ป้ายกำกับจากคลังความรู้

Tag : Blog from Eatology

5 อาหาร ไม่แนะนำ เมื่อ ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับหรือไขมันเกาะตับ เกิดจากไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ ที่มีเกินความจำเป็นต่อร่างกาย และไขมันจะถูกสะสมที่ตับ  ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่อ้วนลงพุงและคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากมีไขมันเกาะตับอยู่หนาแน่นก็จะนำไปสู่การทำงานของตับล้มเหลว คนที่เป็นโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และเบาหวานสามารถเสี่ยงพบไขมันพอกตับได้เช่นกัน ส่วน ไขมันพอกตับ อาหาร ที่ไม่แนะนำหลักๆมีอะไรบ้าง ภาวะไขมันพอกตับเกิดได้ทั้งกับคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำและไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน จะเสี่ยงเป็นโรคตับมากกว่า เนื่องจากแอลกอฮอล์ส่งผลให้ไขมันแทรกในตับ ซึ่งนำไปสู่การเกิดการอักเสบและเกิดพังผืดในตับตามมา น้ำอัดลมที่มีฟรุกโตสคอร์นไซรัป (High-fructose corn syrup; HFCS) ซึ่งสามารถตรวจดูได้จากฉลากบนบรรจุภัณฑ์ การที่มีปริมาณน้ำตาลส่วนเกินที่เกิดจากการได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย จะทำให้ตับนำเอาน้ำตาลส่วนเกินไปสร้างเป็นไขมันและเก็บสะสมไว้ในตับ เมื่อนานเข้าก็จะกลายเป็นไขมันพอกตับ ขนมขบเคี้ยวอุดมไปด้วยน้ำตาลที่ให้ความหวาน โซเดียมที่ให้ความเค็ม และไขมันทรานส์ที่ให้ความมัน แม้จะทำให้มีรสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค แต่ทั้งน้ำตาล โซเดียม และไขมันทรานส์ ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง และน้ำตาลในเลือดสูง โดยภาวะเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดไขมันพอกตับ ผงชูรส หรือ MSG (Monosodium glutamate) เป็นเครื่องปรุงที่นิยมใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม ซึ่งมีงานวิจัย (Collison, 2009) ชี้ให้เห็นว่าผงชูรสเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไขมันพอกตับ เนื่องจากผงชูรสจะไปทำลายประสิทธิภาพการทำงานของกระบวนการสลายกรดไขมัน (Fatty acid β-oxidation) และการสร้างน้ำดี (Bile Synthesis) […]

อาหารที่ควรกิน หลัง ผ่าตัดลำไส้

การพักฟื้นนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดลำไส้ ซึ่งระยะเวลาที่ต้องใช้ในการพักฟื้นเพื่อกลับคืนสู่สภาพปกติจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของการผ่าตัดและสภาพร่างกายของบุคคลนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยหลังผ่าตัดลำไส้ต้องการอาหารที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อาหารและโภชนาการสำหรับผู้ป่วย ผ่าตัดลำไส้ ผู้ป่วยหลังผ่าตัดลำไส้ออกไป อาจเกิดอาการปวดเกร็งช่องท้อง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย และอาจพบอาการน้ำตาลในเลือดต่ำร่วมด้วย หรือที่เรียกว่า ดัมปิ้ง ซินโดรม (Dumping Syndrome) ซึ่งเกิดจากการที่อาหารผ่านกระเพาะอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วเกินไป มักพบในผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ดังนั้นผู้ป่วยหลังผ่าตัดลำไส้จึงควรได้รับการดูแลอาหารเป็นพิเศษ ดังนี้ 1.อาหารหนึ่งถึงสองมื้อแรกหลังการผ่าตัดลำไส้จะเป็นอาหารเหลวใส ระหว่างเวลานี้ผู้ป่วยจะถูกจำกัดอาหารและมีการจำกัดน้ำ เนื่องจากลำไส้ต้องการระยะเวลาในการฟื้นฟู หากรับประทานอาหารทางปากได้แล้ว ก็ต้องค่อยๆ เริ่มจากอาหารเหลว เช่น น้ำหวาน น้ำสมุนไพร น้ำซุปใส น้ำผลไม้กรองกาก ไปสู่อาหารที่มีเนื้อสัมผัสมากขึ้น จนสามารถกลับมารับประทานได้อย่างปกติ  ซึ่งควรที่จะเลือกกินตามที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ เพราะเป็นการจัดตามคำสั่งของแพทย์ 2.กินอาหารปริมาณครั้งละน้อย แบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆหลายๆมื้อ กินให้บ่อยขึ้นทุก 2-3 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยวันละ 4-6 มื้อ หรือ เสริมอาหารมื้อว่าง  เพื่อให้ร่างกายได้พลังงานเพียงพอ เนื่องจากผู้ป่วยหลังผ่าตัดมักมีภาวะอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาเจียน 3.เลือกกินอาหารอ่อนเป็นระยะเวลา 2-8 สัปดาห์หลังการผ่าตัดลำไส้ คืออาหารที่ผ่านการสับ […]

วิตามิน และสารอาหารที่จำเป็นต่อคนวัยทำงาน

          ในวิถีชีวิตที่เร่งรีบจึงทำให้คนวัยทำงานส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาในการเลือกกินอาหาร ตัวเลือกอาหารส่วนใหญ่จึงเป็นอาหารจานด่วน เบเกอรี่ หรือแม้แต่การข้ามมื้ออาหารนั้นๆไป ในระยะหลังคนวัยทำงานเริ่มหันมาสนใจดูแลสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น การเสริมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นตัวเลือกแรกๆในการเริ่มดูแลตนเอง การเสริม วิตามิน เอง อาจเกิดผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้หากกินไม่ถูกวิธี            วิตามิน เป็นสารอาหารจำเป็นที่ไม่ให้พลังงาน มีความต้องการน้อยมากแต่ก็ขาดไม่ได้ จึงทำให้อาการแสดงเมื่อมีการขาดวิตามินจึงพบได้ยาก1 เว้นเสียแต่ว่ามีการขาดวิตามินเหล่านั้นเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในวัยทำงานด้วยลักษณะในการใช้ชีวิต ความเร่งรีบในแต่ละวัน หรือในวัยทำงานแต่ละคนอาจมีความต้องการวิตามินบางชนิดมากขึ้น จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการขาดสารอาหารได้ โดยเราคัด 5 วิตามินที่คนวัยทำงานอาจเสี่ยงต่อการขาดได้ สารอาหารที่สำคัญในวัยทำงานมีอะไรบ้าง วิตามินดี มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม รักษาสมดุลแคลเซียมและฟอสเฟตในเลือด หากท่านอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดีจากการโดนแดดไม่เพียงพอ นักกำหนดอาหารแนะนำให้หาโอกาสโดนแดดอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 25 นาทีต่อครั้ง หากท่านอยู่ในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว นักกำหนดอาหารแนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจระดับวิตามินดีในเลือดเพื่อประเมินเสริมวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสมต่อไป แคลเซียม เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูก วิตามินเอ วิตามินเอมีส่วนช่วยหลักในเรื่องการมองเห็น วิตามินซี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ในคนที่สามารถกินผักและผลไม้ดังกล่าวได้ดีอยู่แล้วไม่มีความจำเป็นต้องเสริมวิตามินซี เนื่องจากร่างกายจะสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่ากลุ่มคนที่มีการเสริมวิตามินซี เพราะยิ่งเสริมมากร่างกายจะมีการดูดซึมลดลง แม้ว่าการเสริมวิตามินซีในปริมาณสูง (2000 มิลลิกรัมต่อวัน) จะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดทางคลินิคว่าจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่พบว่าการเสริมวิตามินซีในปริมาณสูงมีผลต่อการสร้างออกซาเลตซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นนิ่วในไต ดังนั้นหากต้องการเสริมวิตามินซี แนะนำให้เพิ่มการดื่มน้ำระหว่างวันมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการเสริมวิตามินซีในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงโรคไตและผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่มีภาวะเหล็กเกิน วิตามิน บี 1 […]

5 อาหารเลือกกินอย่างไร…เมื่อ ไขมันพอกตับ

ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) เป็นภาวะที่มีไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์มาเกาะอยู่ที่ตับของเราประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตับ ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่อ้วนลงพุงและคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากมีไขมันเกาะตับอยู่หนาแน่นก็จะนำไปสู่การทำงานของตับล้มเหลว ซึ่งวิธีง่ายๆที่ช่วยลด ไขมันพอกตับ ของเราได้ ก็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางโภชนาการนั่นเอง โภชนาการที่ดีต่อภาวะไขมันพอกตับ               แม้ว่าตับเป็นอวัยวะที่มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง อย่างไรก็ตามการควบคุมอาหารคือปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดไขมันพอกตับ โดยเริ่มจากการลดการบริโภคอาหารมันๆ หวานๆ และเพิ่มการกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง อย่างผัก ผลไม้ ธัญพืช และถั่ว ซึ่งเราควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อตับ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ไขมันพอกตับมากขึ้น ดังนี้ 5 อาหารแนะนำ เมื่อ ไขมันพอกตับ ถั่วเหลือง หรือ เต้าหู้ เป็นแหล่งโปรตีนชนิดที่ดีและมีไขมันต่ำมีการศึกษา (Mega, 2021) ได้กล่าวเอาไว้ว่าการบริโภคถั่วเหลือง ช่วยลดไขมันพอกตับ เนื่องจากถั่วเหลืองมีเบต้า-คอนไกลซิน(β-conglycinin) ที่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ และมีสารไอโซฟลาโวน(Isoflavones) ที่ช่วยเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลและการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของไขมันในช่องท้อง ข้าวกล้องเป็นธัญพืชที่ไม่ขัดสี มีไฟเบอร์สูง ถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีบทบาทในการช่วยชะลอการดูดซึมไขมันและน้ำตาลในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานส่วนเกินที่จะเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมน้อยลง ซึ่งสามารถช่วยลดไขมันพอกตับได้ อย่างไรก็ตามควรควบคุมปริมาณการกินให้อยู่ที่ราว 2-3 ทัพพีต่อมื้อ (ไม่เกิน 150 […]

นมวัว นมธัญพืช กินอันไหนดีกว่ากัน

นมวัวเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาตลอดตั้งแต่ในอดีต แต่การเลือกดื่มนมในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนมวัวแล้ว ยังมี นมธัญพืช หลายชนิด เช่น นมถั่วเหลือง นมข้าวโพด นมอัลมอนด์และอื่นๆ ได้กลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ผู้บริโภค แล้วนมทั้งหมดนี้มีความแตกต่างกันหรือไม่ลองไปดูกัน นมวัว คือ เครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาว รสจืดหอมมัน นอกจากนี้ยังมีการปรุงแต่งรสแบบอื่นๆให้มีความหลากหลาย เช่น รสช็อกโกแลต รสสตอเบอร์รี่ รสกล้วย เป็นต้น นมวัวอุดมไปด้วยสารอาหารชนิดต่างๆ ดังนี้ นมธัญพืช(plant based milk) นมธัญพืช คือเครื่องดื่มที่ทำมาจากธัญพืช  เช่น นมถั่วเหลือง นมข้าวโอ๊ต นมอัลมอนด์ ฯลฯ โดยทั่วไปแล้วร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมจากการดื่มนมธัญพืชได้น้อยกว่านมวัว เพราะธัญพืชมีสารไฟเตท (Phytate) สารจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติการขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมได้ นมธัญพืช แต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารแตกต่างกันจึงควรอ่านข้อมูลโภชนาการและส่วนประกอบที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อ และรับประทานอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์และหลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน เช่น ความแตกต่างระหว่างนมวัวและนมธัญพืช สารอาหารที่อยู่ในน้ำนมทั้งสองชนิด โดยเฉพาะโปรตีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และโพแทสเซียม โดยธรรมชาติแล้วในนมวัวจะมีปริมาณมากกว่านมธัญพืช แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารได้มีการเติมสารอาหารเหล่านี้ในระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ทั้งนมวัวและนมธัญพืชมีปริมาณสารอาหารที่ใกล้เคียงกัน น้ำตาลแลคโตสเป็นน้ำตาลที่อยู่ในนมวัว ซึ่งนมธัญพืชจะไม่มี ภายในร่างกายมนุษย์จะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่าแลคเตส […]

สารอาหาร จะวัยไหนๆ กินอย่างไร ให้ดี !

หากถามว่าอะไรจำเป็นในการดำรงชีวิต อาหาร คงเป็นคำตอบแรกๆ ที่พูดถึง สารอาหาร สำคัญ ตั้งแต่เราเป็นทารกอยู่ในท้อง จนกระทั่งคลอดออกมา จนเติบโตมาเรื่อย ๆ และเข้าสู่วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว วัยผู้ใหญ่  สุดท้ายเข้าสู่ในช่วงวัยผู้สูงอายุ อาหารคือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้  ไม่ว่าจะเลือกกินอาหารที่ดีหรือไม่ดี เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมย่อม็ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง รวมไปถึงคุณภาพชีวิตที่ดี และสุขภาพที่ดีก็จะ เริ่มต้นได้ด้วยการเลือกกินอาหารที่เหมาะสมและเข้ากับช่วงวัยนั่นเอง อาหารหลักที่จำเป็นทุกช่วงวัย อาหารที่จำเป็นทุกช่วงวัย คืออาหารที่ให้สารอาหารหลัก (Macronutrients) เป็นกลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน สารอาหารรอง (Micronutrients) ได้แก่ วิตามินและเกลือแร่ ซึ่งแม้จะเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานและร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อย แต่ก็ขาดไม่ได้ เพราะมีบทบาทที่สำคัญให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ  ในประเทศไทยนิยมใช้ธงโภชนาการในการแนะนำการกินอาหาร ในธงโภชนาการจะบอกถึงปริมาณ สัดส่วน และความหลากหลายของอาหารที่คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ควรกินใน 1 วัน โดยนำเอาอาหารหลัก 5 หมู่ มาแบ่งเป็น 4 ชั้น 6 […]

เป็นมะเร็งกินโปรตีนได้ไหม ?

คำถามยอดฮิตสำหรับคนไข้มะเร็งและญาติเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเมื่อเป็นมะเร็งแล้ว จะมีความเชื่อ และข้อมูลที่ได้รับมาจากสื่อออนไลน์ที่บอกว่าเรา ห้ามกินอันนั้น ห้ามกินอันนี้ ให้กินอันโน้นซิ จะได้ไม่เป็นอาหารของมะเร็ง จนสุดท้ายแล้วคนไข้มักมาพบหมอหรือนักกำหนดอาหารด้วยภาวะขาดสารอาหาร (malnutrition) หรือมีภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก (cachexia) ร่วมด้วย เนื่องจากกินอะไรไม่ได้ เพราะถูกจำกัดอาหารมากจนเกินความจำเป็น ภาวะผอมหนังหุ้มกระดูกจากมะเร็ง (cancer cachexia) เป็นภาวะที่มีสูญเสียมวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างต่อเนื่องหรือมีการสูญเสียมวลไขมันของร่างกายร่วมด้วย มักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ภาวะขาดสารอาหาร (malnutrition)  และ ความผิดปกติของเมทาบอลิซึมของผู้ป่วยเอง จะเห็นได้ว่าคนไข้ในกลุ่มนี้จะมีรูปร่างที่ซูบผอม กล้ามเนื้อลีบ ไม่มีแรง เบื่ออาหาร และกินอาหารได้น้อย ในฐานะนักกำหนดอาหาร เรามักจะพูดกับคนไข้หรือญาติเสมอว่า “เป็นมะเร็ง กินอะไรก็ได้ ” โดยจะมีหลักจำง่ายๆคือ “ กินอาหารที่มีพลังงานสูง และโปรตีนสูง” หรือ “High Energy High Protein” เนื่องจากร่างกายกายเราจะมีการใช้พลังงานที่มากขึ้น เกิดขึ้นมากจากกระบวนการของเซลล์มะเร็ง หรือถ้าให้เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือ ตอนนี้เหมือนเราทำงานคนเดียว แต่มีเซลล์มะเร็ง จะเป็นอีกส่วนที่ช่วยใช้เงินอีกหนึ่งคน  ซึ่งถ้าเราไม่ทำงานหาเงินเพิ่ม สุดท้ายเงินที่เราเก็บไว้ก็จะหมดไป เช่นเดียวกันกับการที่เราไม่กินอาหารและโปรตีนเพิ่ม […]

อาหารเพื่อสุขภาพ สุขภาพดีได้ อร่อยเหมือนเดิม

เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงทำให้ ผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจรักษาสุขภาพกัน ทำให้ โดยปัจจุบันเทรนด์อาหารสุขภาพกำลังมาแรง เพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคยอดฮิตอย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs diseases) เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น การเลือกกินอาหารจึงเป็นสิ่งที่สำคัญถ้าอยากจะสุขภาพแข็งแรง อาหารเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์การกินเพื่อให้ร่างกายสุขภาพแข็งแรง ซึ่งจริงๆ แล้วอยู่ที่การมองของแต่ละคนว่าจะมองแบบไหน ถ้าเรารู้จักการกินก็สามารถอร่อยและมีความสุขได้ เพราะว่าการกินต้องทำให้สุขภาพใจเราดีด้วย อาหารเพื่อสุขภาพ คือ อาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ ซึ่งเป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยที่สุด ช่วยก่อประโยชน์ให้แก่ร่างกาย เลือกกินอาหารอย่างไรเพื่อสุขภาพที่ดี กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรเลือกรับประทานข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ข้าวโอ๊ต ฯลฯหลีกเลี่ยง ข้าวขาว ขนมปังขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ เลือกส่วนที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ เนื้อปลา นมรสจืดพร่องมันเนย ถั่วและเต้าหู้ ฯลฯ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง […]

ยูริกสูง ทำไมต้องงดผลไม้?

ยูริกสูง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงโรคเกาต์ การรับประทานผลไม้กำลังได้รับความสนใจว่า มีความสัมพันธ์กับระดับกรดยูริคในร่างกาย นอกจากผลไม้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยแล้ว ก็ยังมี ‘น้ำตาลฟรุกโตส’ หรือ มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าเป็นน้ำตาลผลไม้นั่นเอง ซึ่งมีงานวิจัย (Nakagawa, 2019) ระบุว่าปริมาณน้ำตาลฟรุกโตสที่สูง เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะกรดยูริกในเลือดสูง กรดยูริก(Uric acid)คืออะไร กรดยูริค (Uric acid) คือ ของเสียในร่างกายที่เกิดจากการย่อยสลายสารพิวรีน(Purin) ในกระบวนการสลายตัวของเซลล์ และอีกส่วนมาจากอาหารที่มีสารพิวรีนสูงที่เราได้รับประทานเข้าไป เช่น เครื่องในสัตว์ กะปิ ไข่ปลา ปลาดุก ปลาอินทรีย์ เป็ด ไก่ ชะอม กระถิน เห็ด ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ และเบียร์ เป็นต้น เมื่อสารพิวรีนเปลี่ยนเป็นกรดยูริก จะทำให้ร่างกายมีระดับกรดยูริกในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) หากกรดยูริคในเลือดสูงและสะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานจนร่างกายขับออกทางไตไม่ทัน กรดยูริคจะตกผลึกเป็นเกลือยูเรตสะสมที่กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อ ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในข้อ ส่งผลให้มีอาการปวด บวม และแดงบริเวณข้อเฉียบพลันอย่างรวดเร็วในระยะเวลา 12 – 24 ชั่วโมง ภาวะยูริคในเลือดสูง คือ […]

มารู้จัก โพรไบโอติกส์ – พรีไบโอติกส์ กันเถอะ!

โพรไบโอติกส์ – พรีไบโอติกส์ แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากระบบทางเดินอาหารมีความสำคัญไม่แพ้ระบบอื่นๆ ในร่างกาย นอกจากการรับประทานผักผลไม้เพื่อให้ได้ไฟเบอร์แล้ว การกินอาหารที่มีจุลินทรีย์ชนิดดี ‘โพรไบโอติกส์’ คู่กับ ‘พีรไบโอติกส์’ ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารของเราให้มีสุขภาพดี โพรไบโอติกส์ กับ พรีไบโอติกส์ คืออะไร? โพรไบโอติกส์(Probiotics) คือ จุลินทรีย์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เป็นจุลินทรีย์ประเภทที่มีประโยชน์ มักพบมากในบริเวณระบบทางเดินอาหาร ทนทานต่อกรดและด่าง ยึดเกาะอยู่กับเยื่อบุลำไส้ ทำหน้าที่คล้ายกับเกราะป้องกันผนังลำไส้ คอยสร้างสารออกมาช่วยกำจัดจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆที่ไม่ดีต่อร่างกาย หากมีในปริมาณที่เพียงพอจะมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร สังเคราะห์วิตามินและยังช่วยปรับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุลได้อีกด้วย อาหารที่มีโพรไบโอติกส์ นอกจากนี้ในปัจจุบันมีโพรไบโอติกส์แบบอาหารเสริมหลากหลายรูปแบบ เช่น  โพรไบโอติกส์ชนิดแบบผง  แบบเม็ด  และแบบเยลลี่ ซึ่งเราสามารถเลือกรับประทานได้ตามความชื่นชอบ ทั้งสะดวกและร่างกายจะรับโพรไบโอติกส์ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน โพรไบโอติกแบบผง โพรไบโอติกแบบผงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากให้จุลินทรีย์ในปริมาณมากต่อซอง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการสายพันธุ์ Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทนกรดในกระเพาะอาหารได้ดี อย่างไรก็ตามโพรไบโอติกแบบผง เราควรหลีกเลี่ยงการละลายโพรไบโอติกด้วยน้ำร้อนเพื่อไม่ให้สลายประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าบางสายพันธุ์สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องละลายน้ำก่อน โพรไบโอติกแบบเม็ด โพรไบโอติกแบบเม็ดเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกในการรับประทาน ซึ่งรูปแบบเม็ดมักจะมีส่วนประกอบจุลินทรีย์ที่ไม่ทนกรดในกระเพาะอาหารได้ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วผ่านกระเพาะอาหารจะไปเจอกับน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรด จุลินทรีย์จะถูกย่อยสลาย ทำให้มีที่รอดชีวิตเหลือมาถึงลำไส้ในปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งโพรไบโอติกแบบเม็ดมีปริมาณจุลินทรีย์น้อยกว่าแบบผง […]

1 16 17 18 34