ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : แหล่งความรู้ “โรคไต”

เป็นโรคไต กินไข่เป็ด ได้มั้ย ?

ไข่เป็ดเป็นที่นิยมในครัวไทยมาก ทั้งไข่เป็ดต้ม ไข่เป็ดเจียว หรือไข่เป็ดดาว หลายคนเชื่อว่าไข่เป็ดมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าไข่ไก่ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ความแตกต่างระหว่างไข่เป็ดและไข่ไก่มีความสำคัญมากกว่าที่คิด คำตอบตรงๆ คือ ไข่เป็ดกินได้ แต่ถ้าเลือกได้ ไข่ไก่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ป่วยโรคไต เพราะไข่เป็ดมีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโคเลสเตอรอลสูงกว่าชัดเจน ไข่เป็ด vs ไข่ไก่ — ต่างกันอย่างไรสำหรับผู้ป่วยโรคไต สารอาหาร ไข่เป็ด 1 ฟอง (~70 g) ไข่ไก่ 1 ฟอง (~50 g) ต่างกัน โปรตีน ~9 g ~6 g มากกว่า ~50% ฟอสฟอรัส (รวม) ~154 mg ~86 mg มากกว่า ~80% ฟอสฟอรัส (แค่ไข่แดง) ~116 mg ~66 mg มากกว่า ~75% […]

โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD

โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท โดยปริมาณโพแทสเซียมในอาหารถือว่าสูงเมื่อมีมากกว่า 200–270 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ตามเกณฑ์ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (2566) ผู้ป่วย CKD ควรจำกัด โพแทสเซียม เท่าไร? แนวทางการจำกัด โพแทสเซียม สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (กรมอนามัย 2565) อาหารใดที่มีโพแทสเซียมสูงและควรหลีกเลี่ยง? อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ กล้วยหอม มันฝรั่ง ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ อะโวคาโด ถั่วเหลือง และผลไม้แห้ง เช่น อินทผลัม ลูกพรุน อาหารเหล่านี้หากบริโภคในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมสูงในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วย CKD ระยะ 4–5 ที่ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยลง (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือกอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำหรือปานกลาง ตัวอย่างผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง […]

เป็นโรคไต กินลูกเนียง ได้มั้ย ?

ลูกเนียงหรือลูกเหนียง (Archidendron pauciflorum หรือที่รู้จักในชื่อ Djenkol bean / Jering) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมกินในภาคใต้ของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มักกินดิบหรือปรุงสุก มีกลิ่นเฉพาะตัว สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำตอบตรงๆ คือ ลูกเนียงเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรงแม้แต่ในคนปกติ ซึ่งต่างจากสะตอ (Parkia speciosa) โดยสิ้นเชิง ลูกเนียง vs สะตอ — ต่างกันอย่างไร คนมักสับสนระหว่างสองชนิดนี้ แต่เป็นพืชและกลไกอันตรายคนละแบบ สะตอ (Parkia speciosa) สารสำคัญ: Organosulfides (ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่น)ผลต่อไต: ไม่มีหลักฐานว่าเป็นพิษโดยตรงปริมาณเล็กน้อย: ผู้ป่วย G1–G3 ยังพอกินได้ ลูกเนียง (Archidendron pauciflorum) สารสำคัญ: Djenkolic Acid (ตกผลึกในไต)ผลต่อไต: Acute Kidney Injury ได้แม้ในคนปกติปริมาณใดก็ตาม: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง Djenkolic Acid คืออะไร และทำร้ายไตอย่างไร Djenkolic Acid เป็นกรดอะมิโนที่มีกำมะถันซึ่งพบเฉพาะในลูกเนียง เมื่อร่างกายเมตาบอไลซ์สารนี้แล้วขับออกทางปัสสาวะ […]

อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร

อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 อาหารโรคไตที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมอาการบวมน้ำ ความดันโลหิต และป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพเพื่อปรับเมนูให้เหมาะกับแต่ละบุคคล จำกัดโปรตีน 0.6–0.8 กรัม/กก./วัน เลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว ปลา ควบคุมโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม เมนูไทยปรับได้ตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 คืออะไร? อาหารโรคไตระยะ 3–5 คือแนวทางโภชนาการที่ออกแบบเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ลดภาระการทำงานของไต และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน โดยเน้นจำกัดโปรตีนคุณภาพดี (0.6–0.8 กรัม/กก./วัน) ลดโซเดียม (

เป็นโรคไต กินขนมปัง ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินขนมปัง ได้มั้ย ? แล้วควรเลือกแบบไหนถึงจะปลอดภัย คำถามที่พบประจำในคนไข้โรคไต เพราะ ขนมปังเป็นอาหารเช้าที่หลายคนคุ้นเคย แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต ไม่ใช่ทุกชนิดที่กินได้อย่างสบายใจ เพราะขนมปังบางประเภทมีโซเดียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าที่คิด ขนมปังแต่ละชนิดมีอะไรที่ต้องระวัง ชนิดขนมปัง โซเดียม (mg/1 แผ่น) ฟอสฟอรัส (mg/1 แผ่น) เหมาะสำหรับ CKD ขนมปังขาว (White bread) ~130–150 ~25–30 ดี ขนมปังโฮลวีต (Whole wheat) ~130–150 ~65–80 จำกัดใน G3b+ ขนมปังมัลติเกรน ~130–170 ~70–100 จำกัดใน G3b+ ขนมปังกรอบ/แครกเกอร์ ~100–300/ชิ้น ~20–40 ระวังโซเดียม ขนมปังขาวมีฟอสฟอรัสต่ำกว่าขนมปังโฮลวีตเพราะรำข้าวสาลีถูกนำออก ทำให้เหมาะกับผู้ป่วย CKD ที่ต้องจำกัดฟอสฟอรัสมากกว่า แม้ว่าจะมีใยอาหารน้อยกว่า   สิ่งที่ต้องดูบนฉลากขนมปัง โซเดียมต่อแผ่น — เลือกที่ต่ำกว่า 150 mg […]

เป็นโรคไต กินแครอท ได้มั้ย ?

เป็นโรคไต กินแครอท ได้มั้ย  คำตอบคือ กินได้ แค่ต้องระวังปริมาณ  โดยถ้าใครเคยกังวลว่ากินแครอท 2–3 ชิ้นในซุปแล้วจะเป็นอะไรไหม บอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวลขนาดนั้นค่ะ เพราะแครอทในปริมาณแต่งจาน ผัดนิดหน่อย หรือหั่นบางๆ ใส่ซุป ไม่ได้ส่งผลมากพอที่จะเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือ ปริมาณที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำแครอทปั่น ส้มตำแครอทล้วนๆ หรือผัดแครอทจานใหญ่เป็นกับข้าวหลัก นั่นแหละที่โพแทสเซียมสะสมได้เร็วจริง บทความนี้จะอธิบายว่าอะไรกินได้ อะไรต้องระวัง และมีข้อมูลวิตามิน A ที่ควรรู้สำหรับผู้ป่วยระยะท้ายด้วย แครอทมีโพแทสเซียมเท่าไร   แครอทดิบ 100 g มีโพแทสเซียมประมาณ 235–320 mg ซึ่งถือว่า ปานกลาง เมื่อเทียบกับผักและผลไม้ที่น่ากังวลกว่ามาก อาหาร โพแทสเซียม (mg) ระดับความเสี่ยงในผู้ป่วยโรคไต  แตงกวา 100 g ~147 ต่ำ — กินได้สบาย ถั่วงอก 100 g ~155 ต่ำ — กินได้สบาย แครอท 2–3 ชิ้นบางๆ (~30 […]

ฟอสฟอรัส สารอาหารที่ต้องระวังสำหรับคนไข้โรคไต : ควบคุมอย่างไรให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 ฟอสฟอรัส (Phosphorus) คือแร่ธาตุที่สะสมในเลือดเมื่อไตเสื่อม โดยผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 800 มก./วัน เพื่อป้องกันกระดูกเปราะบางและหลอดเลือดแข็งตัว โดยปกติไตจะขับฟอสฟอรัสส่วนเกินออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อไตเสื่อมประสิทธิภาพ ฟอสฟอรัสจะสะสมในเลือดจนเกินค่าปกติ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) โดยเฉพาะระยะ 3-4-5 จึงต้องควบคุมปริมาณฟอสฟอรัสในอาหารอย่างเข้มงวด จำกัดฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน สำหรับ CKD หลีกเลี่ยงนม ถั่ว ไข่แดง อาหารแปรรูป อ่านฉลากอาหารเพื่อเลี่ยงฟอสฟอรัสแฝง ใช้ยาจับฟอสฟอรัสตามคำแนะนำแพทย์ ฟอสฟอรัส สูงส่งผลอย่างไรต่อผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5? การมีฟอสฟอรัสในเลือดสูง (Hyperphosphatemia) ส่งผลเสียต่อผู้ป่วย CKD อย่างชัดเจน  ฟอสฟอรัสสะสมทำให้กระดูกอ่อนและหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อฟอสฟอรัสสะสมในเลือด จะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเพื่อลดระดับฟอสฟอรัส ส่งผลให้กระดูกเปราะบาง และเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย ขณะเดียวกัน แคลเซียมและฟอสฟอรัสที่สูงในเลือดจะตกตะกอนในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) […]

เป็นโรคไต กินเผ็ด ได้มั้ย ?

ผู้ป่วยโรคไตหลายคนได้ยินว่า “ห้ามกินเผ็ด” แล้วก็งดพริกทุกชนิดตั้งแต่วันที่ได้รับการวินิจฉัย แต่ความจริงคือ ความเผ็ดจากพริกไม่ได้ทำให้ไตเสื่อมโดยตรง ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่สิ่งที่มักมาพร้อมกับอาหารเผ็ด ได้แก่ โซเดียมจากน้ำปลา กะปิ ซอสพริก และเครื่องปรุงต่างๆ ที่ใช้ปรุงอาหารเผ็ด บทความนี้แยกแยะให้ชัดว่าอะไรในอาหารเผ็ดที่กินได้ อะไรที่ต้องระวัง และกินเผ็ดอย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคไต พริกกับโรคไต หลักฐานวิทยาศาสตร์บอกว่าอะไร Capsaicin ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พริกเผ็ด ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ว่าทำให้ไตเสื่อมในการบริโภคปกติ ในทางตรงกันข้าม มีงานวิจัยจาก Journal of the American Society of Nephrology (2016) ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างชาวจีนกว่า 480,000 คน พบว่าผู้ที่กินอาหารเผ็ดเป็นประจำมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไตต่ำกว่าผู้ที่ไม่กินเผ็ดเลย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ Capsaicin มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) และต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคไต ที่มีภาวะการอักเสบเรื้อรังได้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะ ปัญหาจริงของอาหารเผ็ดสำหรับผู้ป่วย CKD จึงไม่ใช่ความเผ็ด แต่คือ เครื่องปรุงและวิธีปรุงที่มักมาคู่กัน สิ่งที่ต้องระวังในอาหารเผ็ด ไม่ใช่พริก เครื่องปรุงในอาหารเผ็ด โซเดียม (mg) สารอาหารอื่นที่ต้องระวัง น้ำปลา 1 ช้อนชา ~700–900 […]

เป็นโรคไต กินสะตอ ได้มั้ย ?

สะตอ (Parkia speciosa) เป็นพืชตระกูลถั่วพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่รักของคนภาคใต้และมาเลเซีย ใช้ทำกุ้งผัดสะตอ ผัดเผ็ด หรือกินดิบกับน้ำพริก สำหรับผู้ป่วยโรคไต คำถามที่พบบ่อยคือกินได้ไหม มีอะไรต้องระวังบ้าง คำตอบคือสะตอกินได้ในผู้ป่วยโรคไต ระยะต้นที่โพแทสเซียมปกติ แต่ต้องจำกัดปริมาณในระยะ G3b ขึ้นไป เนื่องจากมีโพแทสเซียมในระดับปานกลาง รวมถึงมีสารประกอบ Organosulfides ที่เป็นเอกลักษณ์ของสะตอที่ควรทำความเข้าใจด้วย   คุณค่าทางโภชนาการของสะตอที่เกี่ยวกับโรคไต สารอาหาร สะตอ 100 g (เมล็ดดิบ) ความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต โพแทสเซียม ~270–320 mg ปานกลาง — ระวัง G3b+ ฟอสฟอรัส ~80–100 mg ปานกลาง — ระวัง G3b+ โซเดียม ~5–10 mg ต่ำมาก — ไม่เป็นปัญหา โปรตีน ~7–9 g นับรวมในโควต้าโปรตีน ใยอาหาร ~4–5 g […]

กินอะไรป้องกันโรคไต : อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง

กินอะไรป้องกันโรคไต : อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 กินอะไรป้องกันโรคไต คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัย  การกินเพื่อป้องกันโรคไต คือ การเลือกรับประทานอาหารที่ลดโซเดียม เพิ่มผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลา เพื่อควบคุมความดันโลหิตและลดภาระไต เช่น สลัดผักสดกับข้าวกล้อง เลือกอาหารโซเดียมต่ำ ลดความเสี่ยงโรคไต เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีในมื้ออาหาร โปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลา ดีต่อสุขภาพไต หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและไขมันอิ่มตัว กินป้องกันโรคไต ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างไร? การกินอาหารที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงโรคไตโดยตรง เช่น ลดโซเดียมช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดการทำงานหนักของไต ขณะที่การเพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีช่วยให้ร่างกายได้รับใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการป้องกันอักเสบและความเสียหายของไต (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ลดโซเดียมเพื่อลดความดันและภาระไต การบริโภคโซเดียมเกิน 2,000 มก./วัน เพิ่มความเสี่ยงความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไตเรื้อรัง (WHO, 2023) การลดโซเดียม เช่น เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป และไม่เติมเกลือหรือซอสปรุงรสในอาหาร […]

1 2 6