เมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ที่ เบื่ออาหาร: อร่อยและมีประโยชน์

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหาร Eatwellconcept อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เบื่ออาหาร คือเมนูอาหารที่เน้นโปรตีนสูง ย่อยง่าย และควรแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 ครั้งต่อวัน เช่น โจ๊กอกไก่หรือซุปเต้าหู้ไข่ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูร่างกายระหว่างการรักษาและกระตุ้นความอยากอาหารได้โดยไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไป ผู้ป่วยมะเร็งต้องการโปรตีน 1.2-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ตามแนวทาง ESPEN 2021 การแบ่งมื้ออาหารเล็กลง 5-6 ครั้งต่อวันช่วยลดคลื่นไส้และเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ร่างกายได้รับ เมนูไทยหลายชนิด เช่น โจ๊กปลา ต้มจืดเต้าหู้ไข่ และข้าวต้มไก่ ปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยมะเร็งได้โดยไม่ต้องปรุงรสจัด อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งคืออะไร และทำไมต้องปรับเมนูเมื่อเบื่ออาหาร อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หมายถึง แผนโภชนาการที่ออกแบบเพื่อสนับสนุนการรักษา ลดผลข้างเคียง และรักษามวลกล้ามเนื้อในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าภาวะทุพโภชนาการพบได้ใน 40-80% ของผู้ป่วยมะเร็ง และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษา ดังนั้นการปรับเมนูจึงไม่ใช่เพียงเพื่อความอร่อย แต่เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานและโปรตีนที่เพียงพอ แม้ในวันที่ความอยากอาหารลดลง โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งจะต้องได้รับการดูแลโภชนาการอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการรักษา ผู้ป่วยมะเร็งควรเน้นโปรตีนสูงอย่างไร โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับผลกระทบจากเคมีบำบัดและรังสีรักษา […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

12 June 2026

แปรผลค่า eGFR ของไต ต่ำขนาดไหนถึงเสี่ยงอันตราย?

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept ในการตรวจสุขภาพประจำปี นอกเหนือจากค่าความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) หรืออัตราการกรองของเสียของไต คือหนึ่งในสารน้ำสำคัญทางห้องปฏิบัติการที่เป็นหัวใจหลักในการติดตามและประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไตในปัจจุบัน การเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแลตัวเองและปรับเปลี่ยนโภชนาการได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่ไตจะถูกทำลายไปอย่างถาวร ค่า eGFR

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

11 June 2026

น้ำด่าง (Alkaline Water) รักษามะเร็งได้จริงหรือไม่?

อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “น้ำด่าง” (Alkaline Water) กลายเป็นกระแสในกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยมีการอ้างสรรพคุณว่าสามารถ “รักษามะเร็ง” ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลนี้มีข้อเท็จจริงทางการแพทย์รองรับมากน้อยเพียงใด? บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ น้ำด่างมีค่า pH 8–9 และมีแร่ธาตุบางชนิด ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าน้ำด่างรักษามะเร็งได้ ควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณเหมาะสมตามคำแนะนำ การดื่มน้ำด่างมากเกินไปอาจมีผลข้างเคียง น้ำด่าง (Alkaline Water) คืออะไร? น้ำด่างคือน้ำที่มีค่า pH สูงกว่า 7 (โดยทั่วไปจะอยู่ที่ pH 8–9) ในขณะที่น้ำดื่มปกติมีค่า pH เป็นกลางที่ประมาณ 7 ความเป็นด่างนี้เกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก: เกิดขึ้นตามธรรมชาติ: น้ำแร่จากบางแหล่งที่มีการสะสมของแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์: การใช้เครื่องแยกประจุไฟฟ้า (Electrolysis) หรือการเติมแร่ธาตุเพื่อปรับค่า pH ให้สูงขึ้น น้ำด่างรักษามะเร็งได้จริงหรือไม่? คำตอบคือ: ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าน้ำด่างสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ความเชื่อนี้มักอ้างอิงทฤษฎีที่ว่า […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

10 June 2026

อาหารต้านมะเร็ง : รวม 10 Superfoods ที่ควรมีติดบ้าน

อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน “อาหารต้านมะเร็ง” (Anti-cancer Foods) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในครัวของเรานี่เอง บทความนี้จะพาไปเจาะลึก 10 สุดยอดอาหารต้านมะเร็งที่มีงานวิจัยรองรับ พร้อมเทคนิคการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด อาหารต้านมะเร็งเน้นผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช สารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์จากการกลายพันธุ์ Superfoods เช่น ขมิ้น บรอกโคลี ถั่วเหลือง มีงานวิจัยรองรับ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและไขมันทรานส์ อาหารต้านมะเร็ง คืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดความเสี่ยงได้ อาหารต้านมะเร็ง คือ กลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วย สารพฤกษเคมี (Phytochemicals) และสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เช่น เคอร์คิวมิน, ซัลโฟราเฟน และไลโคปีน ซึ่งมีหน้าที่สำคัญดังนี้: ปกป้อง DNA: ป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการอักเสบ: ลดภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกายที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้าย ตัดวงจรเซลล์ผิดปกติ: ช่วยกระตุ้นกระบวนการ Apoptosis หรือการตายของเซลล์ที่ทำงานผิดปกติก่อนจะลุกลาม ข้อมูลน่ารู้: องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการกินผักและผลไม้หลากสีให้ได้ […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

4 June 2026

กินอย่างไร เมื่อความดันต่ำ: อาหารและเครื่องดื่มช่วยบรรเทา

อัปเดต: พฤษภาคม 2569 | เขียนโดย ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สรุปสั้น: ความดันต่ำคือ ภาวะที่ค่าความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอท นักกำหนดอาหารแนะนำบริโภคอาหารที่มีโซเดียม วิตามินบี 12 และน้ำให้เพียงพอ เช่น น้ำซุป เต้าเจี้ยว กล้วย จะช่วยเพิ่มความดันและลดอาการเวียนศีรษะในชีวิตประจำวัน โซเดียมจากอาหารธรรมชาติ เช่น น้ำซุปกระดูก และเต้าเจี้ยว ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดหมุนเวียน ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2–2.5 ลิตรต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำที่ทำให้ความดันลดลงอีก แนะนำแบ่งมื้ออาหารเป็น 4–5 มื้อเล็กต่อวัน ลดความเสี่ยงความดันต่ำหลังมื้ออาหาร (postprandial hypotension) ความดันต่ำคืออะไร? ความดันต่ำ (hypotension) คือ ภาวะที่ค่าความดันโลหิตซิสโตลิก/ความดันตัวบน ต่ำกว่า 90 มม.ปรอท หรือ ไดแอสโตลิก/ความดันตัวล่าง ต่ำกว่า 60 มม.ปรอท ตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เวียนศีรษะ […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

2 June 2026

นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม กระตุ้นมะเร็งเต้านมจริงหรือ?

นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม กระตุ้นมะเร็งเต้านมจริงหรือ? อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 มะเร็งเต้านมยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิงไทยและทั่วโลก ส่งผลให้อาหารและวิถีชีวิตกลายเป็นเป้าหมายหลักในการเฝ้าระวัง หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือ บทบาทของนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมนั้นเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ หรือเป็นปัจจัยกระตุ้นโรคร้ายกันแน่ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านมวัวกระตุ้นมะเร็งเต้านม ควรบริโภคนมวัวในปริมาณพะ เลือกผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำลดความเสี่ยงสุขภาพ ควรเน้นอาหารหลากหลายและสมดุล

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

1 June 2026

สมุนไพรบำรุงไต เรื่องจริงหรือแค่การตลาด

อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 สมุนไพรบำรุงไต บำรุง หรือ ทำลาย? คือคำถามที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระวังก่อนเริ่มใช้สมุนไพร แม้จะมีคำกล่าวอ้างว่าช่วยฟื้นฟูไต แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง สมุนไพรหลายชนิดกลับมีสารพิษที่อันตรายต่อไตโดยตรง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสมุนไพรกลุ่มที่มีกรดอะริสโตโลคิก(Aristolochic acid) หรือแม้แต่อาหารพื้นบ้านอย่างถั่วลูกเหนียง(Djenkol Beans) ซึ่งมีงานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO, 2023) ระบุชัดว่าอาจเร่งให้เกิดภาวะไตวายได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นการเลือกรับประทานจึงต้องอาศัยความเข้าใจมากกว่าเพียงแค่คำบอกเล่า สมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน กรดอะริสโตโลคิกและลูกเหนียงมีพิษต่อไต ควรปรึกษานักกำหนดอาหารก่อนใช้สมุนไพร เลือกใช้สมุนไพรที่ปลอดภัย สมุนไพรใดที่ผู้ป่วย CKD ควรหลีกเลี่ยง? ผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรที่มีพิษต่อไต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างสรรพคุณว่า “ดีท็อกซ์ไต” ที่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัย สารเหล่านี้อาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันหรือเร่งให้เกิดอาการแย่ลงได้ การหลีกเลี่ยงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน  (กรมการแพทย์แผนไทย, 2566)  กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) และความเสี่ยงต่อไต กรดอะริสโตโลคิก (Aristolochic acid) เป็นสารพิษที่พบในสมุนไพรตระกูล Aristolochia เช่น กำลังช้างสาร, ไคร้เครือ, กระเช้าสีดา, กระเช้าถุงทอง และสมุนไพรจีนบางชนิด สารนี้สามารถทำลายเซลล์ไตโดยตรง […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

31 May 2026

โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD

โพแทสเซียม อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต CKD อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 โพแทสเซียม (Potassium) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท โดยปริมาณโพแทสเซียมในอาหารถือว่าสูงเมื่อมีมากกว่า 200–270 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ตามเกณฑ์ของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (2566) ผู้ป่วย CKD ควรจำกัด โพแทสเซียม เท่าไร? แนวทางการจำกัด โพแทสเซียม สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (กรมอนามัย 2565) อาหารใดที่มีโพแทสเซียมสูงและควรหลีกเลี่ยง? อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ กล้วยหอม มันฝรั่ง ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ อะโวคาโด ถั่วเหลือง และผลไม้แห้ง เช่น อินทผลัม ลูกพรุน อาหารเหล่านี้หากบริโภคในปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมสูงในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วย CKD ระยะ 4–5 ที่ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยลง (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) ควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือกอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำหรือปานกลาง ตัวอย่างผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

29 May 2026

อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร

อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 กินอะไรได้ : คู่มือจากนักกำหนดอาหาร อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 อาหารโรคไตที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมอาการบวมน้ำ ความดันโลหิต และป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพเพื่อปรับเมนูให้เหมาะกับแต่ละบุคคล จำกัดโปรตีน 0.6–0.8 กรัม/กก./วัน เลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว ปลา ควบคุมโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม เมนูไทยปรับได้ตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร อาหารโรคไต ระยะ 3-4-5 คืออะไร? อาหารโรคไตระยะ 3–5 คือแนวทางโภชนาการที่ออกแบบเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ลดภาระการทำงานของไต และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน โดยเน้นจำกัดโปรตีนคุณภาพดี (0.6–0.8 กรัม/กก./วัน) ลดโซเดียม (

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

26 May 2026

ฟอสฟอรัส สารอาหารที่ต้องระวังสำหรับคนไข้โรคไต : ควบคุมอย่างไรให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด: พฤกษภาคม 2569 ฟอสฟอรัส (Phosphorus) คือแร่ธาตุที่สะสมในเลือดเมื่อไตเสื่อม โดยผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5 ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 800 มก./วัน เพื่อป้องกันกระดูกเปราะบางและหลอดเลือดแข็งตัว โดยปกติไตจะขับฟอสฟอรัสส่วนเกินออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อไตเสื่อมประสิทธิภาพ ฟอสฟอรัสจะสะสมในเลือดจนเกินค่าปกติ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) โดยเฉพาะระยะ 3-4-5 จึงต้องควบคุมปริมาณฟอสฟอรัสในอาหารอย่างเข้มงวด จำกัดฟอสฟอรัสไม่เกิน 800 มก./วัน สำหรับ CKD หลีกเลี่ยงนม ถั่ว ไข่แดง อาหารแปรรูป อ่านฉลากอาหารเพื่อเลี่ยงฟอสฟอรัสแฝง ใช้ยาจับฟอสฟอรัสตามคำแนะนำแพทย์ ฟอสฟอรัส สูงส่งผลอย่างไรต่อผู้ป่วย CKD ระยะ 3-4-5? การมีฟอสฟอรัสในเลือดสูง (Hyperphosphatemia) ส่งผลเสียต่อผู้ป่วย CKD อย่างชัดเจน  ฟอสฟอรัสสะสมทำให้กระดูกอ่อนและหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อฟอสฟอรัสสะสมในเลือด จะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเพื่อลดระดับฟอสฟอรัส ส่งผลให้กระดูกเปราะบาง และเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย ขณะเดียวกัน แคลเซียมและฟอสฟอรัสที่สูงในเลือดจะตกตะกอนในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566) […]

Avatar photo

Aungsunit Chaweewanchon

22 May 2026
1 2 3 5