ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : Lifestyle

ลดข้าวแล้วทำไมไม่ผอมสักที

สำหรับการลดน้ำหนัก เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนอาจเลือกการควบคุมอาหารมากกว่าการออกกำลังกาย ก็การออกกำลังกายต้องใช้เวลาทำอย่างต่อเนื่อง แต่พอถึงเวลาเลิกงานก็เหนื่อยจะแย่แล้ว แต่พอเราคุมอาหาร ลดข้าว ไปสักพักทำไมน้ำหนักของเราถึงไม่ลงกันนะ อีทเวลล์คอนเซปต์จะพามาดูสาเหตุกันค่ะ ว่าทำไม? ลดข้าวแล้ว น้ำหนักไม่ลดลงด้วย ลดข้าว แล้วน้ำหนักไม่ลด ลองมาสำรวจตัวเองกันสักหน่อยว่า นอกจากเราลดข้าวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกไหม ที่ทำให้น้ำหนักไม่ลดลง นี่ก็คือปัจจัยหลัก ๆ เลยว่าทำไมน้ำหนักของเราถึงได้ไม่ลดลงกัน เพราะการควบคุมอาหารถือเป็นการดูแลน้ำหนักตัวในช่วงสั้น ๆ เพียงเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการเลือกกินอาหารให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการคาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญไขมัน การเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ร่วมกับการกินอาหารให้มีพลังงานและโปรตีนเพียงพอ เพื่อที่ร่างกายจะได้แข็งแรงชะลอการสลายของกล้ามเนื้อนั่นเองค่ะ อีกอย่างที่อยากจะบอกเลยก็คือว่า น้ำหนักตัว ถือเป็นแค่เพียงการวัดสุขภาพแบบง่าย ๆ แต่ไม่ได้แม่นยำ 100% เพราะหากเราออกกำลังกายจนมีกล้ามเนื้อมากขึ้น น้ำหนักของเราอาจจะเพิ่มแต่หุ่นของเราอาจจะฟิตแอนด์เฟิร์มมาก ๆ ก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปโฟกัสกับน้ำหนักตัวมากเกินไปจนเกิดความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพได้อีกด้วย ส่งท้ายด้วยบทความสุขภาพจากนักกำหนดอาหารที่เกี่ยวกับ การลดน้ำหนัก ถ้าใครได้ลองเข้าไปอ่านแล้ว ลองเลือกวิธีและนำปรับใช้กับตัวเองดูได้เลย

ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

หลายๆ คนอาจเคยได้ยินว่า ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร เป็นวิธีลดความอ้วน อย่างหนึ่ง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ ว่าการ ดื่มน้ำลดน้ำหนัก ได้จริงหรือไม่ ก่อนอื่นเลยที่เราอยากบอกให้รู้คือ ร่างกายของเราประกอบไปด้วยน้ำ 45-75 % ของน้ำหนักตัวเลยทีเดียว โดยน้ำจะเข้าไปอยู่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของ เลือด น้ำเหลือง และอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมองเองก็มีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 85 % ของน้ำหนักสมอง นอกจากนี้น้ำยังเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ดังนั้น การดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ก็ช่วยให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดื่มน้ำลดน้ำหนัก ได้อย่างไรหล่ะ การดื่มน้ำช่วยเพิ่มการเผาผลาญร่างกาย จากงานวิจัยพบว่า การดื่มน้ำ 1.5 ลิตร ทุกวัน ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ โดยพบว่า ผู้ที่ดื่มน้ำไม่ต่ำกว่า 500 มิลลิลิตร 3 ครั้งต่อวัน หรือ 1.5 ลิตร ทุกวันเป็นระยะ 8 […]

อาหารทางการแพทย์ – รีวิวสูตรอาหารจากมุมนักกำหนดอาหาร

ปัจจุบันสื่อโฆษณาและแอปพลิเคชั่นซื้อของออนไลน์ทำให้สามารถเข้าถึง อาหารทางการแพทย์ ได้ง่ายกว่าแต่ก่อนที่จะซื้ออาหารทางการแพทย์ได้จากโรงพยาบาลหรือร้านขายยาเท่านั้น ด้วยเทคโนโลยีด้านอาหารที่ก้าวหน้าทำให้อาหารทางการแพทย์มีมาให้เลือกมากมาย แต่อาหารทางการแพทย์แบบไหนที่จะถูกปากและเหมาะสมกับคนที่เรารักมากที่สุด หยิบตะกร้าแล้วเดินตามนักกำหนดอาหารมาได้เลย ความ “เหมือนและแตกต่าง” ของอาหารการแพทย์และนมทั่วไป ตามคำนิยามอาหารทางการแพทย์ (Medical Food) เป็นอาหารที่ผลิตขึ้นมาสำหรับดื่มทางปากหรือให้ผ่านสายให้อาหาร เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วนต่อความต้องการและเหมาะสมต่อภาวะโรคที่เป็นอยู่ โดยต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือบุคคลากรทางการแพทย์1 ลักษณะของอาหารทางการแพทย์ส่วนใหญ่มักมีสีและกลิ่นคล้ายนม จึงอาจเป็นที่เข้าใจผิดว่าการดื่มนมกล่องทั่วไปก็เพียงพอต่อความต้องการ แต่เมื่อศึกษาพลังงานและสารอาหารในปริมาณนมที่เท่ากันก็จะพบว่าอาหารทางการแพทย์ให้พลังงาน โปรตีนและสารอาหารสูงกว่านมทั่วไป  เมื่อไหร่ที่ควรเสริมด้วยอาหารทางการแพทย์ (When to start supplment)          หากผู้ป่วยสามารถกินอาหารทางปากและยังพอมีความอยากอาหารอยู่บ้าง จะเริ่มเสริมอาหารทางการแพทย์ เมื่อผู้ป่วยสามารถกินอาหารได้น้อยกว่าครึ่งของความต้องการพลังงานมามากกว่า  1 สัปดาห์2 ในอีกกรณีหนึ่งจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอาการเบื่ออาหาร กินอาหารน้อยลงจากเดิม ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง จนทำให้มีน้ำหนักตัวลดลงและมีสุขภาพร่างกายที่แย่ลงได้3 โดยช่องทางการให้อาหารทางการแพทย์สามารถดื่มทางปาก และให้ทางสายให้อาหาร ซึ่งการเลือกช่องทางการให้อาหารทางการแพทย์จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์ ซึ่งสามารถประเมินได้ด้วย แบบคัดกรองภาวะโภชนาการ อาหารทางการแพทย์มีกี่แบบ          อาหารทางการแพทย์สามารถแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่  1. สูตรครบถ้วน (Standard formula) คือ สูตรพื้นฐานเปรียบเทียบเหมือนกับอาหารทั่วไปที่อาจอยู่ในรูปของผง หรือ เครื่องดื่มเหลวพร้อมดื่ม ให้พลังงานและสารอาหารครบถ้วน 2. สูตรเฉพาะโรค […]

อาหารคีโต (Keto) Vs ไขมันต่ำ (Low fat) ประโยชน์ดีจริง หรือแค่ติดเทรนด์

อาหารคีโต หรือ อาหารคีโตเจนิก ถือเป็นเทรนด์รูปแบบของ อาหารลดน้ำหนัก ที่ถูกพูดถึงผ่านทางคอลัมน์โภชนาการ สื่อกระแสสังคม รวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยม เนื่องจากถูกอ้างว่าช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริง และลดได้เร็วมากกว่าอาหารรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเทียบกับ การบริโภคอาหารแป้งต่ำ (Low carb diet) อาหารไขมันต่ำ (low fat) อาหารมังสวิรัติ (Vegetarian diet) หรือการบริโภคแบบอดอาหารสลับช่วง (Intermittent fasting) โดยบทความนี้ จะขอเทียบระหว่างเทรนด์อาหารที่ต่างกันสุดขั้วอย่าง อาหารคีโต vs อาหารไขมันต่ำ ในฐานะนักกำหนดอาหาร จึงขอนำทุกท่านเข้าสู่สังเวียนระหว่างฝ่ายแดง อาหารคีโต ชกกับ ฝ่ายน้ำเงิน อาหารไขมันต่ำ เทียบกันแบบหมัดต่อหมัด แบบไหนกินอย่างไร กินแล้วดีจริงไหม อาหารคีโตเจนิก หรือ อาหารคีโต (Ketogenic Diet) คือ อะไร? อาหารคีโตเจนิก หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาหารคีโต คือ รูปแบบอาหารที่บริโภคเพื่อให้เกิดสารคีโตนขึ้นในร่างกาย ในภาวะปกติจะเกิดสารคีโตนต่อเมื่อร่างกายอดอาหารอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมงหรือออกกำลังกายต่อเนื่อง พูดให้เข้าใจง่ายว่า การกินอาหารคีโต […]

9 Superfood สุดยอดอาหารโภชนาการสูง แต่หาทานได้จริง!

“Superfood” เป็นหนึ่งคำที่ใช้เรียกอาหารกลุ่มหนึ่งที่ถึงแม้ว่ายังไม่มีคำจำกัดความชัดเจน แต่คำนี้กลับกลายเป็นกระแสโด่งดังในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ทำให้หลายๆ คนอยากทำความรู้จัก และอยากปรับเปลี่ยนมาลองกินอาหารกลุ่ม Superfood มากขึ้น “Superfood” สุดยอดอาหาร โภชนาการสูง คืออะไร ไม่ใช่อาหารเหนือมนุษย์หรืออาหารที่เราไม่สามารถจับต้องได้แต่อย่างใด แต่ Superfood ถูกนำมาใช้เรียกกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันจำเป็น กรดอะมิโนจำเป็น วิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร หรือสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ที่อัดแน่นอยู่ในอาหารเหล่านั้น แบบไหนถึงเรียกว่า Superfood สุดยอดอาหาร จากนิยามข้างต้น อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัด ลองดูตัวอย่าง ” 9 Superfood ” ที่เราสามารถหาทานได้ง่ายๆ พร้อมปริมาณที่แนะนำให้กินต่อมื้อหรือต่อวัน เพื่อให้ได้รับ สารอาหาร ครบถ้วนและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ การบริโภคควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมและหลากหลาย สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปด้วย ผักใบเขียว นอกจากจะเป็นแหล่งของใยอาหารแล้ว พืชผักที่มีใบสีเขียวยังเป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีของวิตามินและเกลือแร่ ได้แก่ วิตามิน A C แคลเซียม ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และสารพฤกษเคมี (Phytonutrients) มากมาย […]

กินผัก อย่างไรให้ได้เพียงพอต่อวัน

กินผัก ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะผักนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะแตกต่างกันไปตามสีของผักแต่ละชนิด ซึ่งสารอาหารต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพของเราแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายของเราห่างไกลจากโรคเรื้อรัง รวมถึงมีส่วนช่วยในการคุมน้ำหนักอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันได้มีคำแนะนำให้กินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งสำหรับบางคนนั้นการกินผักอาจจะเป็นเรื่องยากหรือเบื่อกับการที่จะต้องกินผักในปริมาณมาก ๆ วันนี้เราเลยมีเทคนิคต่าง ๆ มาเพื่อช่วยให้คุณสามารถกินผักได้หรือกินได้มากยิ่งขึ้น  ถ้าให้พูดการ กินผัก สำหรับใครหลาย ๆ คนอาจเป็นเรื่องที่อยาก แต่เรานักกำหนดอาหารจาก Eatwellconcept ก็อยากให้คุณได้รับประโยชน์จากผักและผลไม้ต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เพื่อที่สุขภาพของคุณจะได้แข็งแรง พร้อมที่จะต่อสู้กับโรคเรื้อรังต่าง ๆ ซึ่งถ้าคุณไม่รู้จะลองปรับเมนูอย่างไร ต้องกินผักมากน้อยแค่ไหน ก็ลองทักเข้ามาปรึกษาเราให้ช่วยออกแบบตารางเมนูอาหารที่เฉพาะเหมาะสมกับคุณได้เลย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

Food Combination ดีจริงหรือไม่

การกินอาหารถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างมากในการดูแลสุขภาพ ทำให้ในปัจจุบันเกิดการกินอาหารรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในหลักการกินอาหารที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือ “การกินแบบ Food combination” หรือการจับคู่อาหารนั่นเอง วันนี้มาลองฟังข้อมูลจากนักกำหนดอาหารกันว่า รูปแบบการกินนี้จะดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ การกินอาหารแบบ Food combination คืออะไร การกินอาหารตามหมวด คือ หลักการกินอาหารที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการจับคู่อาหารที่กินคู่กันแล้ว อาจส่งผลดีต่อสุขภาพที่มากขึ้นได้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการกินอาหารบางชนิดที่ไม่ควรกินร่วมกัน เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานหนักจนเกินไป และป้องกันการเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง แล้วการกินอาหารแบบจับคู่นี้ดีต่อสุขภาพของเราจริงหรือไม่ เราไปหาคำตอบกัน  ไขความลับหลากเทคนิคของการจับคู่ของการกินอาหารตามหมวด  กินให้ดี ไม่ควรกินผลไม้พร้อมอาหาร  ตามหลักการกินอาหารข้อแรก คือแนะนำไม่ให้เรากินผลไม้ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แตงโม คู่กับการกินอาหารอื่น ๆ เนื่องจากจะทำให้การย่อยอาหารทำงานหนักและใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น แต่หากดูข้อมูลจนถึงปัจจุบันนี้ พบว่าไม่ได้มีผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า การกินผลไม้พร้อมอาหาร จะทำให้ร่างกายทำงานหนักมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามยังพบว่าสารอาหารบางอย่างในผลไม้ เช่น วิตามินซียังมีบทบาทช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก1ได้อีกด้วย หรือสารเบต้าแคโรทีนที่พบในผักผลไม้สีเหลือง-ส้มนั้น จำเป็นต้องดูดซึมไปพร้อมกับไขมันในอาหาร2 จนกล่าวได้ว่าหากกินผักผลไม้ที่มีเบตาแคโรทีน โดยปราศจากไขมันในมื้อนั้นแล้วล่ะก็ เหมือนกับเราสูญเสียสารตัวนี้ออกไปจากร่างกายเลย เป็นต้น  อย่ากินข้าวพร้อมกับเนื้อสัตว์  จากแนวคิดการกินอาหารแบบ Combination นั้น จะเชื่อว่าโปรตีนถือเป็นชนิดของอาหารที่ย่อยได้เร็วที่สุด […]

ลดน้ำหนักกันง่าย ๆ ด้วย Low Carb Diet

Low Carb Diet หรือการกินอาหารแบบลดแป้ง เรียกอีกอย่างว่าการกินแบบโลว์คาร์บ (Low carb) ถือเป็นอีกรูปแบบการกินอาหารที่นิยมอย่างมากในการลดน้ำหนัก เนื่องจากคนโดยส่วนใหญ่จะได้รับพลังงานที่มากเกินความจำเป็นต่อวันจากการกินอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ที่อยู่ในรูปของอาหารที่มีสัดส่วนของข้าวแป้งที่สูง หรือของหวานต่าง ๆ ที่ทำให้ได้รับน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตมากจนเกินไป วันนี้เราไปทำความรู้จักการกินอาหารแบบโลว์คาร์บว่าคืออะไร ต้องกินอย่างไรถึงดีต่อสุขภาพของเรา และนักกำหนดอาหารจะมีคำแนะนำอย่างไร การกินแบบ Low Carb คืออะไร การกินแบบ Low Carb diet หรือการลดปริมาณแป้งในอาหารนั้น คือการกินอาหารที่จะลดปริมาณอาหารในกลุ่มข้าวแป้งต่าง ๆ ลงเพื่อให้ร่างกายลดพลังงานที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวัน เพื่อให้สมดุลพลังงานเป็น “ลบ” และส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงได้ โดยปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินในแต่ละวันอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนที่ทำการกินโลว์คาร์บ เช่น อาจจะกินข้าวที่ลดปริมาณลงมาเหลือเพียง 1 ทัพพีต่อมื้อ           ดังนั้นหากเราจำเป็นต้องควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหาร เราจึงจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังการบริโภคอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ให้มากจนเกินไป หรือกินให้น้อยลงจากที่เคยกินมา อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตอยู่และต้องควบคุมปริมาณ ได้แก่ จากอาหารในกลุ่มข้างต้น หลักการปรับเปลี่ยนอาหารให้คาร์บลดต่ำลงอ้างอิงตามแนวทางการกินแบบโลว์คาร์บนั้น เมื่อเราต้องลดปริมาณอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ลงแล้ว จำเป็นต้องหาอาหารกลุ่มอื่น ๆ มาทดแทนด้วย เพื่อให้การกินอาหารในแต่ละมื้อนั้นอิ่มและอยู่ท้อง ไม่ทำให้เกิดความกังวลหรือเครียดจากการทนหิว […]

เมลาโทนิน ตัวช่วยของ คนนอนไม่หลับ

พูดถึงการนอนสำหรับใครหลาย ๆ คนในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ เนื่องด้วยการทำงานที่เร่งรีบต่าง ๆ ไม่ว่าจะการเดินทาง การรีบทำงานเพื่อให้ทันส่ง เป็นต้น และในยุคนี้ที่ทุกคนให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพ จนเกิดคำถามหนึ่งที่น่าสนใจว่าการนอนน้อยสามารถทำให้อ้วนได้ วันนี้เราเลยมาพูดถึงสารตัวหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมที่มีชื่อว่า เมลาโทนิน ตัวช่วยของ คนนอนไม่หลับ ว่ามันช่วยการนอนของเราอย่างไร และต้องกินในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะดี ทำความรู้จัก เมลาโทนิน เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่สร้างโดยต่อมไพเนียล และจะถูกกระตุ้นให้สร้างเมลาโทนินในเวลาที่ไม่มีแสงสว่าง แสงสว่างน้อย หรือเวลากลางคืนของเรานั่นเอง เมื่อถึงเวลานั้นสมองจะหลั่งเมลาโทนินออกมาแล้วเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เรารู้สึกง่วง โดยปกติร่างกายของเราจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินออกมาในเวลาประมาณ 21.00 น. แล้วเมลาโทนินจะคงอยู่ในเลือดของเราได้ประมาณ 12 ชั่วโมงและจะค่อย ๆ ลดลงพร้อมกับการขึ้นของพระอาทิตย์น์นั่นเอง และเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเวลาประมาณ 9 โมงเช้าระดับเมลาโทนินในเลือดจะลดต่ำจนไม่สามารถวัดได้ ทำให้เจ้าฮอร์โมนเมลาโทนินนี้ว่า “นาฬิกาชีวิต”  แล้วปัจจุบันก็ได้มีการนำสารเมลาโทนินมาอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แล้วการเสริมเมลาโทนินมีประโยชน์อย่างไร การเสริม เมลาโทนิน เพื่อการนอนที่ดีขึ้น ปัจจุบันการเสริมเมลาโทนินในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้ “การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น” และจากการศึกษารายงานผลว่าเมลาโทนินในรูปของการเสริมอาหารสามารถช่วยในเรื่องการนอนได้ ดังนี้ และจากการศึกษาทำให้ได้ข้อสรุปว่า การเสริมเมลาโทนิน อาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับที่ไม่ปกติ เช่น การทำงานเป็นกะ เดินทางกลับจากต่างประเทศที่มีเขตเวลาแตกต่างกันมาก ๆ […]

กินป้องกัน Heat stroke

ใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว โดยเฉพาะในเดือนเมษายนซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเดือนที่อากาศร้อนที่สุด ซึ่งอาจส่งผลให้คนทำงานหลาย ๆ คนเกิดอาการ “Heat stroke” หรือ “ภาวะลมแดด” ได้มากขึ้น มาดูกันดีกว่าว่าอาการของลมแดดเป็นอย่างไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเราเสี่ยงต่ออาการโรคลมแดด และจะสามารถ กินป้องกัน Heat stroke ได้อย่างไร Heat Stroke คืออะไร ปกติร่างกายของคนเราจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 37.3 องศาเซลเซียส และจะมีการปรับอุณหภูมิให้คงที่อยู่เสมอไม่ว่าจะด้วยการขับเหงื่อที่ออกเพื่อลดความร้อนภายในร่างกาย หรือการที่เราตัวสั่นเพื่อสร้างความอบอุ่นเมื่ออากาศหนาวนั่นเอง ซึ่ง Heat stroke หรือ ภาวะลมแดด นั้นเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่อยู่ได้และเมื่อเราอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อน จนทำให้ร่างกายมีอุณภูมิที่สูงขึ้น และเกิดอาการต่าง ๆ ซึ่งอาจจะรุนแรงถึงชีวิตได้เลยด้วย ซึ่งสาเหตุของโรคลมแดดนั้นมี 2 กรณี ดังนี้ เมื่อเราทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เราเกิดลมแดดแล้ว เราลองมาดูกันดีกว่าว่าอาการของคนที่เป็นโรคลมแดดนั้นเป็นอย่างไรและเราจะสามารถสังเกตุได้อย่างไรว่าเรามีความเสี่ยงของการเป็นลมแดด อาการที่ต้องระวังของ Heat stroke ปกติแล้วก่อนเกิดโรคลมแดดจะมีอาการบอกเล็กน้อยว่าร่างกายเริ่มไม่พร้อมต่อการทำงานกลางแจ้ง หรือ ออกกำลังกายแล้วโดยมักจะมีอาการ หน้ามืด วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม อ่อนเพลีย หายใจเร็ว ใจสั่น อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 […]

1 6 7 8 9