ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : Blog from Eatology

ผงไข่ขาว กับผู้ป่วยมะเร็ง

                ผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีความต้องการพลังงานและโปรตีนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงทำการบำบัดรักษาด้วยวิธี chemotherapy (เคมีบำบัด) ฉายแสง หรือผ่าตัด เพื่อให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟู ทั้งกล้ามเนื้อ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นไปตามหลักของโภชนบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง (oncology nutrition) ภาวะโภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง         อาการเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งรับประทานอาหารได้น้อยลง นำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร (malnutrition) ส่งผลให้เม็ดเลือดขาวต่ำ และไม่สามารถรับเคมีบำบัดได้ ดังนั้น ผู้ป่วยมะเร็ง จึงควรได้รับพลังงานและโปรตีนเพิ่มมากขึ้น โปรตีนที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรได้รับเพิ่มขึ้น สามารถได้จากแหล่งเนื้อสัตว์  นม  ไข่ทั้งฟอง และ ไข่ขาว            ไข่ขาว เป็นโปรตีนหนึ่งที่เป็นโปรตีนแหล่งที่ดี แพทย์และนักกำหนดอาหารแนะนำให้ผู้ป่วยได้รับเพิ่มขึ้น โดยมีโปรตีนที่เป็นพระเอก ที่เรียกว่า “อัลบูมิน” ที่มีบทบาทสำคัญต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ปัจจุบันมีนวัตกรรม “ผงไข่ขาว” เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นโปรตีนทางเลือก รูปแบบชงดื่ม หรือ นำไปประกอบอาหาร ทำให้ผู้ป่วยมะเร็ง รวมทั้งคนทั่วไปที่มีความต้องการโปรตีนเพิ่มมากขึ้น ได้รับโปรตีนสูงและสะดวกต่อการบริโภคมากยิ่งขึ้น คุณสมบัติของไข่ขาวต่อผู้ป่วยมะเร็ง คุณประโยชน์ของไข่ขาว ด้านอื่นๆ  โปรตีน “อัลบูมิน” คืออะไร อัลบูมิน […]

หญ้าหวาน สารให้ความหวานจากธรรมชาติ

                เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำตาลหากบริโภคเยอะเกินจำเป็น สามารถสะสมทำให้น้ำหนักตัวขึ้นและนำมาสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้มากมาย หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจกับวัตถุดิบกลุ่มหนึ่งที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นั่นคือ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Artificial sweeteners) ซึ่งสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้ก็มีอยู่หลายชนิด แต่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็คือ หญ้าหวาน ที่เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ และถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มอยู่มากมายในปัจจุบัน หญ้าหวาน  คืออะไร ?                 หญ้าหวาน เป็นพืชชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางอเมริกาใต้ สามารถให้ความหวานได้โดยธรรมชาติ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia Rebaudiana Bertoni  หรือเรียกสั้นๆ ว่า Stevia เมื่อนำใบหญ้าหวานแห้งมาสกัดจะได้สารสกัดบริสุทธิ์ ชื่อว่า สตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides)  ซึ่งมีความคงตัวสูงในตัวทำละลาย กรดอ่อน เบสอ่อน ทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส และหวานกว่าน้ำตาลทราย 150 – 300 เท่า โดยที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตและไม่ให้พลังงาน ทั้งนี้สารสกัดจากใบหญ้าหวานที่ได้รับการยอมรับจาก คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การ อาหารและเกษตร และองค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ (The […]

แพ้ถั่ว (Nut Allergy) มาทำความรู้จักกันว่าเป็นอย่างไร

การ แพ้ถั่ว (Nut Allergy) คือโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งพบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อโปรตีนในถั่ว ร่างกายจะการปล่อยแอนติบอดี้เพื่อกำจัดโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารฮิสตามีน(Histamine) ส่งผลให้แสดงอาการแพ้ออกมา   ถั่ว แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่  สาเหตุของโรคภูมิแพ้ถั่ว  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แพ้ถั่ว เมื่อมีการสัมผัสถั่วไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ก็จะทำให้ร่างกายของคุณเกิดอาการแพ้ออกมาในกระแสเลือด ซึ่งโรคภูมิแพ้ถั่วเกิดขึ้นจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดว่า “โปรตีนถั่ว” คือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจึงปล่อยสารฮิสตามีน(Histamine)ออกมาเพื่อกำจัด และส่งผลให้ร่างกายมีอาการแพ้เกิดขึ้น  อาการแพ้ถั่วเป็นอย่างไร  การแพ้ถั่วจะเกิดขึ้นหลังรับประทานถั่วหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วเข้าไปภายในไม่กี่นาทีหรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยอาการแพ้ที่สามารถพบเห็นบ่อย ได้แก่  สำหรับคนบางคนที่มีอาการแพ้ถั่วอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต หากรับประทานถั่วในปริมาณเล็กน้อยก็อาจสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ที่รุนแรงได้ (Anaphylaxis) โดยอาจมีอาการต่าง ๆ ข้างต้นร่วมกับผิวหนังแดง หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด ลำคอบวม หัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ ความดันโลหิตลดลง และอาจหมดสติได้  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง  สาเหตุส่วนใหญ่ในการเกิดภูมิแพ้ถั่ว คือการรับประทานถั่วหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วเข้าไปนั่นเอง ในบางครั้งก็มีโอกาสเกิดอาการแพ้ หากคุณสูดหายใจเอาฝุ่น หรือละอองที่มีแป้งถั่วหรือน้ำมันถั่วสำหรับทำอาหารเข้าไป   วิธีตรวจสอบว่าแพ้ถั่วหรือไม่?  วิธีการปฏิบัติตัวและการวางแผนการรับประทานอาหาร สรุป  ถั่ว คือหนึ่งในอาหารยอดฮิตที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ โดยแต่ละคนจะมีการแสดงอาการแพ้ที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตามถั่วมีหลากหลายชนิด […]

Sugar blues ชีวิตขาดหวานไม่ได้ เสพติดน้ำตาล

เราอาจจะได้ยินสโลนแกนคุ้นหูที่ว่า “เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้” ประโยคคำพูดนี้ได้รับอิทธิพลมาจากโฆษณาขนมกรอบยี่ห้อหนึ่ง และได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน รสชาติหวานเกิดจาก ‘น้ำตาล’ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ถ้าหากกินมากเกินไปก็เป็นโทษ ส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพ ถ้าหากตอนนี้เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกว่าขาดรสหวานไม่ได้ อยากกินขนมหวาน น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชานมไข่มุก หรือลูกอมหวานๆตลอดเวลา เมื่อไม่ได้กินจะรู้สึกโหยหาย จนทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว บางรายอาจจะมีอารมณ์ซึมเศร้า ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของคนที่กำลังตกอยู่ใน “ภาวะเสพติดน้ำตาล (Sugar blues)” ภาวะเสพติดน้ำตาล (Sugar blues) คือ ภาวะที่ร่างกายมีความต้องการกินอาหารหรือเครื่องดื่มรสหวานอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมาก จนเกิดอาการเสพติด หรือเรียกได้ว่าเป็นอาการ ‘ติดหวาน’ นั่นเอง เนื่องจากการรับประทานอาหารรสหวานเข้าไป ความหวานที่ลิ้นสัมผัสจะไปกระตุ้นการทำงานของสมอง เพื่อหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขที่ชื่อว่า ‘โดพามีน (Dopamine)’ ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายจนเกิดการเสพติด หากไม่ได้กินจะแสดงอารมณ์ที่ผิดปกติ เช่น รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี ขาดสมาธิการทำงาน ตลอดจนมีอาการซึมเศร้า สาเหตุการเสพติดน้ำตาล เสพติดน้ำตาลเสี่ยงเป็นโรค… รสหวานคือ รสชาติที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมากที่สุด เพราะน้ำตาลเป็นตัวกระตุ้นให้ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) เพิ่มปริมาณสูงขึ้น ซึ่งมีผลให้การสะสมของไขมันไปเพิ่มตามส่วนต่างๆของร่างกายมากขึ้น และก็ให้เกิดเป็นโรคเรื้องรังตามมา ดังนี้ […]

กินอย่างไร เมื่อเป็น กรดไหลย้อน

ไลฟ์สไตล์ หรือ พฤติกรรมการกินอาหาร การนอนหลังกินอาหาร รวมถึงการกินอาหารคำใหญ่ หรือ การกินอาหารเร็ว สามารถทำให้เกิดการสำลัก หรือ การติดขัดของทางเดินอาหาร และเกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย วิธีแก้คือ ควรจะรับประทานขนาดอาหารให้พอเหมาะ และเคี้ยวให้ละเอียด หรือการดื่มน้ำเปล่า เพื่อช่วยในการกระตุ้นการย่อยอาหาร และทำให้กรดเจือจาง เพื่อลดความเป็นกรดในกระเพาะ แม้แต่การใส่เสื้อผ้าที่รัดช่วงท้องแน่นเกินไป สามารถทำให้ความดันในกระเพาะเพิ่มขึ้น และเกิดการย้อนของกรดได้ง่าย  อาหารก็มีส่วนช่วยในการลดอาการเกิด กรดไหลย้อน   โรคกรดไหลย้อนคืออะไร? โรคกรดไหลย้อน ( Gastroesophageal Reflux Disease หรือเรียกสั้นๆ ว่า GERD) คือ โรคที่มีความผิดปกติของการไหลย้อนกลับน้ำย่อยในกระเพาะสู่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนที่หน้าอก และลำคอ รู้สึกเปรี้ยวหรือขมในลำคอ จนอาจรบกวนการใช้ชีวิตในประจำวัน ภาวะดังกล่าวนี้มีปัจจัยที่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือ ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพราะอาหาร รวมถึงโรคอ้วน เป็นต้น บุคคลใดที่มีความเสี่ยงของการเป็นภาวะ กรดไหลย้อน 1.ผู้ที่มีความผิดปกติของการบีบตัว/คลายตัวของหูรูดของกระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร2. ผู้ป่วยที่ติดเชื้อแบคทีเรีย H.Pyroli หรือมีปัจจัยกระตุ้นการเกิดแผลในทางเดินอาหาร 3. ผู้ที่มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร เช่น การนอนราบการรับประทานเสร็จทันที การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง4.ผู้ป่วยที่มีความเครียดในชีวิตประจำวัน 5.ปัจจัยอื่นๆที่มีผลทางกายภาพ เช่น […]

ดื่มน้ำแค่ไหน ป้องกันโรคไต

ร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบกว่าร้อยละ 60 และในการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายล้วนต้องอาศัยน้ำ เป็นสารหล่อลื่นตามข้อต่อ มีส่วนช่วยในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร นอกจากนี้น้ำยังช่วยรักษาระบบสมดุลในร่างกาย ทั้งสมดุลกรดด่างและรักษาอุณหภูมิ รวมถึงเป็นส่วนสำคัญในการขับของเสียที่ได้จากระบบต่าง ๆในร่างกายทิ้งในรูปของปัสสาวะผ่านการทำงานของไต1,2 ไต ทำหน้าที่เหมือนโรงงานบำบัดน้ำเสียให้แก่ร่างกาย โดยอาศัยการหมุนเวียนของเลือดที่จะนำของเสียมาให้ไตกรองของเสียเหล่านั้นออกเพื่อขับทิ้งในรูปของปัสสาวะ และจะรับน้ำและสารอาหารที่ไตดูดซึมกลับมาได้ไปหมุนเวียนต่อทั่วร่างกาย ดังนั้นหากไตทำงานได้น้อยลงจากโรคไตเรื้อรังก็อาจทำให้มีของเสียคั่งในร่างกายมากขึ้น และถูกเลือดนำไปยังส่วนต่าง ๆทำให้อวัยวะในร่างกายเกิดการทำงานที่ผิดปกติ จนทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์เช่น การคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง จนอาจมีอันตรายถึงชีวิต สาเหตุของการเกิดโรคไตเรื้อรัง การป้องกัน หรือชะลอความเสื่อมของโรคไตเรื้อรัง10 ปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อวัน7           สำนักโภชนาการระบุปริมาณน้ำที่เหมาะสมในบุคคลสุขภาพดีแต่ละช่วงอายุในเอกสารปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ดังตารางด้านล่าง หรือสามารถคำนวณได้จาก น้ำหนักตัว x 30-35 มิลลิลิตร/วัน8 เช่น หนัก 50 ควรได้รับน้ำ 50*30 ถึง 50*35 = 1500-1750 ml การดื่มน้ำมากกว่าความต้องการของร่างกายอาจทำให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ ทำให้เกิดอาการมึน สับสน คลื่นไส้อาเจียนได้ แม้อาการนี้จะเกิดขึ้นได้น้อยมากในกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี แต่จากการศึกษาพบว่าคนที่ดื่มน้ำเปล่ามากกว่า 5 ลิตรต่อวันจะมีระดับโซเดียมในเลือดต่ำกว่าที่ควรเป็น12 ดังนั้นควรดื่มน้ำในปริมารที่พอดีต่อร่างกาย […]

สารให้ความหวาน ไม่ได้ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ปัจจุบันเราอาจจะได้ยินโฆษณาที่กล่าวถึงเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล ไม่มีพลังงาน แต่ก็ยังมีรสชาติหวานเนื่องจากมีการใช้ สารให้ความหวาน แทนน้ำตาลธรรมชาติที่เข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์ด้วยวัตถุประสงค์หลากหลาย เช่น การลดน้ำหนัก การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือการลดพฤติกรรมติดหวาน เป็นต้น สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Artificial sweeteners)  คือสารเคมีที่แต่งเติมรสชาติหวานให้กับอาหารและเครื่องดื่ม ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ให้พลังงาน หรือให้พลังงานต่ำซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสารให้แทนความหวาน โดยนิยมนำมาใช้แทนน้ำตาลธรรมชาติ ประกาศข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีการประกาศข้อแนะนำ เรื่องการไม่ควรใช้ สารให้ความหวาน ทดแทนน้ำตาลสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือใช้เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เป็นต้น การทบทวนงานวิจัย(Systematic review) เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสารให้แทนความหวานกับความอ้วน การเกิดโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases; NCDs) และอัตราการเสียชีวิต ชี้ให้เห็นว่ามีงานวิจัยประเภทการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized controlled trial) ระบุว่าสารให้แทนความหวานจะทำให้น้ำหนักตัวเฉลี่ยลดลง 0.71 กิโลกรัม […]

ของดอง เสี่ยงมะเร็งจริงไหม?

ของดอง อาหารหมักดอง อาหารที่แค่ฟังชื่อก็เปรี้ยวปาก น้ำลายสอแล้ว ไม่ว่ายุคไหน ฤดูกาลอะไร หรือชนชาติไหนก็มีของกินที่เป็นของดองหลากหลายเมนู เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผักดองและผลไม้ดอง ที่กินสนุกกินเพลิน กินแล้วชื่นใจ เป็นของกินเล่นหรือเครื่องเคียงได้ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าอาหารเหล่านี้หากกินมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งได้  ก่อนที่เราจะไปดูเรื่องของดองหรืออาหารหมักดองกัน เรามารู้กันก่อนว่า มะเร็งคืออะไรกัน “มะเร็ง” คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเซลล์ ก่อให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็งที่มีการเจริญเติบโตโดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมที่เหมาะสม เมื่อมีการเจริญเติบโตมากพอ เซลล์มะเร็งมักจะแทรกซึมเข้ากระแสเลือดหรือทางน้ำเหลือง ไปยังอวัยวะเป้าหมาย แล้วการกินของดองเสี่ยงมะเร็งจริงหรือไม่มาลองดูงานวิจัยกัน การดอง เป็นวิธีถนอมอาหารวิธีหนึ่ง โดยนำอาหารแช่ในน้ำเกลือที่มีค่าเป็นกรดหรือน้ำส้มสายชู เพื่อให้มีรสเค็มหรือรสเปรี้ยว ซึ่งจะช่วยยืดอายุอาหาร และเป็นการถนอมอาหารที่ใช้เวลาไม่นาน  การดองมี 4 แบบ ดังนี้   การดองเปรี้ยว การดองเค็ม การดองหวาน การดอง 3 รส ตัวอย่างสารก่อมะเร็งในของดอง  หลากหลายความเชื่อ ที่มีการกล่าวว่า กินของดองแล้วเป็นมะเร็ง ในความเป็นจริง มะเร็งแต่ละชนิดก็มีสาเหตุที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ในของหมักดองที่มีสารแปลกปลอมมาก อาจมีสารก่อมะเร็ง ซึ่งทำให้เกิดโรคมะเร็งได้จริง   เกลือ    ของดอง นับว่าอาหารที่มีเกลือ และจัดเป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง […]

ลดไขมัน ลดแป้ง ลดแบบไหนดีกว่ากัน?

ในปัจจุบันการดูแลสุขภาพด้านการกินถูกพูดถึงกันในวงกว้าง  ไม่ว่าจะเป็นการกินเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี การกินเพื่อป้องกันโรค  ลดความรุนแรงของโรค รวมถึงรูปแบบการกินเพื่อลดน้ำหนัก ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนสรรหาวิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผลดีมาบอกเล่า มาแนะนำกัน ซึ่งวิธีที่มักถูกพูดถึงได้แก่ การ ลดไขมัน และ การลดแป้ง เพื่อลดน้ำหนัก แล้ววิธีไหนที่ได้ผลกับการลดน้ำหนัก บทความนี้ ลดไขมัน ลดแป้ง แล้วไขมันกับแป้ง คืออะไร ? ไขมัน คือ สารอาหารหลักประเภทหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ ประโยชน์ของไขมัน คือ ช่วยดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ซึ่งละลายในไขมัน  ช่วยให้เซลล์ของร่างกายเจริญเติบโต มีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมนบางชนิด รวมถึงทำให้อาหารอร่อยขึ้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามหากกินไขมันมากเกินไปก็เกิดโทษต่อร่างกายได้  ทั้งเพิ่มความเสี่ยงการเกิดกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด ให้พลังงานแก่ร่างกายเยอะเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญหมด ทำให้เกิดการสะสมจนน้ำหนักตัวขึ้นได้ ไขมัน สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน แป้งหรือคาร์โบไฮเดรต คือ สารอาหารหลักชนิดหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย […]

โรคไต ดื่มน้ำ อะไรได้บ้าง 

โรคไตเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโรคหนึ่งที่มีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารอาจทำให้เกิดความสับสนและไม่เข้าใจให้แก่ญาติและผู้ป่วย จนหลายครั้งอาจเกิดความเข้าใจผิดในเรื่องการรับประทานอาหารจนไปเร่งความเสื่อมของโรคไตได้   โรคไต ดื่มน้ำ อะไรได้ไหม นอกจากน้ำเปล่า ? ผู้ป่วยโรคไตอาจจะเบื่อ อยากดื่มเครื่งดื่มอื่น ๆ ซึ่ง ในปัจจุบันก็มีผู้ผลิตเครื่องดื่มใหม่ๆที่น่าสนใจหลายแบบ ทั้งมีการแต่งสี แต่งกลิ่น เติมวิตามินและเกลือแร่ หรือสารอาหารอื่นๆลงในเครื่องดื่ม เพื่อให้เป็นที่น่าดึงดูดแก่ผู้ซื้อ แต่ในทางกลับกันหากผู้ป่วยโรคไตดื่มเครื่องดื่มที่มีการเติมสารอาหารเหล่านั้น หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลอาจเกิดผลเสียต่อไตจนทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นได้1 ดังนั้นเราจึงรวมรวบแนวทางการเลือกเครื่องดื่มในผู้ป่วยโรคไต รวมถึงแนะนำเครื่องดื่มที่แนะนำและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยโรคไตในแต่ละระยะ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องดื่มได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  การแบ่งระยะของโรคไต โรคไตแบ่งเป็น 2 ระยะหลักคือ ระยะก่อนฟอกไตและระยะหลังฟอกไต โดยระยะก่อนฟอกไตจะแบ่งเป็นอีก 5 ระยะย่อยดังภาพ  โดยโรคไตในแต่ละระยะจะมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารไม่เหมือนกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากที่นี่ กินอย่างไรเมื่อ (ไต) ถามหา โดยผู้ป่วยโรคไตในระยะต้น (ระยะที่ 1-2) หากมีการควบคุมอาหารและควบคุมโรคประจำตัวได้เป็นอย่างดีจะสามารถชะลอความเสื่อมของไตได้ ผู้ป่วยโรคไตระยะกลางจนถึงระยะท้ายหากได้รับคำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเป็นอย่างดีจะสามารถชะลอความเสื่อม ลดโรคแทรกซ้อนและลดโอกาสในนอนรักษาในโรงพยาบาลได้มากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับคำแนะนำ2  การจำกัดน้ำดื่มในโรคไตแต่ละระยะ โรคไต กับ การ ดื่มน้ำ เพื่อป้องกันและชะลอความเสื่อมของโรคไตในแต่ละระยะ  โรคไตระยะที่ 1 และ โรคไตระยะที่ 2 คือกลุ่มคนที่มีค่าอัตราการกรอง (eGFR) มากกว่าหรือเท่ากับ […]

1 19 20 21 34