มจากหลงลืมเกี่ยวกับความทรงจำระยะสั้น ๆ และอาจร้ายแรงถึงไม่สามารถเกิดการเรียนรู้และลืมการดำเนินชีวิตไปได้อีกด้วย ซึ่งอย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่าโรคอัลไซเมอร์มีปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ดังนี้ อายุที่มากขึ้น โดยในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีความเสียงสูงขึ้น 2 เท่าในทุก 5 ปีที่อายุเพิ่มขึ้น พันธุกรรม เช่น มีญาติที่มีภาวะอัลไซเมอร์ เป็นต้น การประสบอุบัติเหตุที่ส่งผลโดยตรงต่อศีรษะ โรคหลอดเลือดหัวใจ ที่มีปัจจัยย่อย ๆ ได้แก่ 1.อายุที่มากขึ้น โดยในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีความเสียงสูงขึ้น 2 เท่าในทุก 5 […]